ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"แก้วสรร"จี้อธิการบดีมธ.ค้านใช้พื้นที่จัดชุมนุม19ก.ย.

135 15
แก้วสรรจี้อธิการบดีมธ.ค้านใช้พื้นที่จัดชุมนุม19ก.ย.

"แก้วสรร อติโพธิ" ยื่น 2,966 รายชื่อให้อธิการบดีธรรมศาสตร์ คัดค้านม็อบนักศึกษาขอใช้พื้นที่จัดชุมนุม 19 ก.ย. นี้ ด้วยเหตุมองแล้วไม่มีความชอบธรรม แม้บางข้อเสนอจะเห็นด้วยก็ตาม

(15 กันยายน 2563) นายแก้วสรร อติโพธิในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เข้ายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อศิษย์เก่าธรรมศาสตร์จำนวน 2,966 รายชื่อ เพื่อยืนยันว่าไม่เห็นด้วยที่จะใช้มหาวิทยาลัยในการชุมนุมโดยคำขอนี้มีกรอบอยู่ที่การสนับสนุนการออกคำสั่งไม่อนุญาตให้ชุมนุมของอธิการเท่านั้น

ส่วนการบังคับตามคำสั่งไม่อนุญาตว่าอธิการบดีจะปิดมหาวิทยาลัยจริงๆอย่างไรนั้น ไม่ขอก้าวล่วงหรือบีบคั้นด้วยประการใดๆ เพราะจะเป็นการเข้าไปมีอำนาจ โดยไม่ต้องรับผิดชอบซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง และขอย้ำว่ากิจกรรมการรวมตัวนี้ จะยุติลงเมื่อยื่นบันทึกแล้ว ส่วนไลน์ ปิด มธ.พอกันทีวีรชน จะติดตามมาในวันที่ 20 ก.ย. หลังจากเก็บข้อมูลรายงานกลุ่มศิษย์เก่าเรียบร้อยแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับมหาวิทยาลัยในวันที่ 19-20 ก.ย.ด้วย

"เราไม่ปฏิเสธซึ่งเสรีภาพทางความคิดของนักศึกษากลุ่มนี้ หรือของผู้ใด แต่เห็นว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งธรรมศาสตร์ไม่ควรเกี่ยวข้องด้วย ส่วนจะคิดจะพูดอย่างไรไม่ใช่เรื่องที่เราจะคัดค้าน ซึ่งในหมู่เราเอง ก็มีผู้เห็นตรงกับนักศึกษาในเรื่องนั้นเรื่องนี้เช่นไร แต่พอมาถึงวิธีการแสดงออกด้วยการชุมนุมในครั้งนี้ เราทุกคนกลับเห็นตรงกันว่ายอมรับให้ใช้ธรรมศาสตร์ไม่ได้" นายแก้วสรร กล่าวและ คำปฏิเสธนี้เป็นไปตามเหตุผลจากบันทึกที่จ่ายแจกไปแล้ว ว่าการใช้ชื่อของคนในธรรมศาสตร์และใช้สถานที่ธรรมศาสตร์เพื่อความเคลื่อนไหวที่สุ่มเสี่ยงสูงสุด แต่หาคนรับผิดชอบแท้จริงไม่ได้เช่นนี้ ปิดมาตรฐานประชาธิปไตยและมาตรฐานธรรมศาสตร์โดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้รวบรวมรายชื่อนี้ขอใช้สิทธิส่วนตัวปฏิเสธการให้ร้ายบิดเบือนจากรุ่นที่ธรรมศาสตร์ที่เคยเคารพ ในทางความคิด และขอยืนยันว่าส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช.เช่นกัน และไม่เคยใช้เวที กปปส. กวักมือเรียกให้ทหารออกมาปฏิวัติ ดังที่มีรุ่นพี่ได้ใส่ร้าย ด้วยโมหะและโทสะอันฝังลึกอยู่ในตัวตน

นายแก้วสรร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนเองและกลุ่มศิษย์เก่าเห็นตรงกัน ปฏิเสธร่วมกัน คือ การเคลื่อนไหวสร้างความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองตามทัศนะคติของตน ด้วยความไม่รับผิดชอบ ไม่เคารพสิทธิของคนอื่น รวมทั้งสร้างกำลังทางการเมือง ด้วยความจงเกลียดจงชัง ปลุกปั่นคนไทยไปจนถึงลูกเล็กเด็กแดงแตกเป็นฝักฝ่ายเช่นปัจจุบัน


ขณะเดียวกัน ไม่เชื่อว่านักศึกษาจะสามารถควบคุมม็อบได้ หากมีการปลุกปั่นมาจากไซเบอร์ เหล่านี้ไม่ใช่เพียงความหวั่นวิตก ถือเป็นความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า การให้นักศึกษาไปชนนุมภายนอกจะไม่เป็นอันตรายมากกว่าการเปิดพื้นที่ให้ชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายแก้วสรร ได้แต่แสดงความเป็นห่วง เพราะธรรมศาสตร์ไม่เคยชุมนุม โดยไม่ทราบว่าเป็นคนกลุ่มใดบ้าง ไม่เคยมีใคร 2-3 คนทำลับๆล่อๆ แบบนี้ และสุ่มเสี่ยงไม่โปร่งใส เลี่ยงกฎหมายเช่นนี้ ถ้าชมนุมให้ถูกต้องจัดอภิปรายให้ถูกต้องอย่างโปร่งใส มีความชัดเจนอยู่ในธรรมศาสตร์ชัดเจน หากเป็นเช่นนี้ตนเองก็จะไม่มายุ่ง

เมื่อถามว่า การจัดการชุมนุมของนักศึกษาที่ได้ขออนุญาตมหาวิทยาลัยและมีคณาจารย์รับรองถือว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ นายแก้วสรร ตอบว่า วิธีปฏิบัติละวิธีพูดต้องแยกออกจากกัน จะไปทำอย่างไร ส่วนตัวไม่เกี่ยว แต่พฤติการณ์และคำพูดเท่าที่เห็น ไม่ควรจะจัดในพื้นที่แห่งนี้

ส่วนกรณีที่นักศึกษาชูธง 10 ข้อเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯนั้น ไม่ขอก้าวล่วงความคิดเห็นของนักศึกษา ว่าจะผิดหรือถูก ซึ่งความคิดหลายอย่างตนเองเห็นด้วย แต่หากเคลื่อนไหวเช่นนี้ ตนเองไม่เอาด้วย

"บ้านเมืองเวลานี้มี 2 พวก พวกหนึ่งคือพวกใช้สิทธิ์ใช้อำนาจตามอำเภอใจทุกสี กับอีกพวกหนึ่งอยากใช้สิทธิ์โดยสงบ มีกฎหมายชุมนุมสาธารณะ ก็บังคับใช้ตามเรื่องเพื่อความโปร่งใส และในสภาฯ ขอให้ทำงาน อย่าไปทำเรื่องบ้าๆบอๆแบบนี้ นั่งลุ้นว่ามันหมดยุคที่จะนั่งลุ้นว่า วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ความคับข้องใจตรงนี้ก็คืออยากจะเปลี่ยนอนาคต เปลี่ยนวิธีการเคลื่อนไหวทางการเมือง กฎหมายมีแล้วก็อยากเลี้ยง ให้ทำตัวให้ได้มาตรฐานขอให้ทำตัวให้ได้มาตรฐาน" นายแก้วสรร กล่าวและว่า วันที่ 19 ก.ย. ยืนยันว่าทางกลุ่มของจะสลายตัว ซึ่งหากยังมีการรวมตัว ให้มาด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้เลย

จากนั้นนายแก้วสรร ได้เข้ายื่นหนังสือตามเวลานัดหมาย แต่อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มอบหมายให้ ผอ.กองบริหารศูนย์ท่าพระจันทร์ นางณัฐธยาน์ มิตรมูลพิทักษ์ มารับหนังสือของกลุ่มศิษย์เก่า แต่นายแก้วสรร ระบุว่านัดหมายกับอธิการบดีไว้ และต้องการยื่นหนังสือให้ถึงมืออธิการบดีด้วยตัวเอง

กระทั่งสุดท้ายรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ได้แจ้งว่าอธิการบดีอนุญาตให้นายแก้วสรร ขึ้นไปยื่นหนังสือบนห้องทำงานได้ พร้อมให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ไม่ลงมารับหนังสือตั้งแต่ครั้งแรกนั้น เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นประเด็นว่า เหตุใดจึงรับของบางกลุ่มและไม่รับบางกลุ่ม แต่เนื่องจากนายแก้วสรรได้นัดหมายล่วงหน้าจึงยอมให้ขึ้นไปพบ

ภายหลังยื่นหนังสือนายแก้วสรร ระบุว่าได้ให้กำลังใจอธิการบดีและบอกว่าเคารพการตัดสินใจเพราะเข้าใจว่าทำงานหนัก นอกจากนี้นายแก้วสรร ได้นำช่อดอกไม้ไปวางที่อนุสาวรีย์ปรีดีพนมยงค์ พร้อมกล่าวว่า "เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและธรรมศาสตร์ต้องพ้นเงื้อมมือเผด็จการม็อบ"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์