ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พท.ถามช่วยคลังสรุปจบไหนแล้วทำไมชงครม.ต่อ40ปีสายสีเขียว

287 6
พท.ถามช่วยคลังสรุปจบไหนแล้วทำไมชงครม.ต่อ40ปีสายสีเขียว

"ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ถามวุฒิการศึกษา "สันติ พร้อมพัฒน์" จบจากสถาบันไหน หลังตรวจสอบแล้วไม่พบสาขาเรียนตามที่ได้ระบุ พร้อมถามทำไมกล้าชงเข้า ครม. ปมต่อสัญญาสายสีเขียวออกไปอีก 40 ปี

(13 กันยายน 2563) นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงตั้งข้อสังเกตกรณีวุฒิการศึกษาของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ระบุว่า จบด็อกเตอร์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยนำคลิปนายสันติ ให้สัมภาษณ์สื่อที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายสันติพูดชื่อสถาบันการศึกษาผิด เป็นสถาบันเทคโนโลยีลาดกระบังเจ้าคุณทหาร 

ขณะเดียวกัน ก็บอกด้วยว่าจบสาขารถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังฮิตที่สุด อินเทรนด์ที่สุด แต่เมื่อตนไปตรวจสอบที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบว่าไม่มีสาขาวิชาดังกล่าว และหลักสูตรที่นายสันติเข้าเรียน คือ ปรัชาญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2559 และเป็นหลักสูตรนานาชาติ 

"ในฐานะที่ผมจบวิศวะ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทุกคนทราบว่าหากจะเรียน วิศวกรรมศาสตร์ ปริญญาเอก จะต้องมีวิชาพื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับวิศวกรรม 3 วิชา ประกอบด้วย วิชาวิศวกรรมเครื่องกลเบื้องต้น วิชากำลังไฟฟ้า และวิชาคอมพิวเตอร์และการออกแบบ แต่นายสันติ จบปริญญาตรีและโท ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งไม่มีคณะวิศวกรรม ดังนั้น ที่นายสันติบอกว่าจบปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตร์ นั้น ถามว่านายสันติไปเรียนที่ไหน เพราะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ไม่มีสาขาตามที่ระบุ จึงอยากให้ชี้แจง" นายยุทธพงศ์ กล่าว


นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสันติเคยเปิดอู่ซ่อมรถ ชื่ออู่ "ชนหนัก ชนเบา เราซ่อมได้" ย่านเอกมัย - เพชรบุรีตัดใหม่ และมีข้อมูลด้วยว่า นายสันติ เคยหนีคดีไปอยู่ จ.เพชรบูรณ์ เพราะถูกออกหมายจับคดีเช็กเด้ง จากการทำกิจการอู่ซ่อมรถดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ก็อยากให้นายสันติออกมาชี้แจง  

ส่วนเรื่องการขยายสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก 40 ปี ที่เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้เสียรมว.คลัง ไปแล้ว 2 คน คือ นายอุตตม สาวนายน และนายปรีดี ดาวฉาย ที่ไม่กล้าเซ็นอนุมัติโครงการดังกล่าว แต่นายสันติกลับกล้านำเสนอเข้าสู่ ครม. ทั้งยังบอกว่าทำสิ่งที่ถูกต้องอีกด้วย โดยเรื่องนี้นายสันติยังไม่เคยเปิดเผยมูลค่าทรัพย์สินจริงๆ เกี่ยวกับสัญญารถไฟฟ้าดังกล่าว ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ทั้งที่ พ.ร.บ.ร่วมทุน จะต้องมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด และต้องนำเข้าคณะกรรมนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ด้วย แต่นายสันติ และกระทรวงมหาดไทย อ้างว่า กทม.เป็นหนี้รับหนี้ไม่ไหว จึงต้องยกหนี้ให้เอกชนมารับแทน 

"ถามว่าบีทีเอส ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเขาโง่หรือ เขาคงไม่โง่มารับหนี้กว่า 7 หมื่นล้านบาท มีแต่รัฐบาลที่แกล้งโง่ และไม่ยอมนำเรื่องเข้าพ.ร.บ.ร่วมทุน ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับออกมาตรา 44 มาบังคับใช้ เพื่อยกเว้นการใช้กฎหมายที่มีอยู่ ก็ขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ที่บอกว่าให้ทุกคนเคารพกฎหมาย แล้วตัวท่านเคารพกฎหมายหรือไม่ เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนอย่างบีทีเอส จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยับยั้งเรื่องนี้ เพราะมีรายงานจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว ว่าไม่เห็นด้วบกับการต่อขยายสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว" นายยุทธพงศ์ ระบุ

ขณะเดียวกัน ครม.เองก็มีมติและส่งเรื่องมายังรัฐสภา ให้ กทม. ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน จึงถามกระทรวงการคลัง ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมเรียกร้องเป็นรอบที่สิบว่า กลัวอะไรหนักหนา ถึงไม่เข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน หากเจ้าสัวคนอื่นๆ อยากได้สัมปทานบ้าง จะต้องออกกฎหมายยกเว้นให้หรือไม่ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ลุแก่อำนาจ เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียน นักศึกษา จึงออกมาขับไล่รัฐบาล

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์