ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"วอนธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้นศ.จัดชุมนุม19ก.ย.

664 47
จตุพรวอนธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้นศ.จัดชุมนุม19ก.ย.

"จตุพร พรหมพันธุ์" วอนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาใช้ในการชุมนุม 19 ก.ย.นี้ อย่าผลักใสเร้าสถานการณ์ไปสู่จุดไม่คาดฝัน มองสภาพการณ์ประเทศเวลานี้อาจไปถึงการทำรัฐประการ แนะนายกฯไม่ไหวลาออกอย่าแบก เพราะส่งผลให้ 70 ล้านคนเดือดร้อน

(11 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าการไม่ให้ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 ก.ย. คงมีหลายวิธีการ เช่น ไม่เปิดประตูให้เข้าพื้นที่มหาวิทยาลัยไปชุมนุม ถ้านักศึกษาเกิดแข็งขืน เข้าไปยึดพื้นที่มหาวิทยาลัยแล้ว สถานการณ์ยิ่งกระทบกระทั่ง และมีปัญหาความอำนวยความสะดวกตามมาด้วย

ทั้งนี้ ขอให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ช่วยคิดกันใหม่ คุยกันอย่างศิษย์กับอาจารย์ มากกว่าเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น และไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ถ้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปิดประตู เมื่อมีคนมาจำนวนมาก อีกอย่างสนามหลวงไม่ให้เข้าไปอีก แน่นอนเป้าหมายที่สามต้องไปทำเนียบรัฐบาล

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สมรภูมิก็คล้ายกับเหตุการณ์พฤษภา 2535 ในการเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงไปยังทำเนียบรัฐบาล แล้วไปติดที่กำแพงลวดหนามสะพานผ่านฟ้า ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่าง ถ้ารู้จักใช้วิธีก็สามารถแก้ไขได้ ยกเว้นมีแนวคิดต้องการเร่งสถานการณ์ให้สั้นขึ้นเท่านั้น

"หลักคิดนี้ ใครก็คิดได้ และสามารถอธิบายว่ามีเจตนาอะไร ถ้าไม่คิดอะไรก็คิดใหม่ หรือเจตนาต้องการเร่งเป้าหมายให้เร็วขึ้น เพราะ 19 ก.ย. เที่ยวนี้หลายฝ่ายจับตาว่า จะถูกหยิบฉวยมานำไปสู่การทำรัฐประหารหรือไม่สิ่งสำคัญแล้ว รัฐบาลต้องทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ต้องทำตามคำพูดว่า มองนักเรียน นิสิต นักศึกษา เหมือนลูกหลาน ถ้ามหาวิทยาลัยไม่เปิดประตูให้แล้ว ดังนั้น ทุกจุดการชุมนุมเคลื่อนไหวต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยให้จัดวางกำลังดูแลความปลอดภัยให้สมบูรณ์ ขอไม่พูดอย่างปากว่าตาขยิบกัน" ประธาน นปช. ระบุ

นอกจากนี้ ควรใช้แต่กำลังตำรวจ และทหารอย่ามายุ่ง โดยให้ตำรวจอำนวยความสะดวกอย่างเดียว อย่าได้ขัดขวาง แต่ต้องระวังมือที่สามเข้าแทรกแซง รวมทั้งอย่ามีแนวความคิดปราบปรามนักศึกษา เพราะการใช้กำลังกับนักเรียน นักศึกษา จะกลายเป็นชนวนเอาไม่อยู่ เนื่องจากโลกสื่อสารไร้พรหมแดน ยิ่งทำให้คนรับรู้เร็วและง่ายขึ้น ยิ่งนำพาให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวประหลาดใจมาก คือ เมื่อถึงเวลาชุมนุมรัฐกลับมองหาแต่ท่อน้ำเลี้ยง ไปดูรถสุขา ซึ่งความจริงแล้ว สิ่งนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยเฉพาะ ควรมาอำนวยความสะดวก ถ้าปฎิบัติกันเช่นนี้ ความห่วงใยทั้งหลายจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นแล้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ควรทบทวนใหม่ มิเช่นนั้นคิดได้เลยว่า ต้องการให้ยึดสนามหลวง หรือให้ไปทำเนียบรัฐบาลเร็วขึ้น ซึ่งอาจไปตั้งแต่เย็นวันที่ 19 ก.ย. เพราะคนเยออะกว่า ตอนเช้าวันที่ 20 ก.ย. ก็เป็นได้


สำหรับบรรยากาศบ้านเมืองเวลานี้ อยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก หลายเหตุการณ์ไม่มีความชอบธรรม เช่น โครงการโฮปเวลล์ คนไทยต้องต่อต้าน เพราะมีการลงทุนซื้อโครงการ 500 ล้านบาท แต่เอามาฟ้องร้องชนะรัฐบาลไทย แล้วได้เงินชดเชย 2.4 หมื่นล้านบาท เรื่องนี้ต้องเอาคนผิดมาลงโทษ และต้องระงับการจ่ายเงินค่าโง่ไว้ก่อน ซึ่งเป็นความเสียหายจากภาษีของคนไทย

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ว่าทั้งการแก้ มาตรา 256 หรือ มาตรา 272 ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องได้เสียง ส.ว. มาร่วมหนุนด้วย โดยเฉพาะนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ที่เสนอคำถามพ่วง ให้วุฒิสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องแสดงความรับผิดชอบเป็นรูปธรรม ด้วยการชวนเพื่อน ส.ว.ให้ได้ 84 คน พร้อมประกาศสัจจะต่อประชาชนว่าจะโหวตแก้ มาตรา 272 ให้

"ผมดูสถานการณ์แล้ว กรณีนี้จะเป็นปัญหา และน่าจะเดินไปไม่ถึง ถ้านายกรัฐมนตรีต้องการแก้ไขปัญหาคราวนี้ เมื่อสถานการณ์เข้าจุดที่เป็นปัญหา และเดินยากกันแบบนี้ ผมว่ายุบสภาดีกว่า คืนอำนาจให้ประชาชนเป็นทางออกที่ดีที่สุด แล้วสั่งวุฒิสภาไม่ให้โหวตสวนเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทำประชามติแก้ รธน.ในวันเลือกตั้งในคราวเดียวกัน" นายจตุพร กล่าว

ทั้งนี้ เชื่อว่ารัฐประหารจะเกิดขึ้น เพราะเวลานี้มีการกดดันต่างๆ เพิ่มความร้อนแรงมากขึ้น สิ่งสำคัญในคราวนี้ คือ ตนประกาศชัดไม่เอาด้วยกับรัฐประหารเด็ดขาด พร้อมชวนประชาชนต้องลุกขึ้นมาต่อต้านการทำรัฐประหาร ซึ่งการยึดอำนาจในอดีต จะยึดกรมประชาสัมพันธ์ไว้ก่อน เพื่อควบคุมการสื่อสาร ส่วนการยึดอำนาจสมัยนี้จะสั่งทีวี แต่สั่งมือถือไม่ให้ถ่ายทอดไม่ได้ ยกเว้นต้องตัดสัญญาณดาวเทียม ซึ่งจะเกิดความโกลาหลขึ้น เมื่อมือถือใช้ได้ปกติมีทั้งไลฟ์สด ถ่ายรูปแพร่ไปทั่ว เกิดวุ่นวายทั้งประเทศ การรัฐประหารเอาไม่อยู่แน่ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องลำบาก คือ ยึดได้แต่อยู่ยาก

"อิทธิฤทธิ์ในโลกสื่อสารไร้พรหมแดนจะมีพลานุภาพ และผมประกาศชัดไม่เอาด้วยกับการรัฐประหารเด็ดขาด และเชิญชวนพี่น้องประชาชนล่วงหน้า ว่าเราคงได้ร่วมทำศึกกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะสภาพการณ์ของประเทศไปไม่ไหวแล้ว เมื่อปัญหาประเดประดังเข้ามา ต้องยกเครื่องประเทศไทย ถ้าตัดสินใจยุบสภาฯ แม้แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ยังเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการประชาธิปไตย หากปล่อยเลยเถิดถึงรัฐประหาร สถานการณ์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง" ประธาน นปช. ระบุ

นอกจากนี้ หนทางแก้ปัญหาชาติ ขอแต่ละฝ่ายต้องช่วยกันคิด เพราะความยากลำบากจะมีมากขึ้น และจะปล่อยให้ชาติบ้านเมืองอยู่อย่างนี้ไม่ได้ โควิด-19 ต่างประเทศรายล้อมไทยอยู่ กระทบการท่องเที่ยว เชื่อว่าปีหน้าโรงงานปิดมากกว่านี้ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่สิ้นคนมีศักยภาพ เพียงแต่หลายคนไม่อยากมายุ่ง ขณะเดียวกัน ประเทศก็อยู่ในสถานการณ์ขณะนี้ไม่ได้ แต่ละฝ่ายต้องคิดเรื่องชาติบ้านเมืองเป็นหลัก โดยรัฐบาลต้องรู้ดีว่า ตัวเองกำลังเผชิญอยู่กับอะไร นำประเทศรอดหรือไม่ อย่าไปติดยึดหัวโขน

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า นายกรัฐมนตรีอย่าเข้าใจผิด ว่าทุกอย่างต้องแก้ไขเสร็จในยุคที่ตัวเองนั่งบริหารประเทศ ถ้าเป็นเช่นนั้น ประเทศจำเป็นต้องมีนายกฯ คนต่อไปอีกทำไม ในทางกลับกันถ้าไปไม่ไหว ต้องตัดสินใจคิดหาทางลง โดยต้องรับผิดชอบความจริง ขออย่าไปแข็งขืนกับเรื่องชาติบ้านเมือง เพราะเกี่ยวข้องกับคนเกือบ 70 ล้าน และความเดือดร้อน ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวนายกฯคนเดียว

ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า รวมทั้งหลายประเทศในช่วงโควิดสามารถอยู่รอดได้ เพราะความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเสียไปแล้วพูดความจริงคนก็ไม่เชื่อ ดังนั้น ในสถานการณ์นี้ ความเชื่อมั่นสำคัญที่สุด อีกทั้งโพลขอให้ทำอย่างมืออาชีพ ยึดถือความจริง อย่าสร้างแต่โพลความสุข ให้คนที่เป็นปัญหาได้ยินได้ฟัง เพราะยิ่งจะไม่รู้ตัวเลย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์