ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"บิ๊กป๊อก" สวน "โจ้" ต้นตอปัญหา "สายสีเขียว" เริ่มปี 51

868 1
บิ๊กป๊อก สวน โจ้ ต้นตอปัญหา สายสีเขียว เริ่มปี 51

"อนุพงษ์ เผ่าจินดา" สอนประวัติศาสตร์ "ยุทธพงษ์ จรัสเสถียร" ชี้ต้นตอปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวเริ่มมาตั้งแต่ปี 51 ขณะที่ คสช.เข้ามาแก้ปัญหา คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาพิจารณามีความโปร่งใส ยึดประโยชน์ประชาชนสูงสุด ไม่มีเอื้อนายทุน

(10 กันยายน 2563) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อภิปรายในสภาฯเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาของ นายยุทธพงษ์ หรือ โจ้ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กรณีรัฐบาลเตรียมขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กลุ่มบีทีเอส เป็นการเอื้อประโยชน์แก่นายทุน วานนี้(9 กันยายน 2563)ิ ว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีข้อกังขามาหลายครั้งว่าเอื้อนายทุนและมีผลประโยชน์ต่างๆ จึงอยากเรียนให้ทราบว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เริ่มตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพในส่วนแรก เรียกว่า "สายสีเขียวหลัก" หรือ "สายสีเขียวเข้ม" ซึ่งการดำเนินการในช่วงเริ่มต้นนั้นทางบีทีเอสก่อสร้างโดยใช้งบประมาณของตนเอง เป็นสายเดียวในประเทศไทยที่เอกชนลงทุนเอง รัฐไม่ได้ลงทุนให้ โดยผลประโยชน์ตอบแทนคือค่าโดยสารที่เก็บได้ในช่วงสัมปทาน 30 ปี ตั้งแต่ปี 2542-2572  ต่อมากรุงเทพมหานคร หรือ กทม.ได้ก่อสร้างเพิ่มเติม เรียกว่า "ส่วนต่อขยาย 1" โดยใช้งบประมาณของ กทม. และขยายสัมปทานให้บีทีเอสเดินรถ เมื่อหมดระยะเวลาสัมปทานในปี 2572 สายสีเขียวเข้มทั้งหมดจะตกเป็นของ กทม. 

โดยปัญหาเริ่มเกิดเมื่อรัฐบาลสมัยปี 2551 ได้ไปมอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ไปสร้างส่วนต่อขยายทางเหนือและทางใต้ หรือ "ส่วนต่อขยาย 2" เรียกว่าสายสีเขียวเหนือกับสีเขียวใต้ แต่ก็มีปัญหาขาดทุน ต้องจ้างเดินรถ และมีภาระหนี้กว่า 7 หมื่นล้านบาท รัฐบาลจึงโอนโครงสร้างทั้งหมดของ รฟม.ไปให้ กทม.ดำเนินการ ซึ่งก็ทำให้มีปัญหาตั้งแต่แรกเช่นกัน คือประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสารแพงถึง 158 บาท และต้องเสียค่าแรกเข้า หากเดินทางข้ามส่วนต่อขยายจะต้องเปลี่ยนรถหลายครั้ง ถ้าไม่เก็บค่าแรกเข้าจากประชาชน ก็ต้องผลักภาระไปให้ กทม. ประกอบกับ กทม.มีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบหลายหมื่นล้าน รวมทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ และการเดินรถ รวมๆ แล้วเป็นแสนล้าน นี่คือปัญหาที่เกิดกับ กทม. จึงมีแนวคิดจะแก้ปัญหาด้วยการร่วมทุน 

หากรัฐบาลจะเข้าไปช่วย หนี้ก็ต้องกลายเป็นหนี้สาธารณะ กลายเป็นภาระของคนไทยทั้งประเทศ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องของ กทม.ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวจาก 7,580 แห่งในประเทศไทย ส่วนการจะไปยกเลิกสัมปทานก็เป็นไปไม่ได้ 


ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เกรงว่าหากปล่อยให้ครบอายุสัญญาสัมปทาน คือปี 2572 การสรรหาเอกชนรายใหม่ต้องใช้เวลา 2-3 ปี และต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น คสช.จึงมีแนวทางดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น จึงออกคำสั่งห้วหน้า คสช.ที่ 3/2562 เรื่องการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้เพื่อแก้ปัญหา โดยไม่ให้รัฐบาล  กทม. และประชาชนมีภาระ รวมทั้งได้รับประโยชน์สูงสุด 

พล.อ.อนุพงษ์ ย้ำว่า ขอให้มั่นใจว่าคณะกรรมการที่เป็นผู้มีอำนาจอยู่ในกระบวนการ และให้มั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ ส่วนการเจรจานั้นอยู่บนพื้นฐานของประชาชนที่จะได้ค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมสามารถเดินทางได้ตลอดสาย ค่าโดยสารทั้งสายไม่เกิน 65 บาท อีกทั้ง กทม.และรัฐบาลไม่มีภาระหนี้สิน รวมถึงผลตอบแทนลงทุนของเอกชนอยู่ในอัตราที่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าค่าโดยสารไม่ได้สูงที่สุดในโลกอย่างที่พูดกัน (มีกราฟฟิกมาแสดงว่าราคาค่าโดยสารประเทศอื่นสูงกว่าไทย เช่น สิงคโปร์)

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend