ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

นายกฯห่วงมือที่3สร้างเหตุป่วนชุมนุม19ก.ย.นี้

225 14
นายกฯห่วงมือที่3สร้างเหตุป่วนชุมนุม19ก.ย.นี้

"ชลน่าน ศรีแก้ว" เตือนข่าว "ยุทธการสะพานมัฆวานรังสรรค์" วางกับดักชุมนุมนักศึกษา 19 ก.ย.นี้ ห่วงปะทะรุนแรง ขอนายกฯ ลาออก เพื่อแก้ปัญหา ขณะที่ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" กลัวมือที่ 3 ทำบานปลาย ยันรัฐไม่ทำแน่นอน เพราะรักเหมือนลูกหลาน แต่ขอให้รวมตัวอยู่ในกรอบสันติวิธี ย้ำใครลงมือต้องหาตัวมารับโทษ

(9 กันยายน 2563) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายแสดงความกังวลต่อการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 ก.ย. นัดหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งทราบข่าวมาว่าอาจมีเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยตั้งชื่อว่า "ยุทธการสะพานมัฆวานรังสรรค์ 19 กันยา #ปิดสวิทช์ลูกหลานประชาชน เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนจากสะพานผ่านฟ้าไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และผ่านสะพานสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งจะมีการวางกับดักเอาไว่ก่อนจะไปถึงทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ หากมีอะไรเกิดขึ้นที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีตำนานเป็นจุดปะทะ จะเป็นตราบาปกับประเทศและนายกรัฐมนตรี จึงควรปล่อยให้นักเรียนนักศึกษาแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพ เชื่อว่าจะไม่มีการก่อจราจล แต่ต้องระวังมือที่ 3 สร้างความปั่นป่วนยุยง โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อน โดยฝากนายกฯต้องหามาตรการอย่างเต็มที่ที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือแก้ที่เหตุของปัญหา เพราะประชาชนไม่ยอมรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

"ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากหากนายกรัฐมนตรีจะไปพบนักศึกษา เช่นเดียวกับรัฐมนตรีคนหนึ่งไปพบปะกับนักเรียนที่แสดงความกล้าหาญ และอย่าให้สะพานมัฆวานรังสรรค์ เป็นสถานที่กำจัดหน่ออ่อนประชาธิปไตย อย่าให้สถานการณ์นำไปสู่การประกาศกฎอัยการศึกเหมือนปี 2557 และทางที่ดีที่สุดควรตัดสินใจออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี" นพ.ชลน่าน กล่าว

ส่วนการนำเงินของประชาชน ไปใช้ต่อสู่คดีปิดเหมือนทองบริษัทอัครา จ.พิจิตร ซึ่งโอกาสชนะดีมีน้อยมาก เนื่องจากหัวหน้า คสช. ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้อำนาจตามกฎหมายที่ออกเอง ไม่มีใครยอมรับ ไม่ผ่านรัฐสภา ไปยึดคืนปิดเหมืองทองเป็นของรัฐ ผิดข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ซึ่งจริงแล้วต้องเป็นค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล เพราะใช้กฎหมายผิดประเภทไปปิดเหมือง ทำให้ประชาชนต้องชดใช้แทน ทั้งค่าชดเชยที่ถูกฟ้องอ้างสิทธิ์ การให้สัมปทานฟรีเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย การให้อาชญาบัตรพิเศษที่จังหวัดเพชรบูรณ์และจันทบุรี เป็นการเอาทรัพยากรไปเสียค่าโง่ จากการกระทำของบุคคล

สำหรับการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึงวันที่ 30 ก.ย. กระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และมีหลักฐานชัดเจน ว่าจะใช้เป็นโอกาสจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยใช้วิธีจำเพาะเจาะจง โดยมีประกาศชัดเจนเกี่ยวกับการจัดซื้อหากเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ใช้วิธีจำเพาะเจาะจง เลือกผู้จัดซื้อจัดจ้างได้


จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องเคลื่อนย้ายรถถัง จะไปรบกับใคร อย่างปี 57 ไม่มียิงปืนสักนัด สิ่งที่ห่วง คือ เด็ก นักศึกษา ซึ่งส่วนตัวไม่กลัวใคร แต่กลัวคนข้างหลัง ที่จะทำให้เหตุบานปลาย โดยตนเน้นให้ดูแลความปลอดภัย กลัวมือที่ 3 อย่างที่เกิดปี 53 ซึ่งไม่ใช่ตนแน่นอน

"ผมคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ดังนั้น ขอฟัง 2 ข้างบ้าง อย่าบอกผมไม่ฟังใคร เพราะอะลุ่มอล่วยตลอด ผมรักลูกหลาน ผมเป็นคนมีลูก และอบรมดี ผมยืนยัน รัฐบาลไม่ทำอะไรแน่นอน ใครจะทำ ต้องหาตัวให้เจอ ฝากลูกหลานให้อยู่ในกรอบสันติวิธี" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ส่วนเรื่องเหมืองทองอัครานั้น ตามที่มีการร้องเรียนจากการประกอบกิจการ ว่ากระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งยังต้องรอการตรวตสอบ จึงจำเป็นต้องป้องกันสุขภาพประชาชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์การรักษาความสงบ จึงอาศัย มาตรา 44 โดยจะเห็นว่า ในคำสั่ง ไม่มีคำว่าเหมืองแร่ทองคำอัครา ซึ่งเป็นการระงับกิจการชั่วคราว ทางต่างประเทศก็ทราบดี ถึงการใช้มาตรา 44 แต่มีบางบริษัท เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยบริษัทอื่นก็ไม่มีปัญหา ตนจึงจำเป็นต้องรับฟัง เรื่องกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการฯ ก็ให้กับมาประกอบกิจการได้แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่า ตนทำเหมือนคลองด่าน ทางด่วนโฮบเวลล์ ที่มาถึงตน แต่ก็มาตีตนเองอย่างเดียว ซึ่งทำไมไม่แก้ตอนเป็นรัฐบาลกัน โดยจากนี้ ก็เกรงว่าจะมีการปลุกระดม ที่ให้มองตนเป็นตัวร้าย ที่จะกำจัดใคร ซึ่งวิธีที่พูดกัน เป็นการเร่งปลุกระดม อย่างพูดเรื่องสะพานมัฆวานฯ ขอยืนยัน ตนไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลย และไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์