ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"มองการปล่อยตัว"อานนท์-ไมค์"อาจไม่จบเหมือนตาเห็น

2.84K 22
จตุพรมองการปล่อยตัวอานนท์-ไมค์อาจไม่จบเหมือนตาเห็น

"จตุพร พรหมพันธุ์" มองปรากฎการณ์การปล่อยตัวแบบพิเศษของ "ทนายอานนท์-ไมค์ ระยอง" ไม่ได้จบอย่างที่ตาเห็น ชื้เพื่อไทยยื่นเพิ่ม 4 ข้อแก้รัฐธรรมนูญ อาจไม่จะเกิดขึ้นเลยสักมาตราเดียว

(9 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ถึงการปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา และนายภานุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาชุมนุมทางการเมืองออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.นั้น ถือเป็นการปล่อยตัวแบบพิเศษ และไม่ปกติ จึงต้องคิดอ่านในกระดานต่อสู้อย่างรอบคอบ เพราะการปล่อยตัวบุคคลทั้ง 2 นั้น เพิ่งเห็นเป็นกรณีแรก เนื่องจากสน.สำราญราษฎร์ ยื่นถอนประกันตัว โดยอ้างถึงการสอบสวนคดีได้สิ้นสุดลงแล้ว เท่ากับเป็นการยื่นปล่อยตัวแบบพิเศษ ซึ่งทำให้ต้องคิดมากกว่าเดิมอีก

"การปล่อยแบบผิดปกติ ต้องทำให้คิดมากกว่าเดิม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาปล่อยตัวด้วยตัวเองอีก จึงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่า ต้องการให้ 2 คนนี้มาปราศรัยในวันที่ 19 ก.ย. ที่ธรรมศาสตร์ และคิดต่อไปอีกว่า กระดานนี้จะนำไปสู่อะไร" นายจตุพร กล่าวและว่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ถ้ามองเพียงปรากฎการณ์แล้ว และคิดเข้าข้างตัวเองนั้น จะทำให้ผิดพลาด เพราะการปล่อยรอบนี้ไม่ธรรมดา และไม่จบเท่าที่เห็นได้ ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ต้องตั้งหลัก คิดให้รอบคอบ

สำหรับการชุมนุมของเยาวชน คนหนุ่มสาวถือเป็นสิทธิเสรีภาพ รัฐต้องอำนวยความสะดวกทุกเรื่องราว และต้องมองผู้ชุมนุมเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ อีกอย่างสถานการณ์ที่ผ่านมาในรอบ 10 ปี ไม่ได้จบที่การชุมนุมอย่างเดียว และในอดีตขบวนการเสื้อแดงมีคนมาร่วมมากมายระดับแสนคน แต่ขณะนี้ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตื่นตัวทางการเมือง ถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ ดังนั้น ระยะเวลาจะฝึกถึงความอดทนในการชุมนุมต่อสู้อย่างยืดเยื้อยาวนาน

ส่วนการสิ้นสุดลงมักเกิดขึ้นแต่ละรูปแบบ และมีผลลัพธ์แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละฝ่าย ล้วนต้องการได้ประชาธิปไตยที่ถูกต้องส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น พรรคเพื่อไทยจะยื่นอีก 4 มาตรา คือ ปิดสวิตซ์ ส.ว. ตามมาตรา 272 ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การรับรองคำสั่งของ คสช. และอื่นๆ อีกทั้ง การยื่นไปแล้วในการแก้มาตรา 256 แต่ตนยังยืนยันว่า จะไม่ได้แก้แม้แต่มาตราเดียว


"วันนี้หวังว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้น แต่ในกระดานการเมือง พอจะเห็นว่าใครคิดการณ์กันอย่างไร ผมยังยืนยันในการทำสงครามในสนามรบที่กำหนดเองได้ การต่อสู้หนนี้ของคนหนุ่มสาวถือเป็นการจุดประกายที่ยิ่งใหญ่ที่สำคัญที่สุด ผมควรจะรู้ว่า ผมควรทำสงครามตอนไหน ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ เราอยู่ในสถานะเหมือนคนคัดท้าย ส่งเสียประคับประคอง ใครจะเห็นค่า ไม่เห็นค่าก็แล้วแต่" ประธาน นปช. ระบุ

อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ทางการเมือง ไม่ควรมีใครตายหรือติดคุกแม้คนเดียว ส่วนเรื่องประหลาดใจจากปรากฎการณ์ปล่อยตัวทนายอานนท์กับนายภานุพงศ์ ต้องคิดหนัก ว่าจะนำไปสู่อะไร และต้องประเมินสถานการณ์ถึงการเดินไปสู่ปลายทางเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ 60 ไม่ได้ร่างขึ้นมาเพื่อให้มีการแก้ไข แต่ต้องการให้ฉีก และส่งต่อให้คณะรัฐประหารชุดใหม่ต่อไป และยืนยันว่า การทำการรัฐประหาร ก็ไม่ทำให้เรื่องจบได้ แต่ที่สำคัญเชื่อว่าประชาชนทั้งแผ่นดินจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมเองทั้งหมด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์