ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตุ๋นขายหม้อ "ออนไลน์" 7ล้าน

871 4
ตุ๋นขายหม้อ ออนไลน์ 7ล้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบนครบาล บุกรวบ 2 ผัวเมียจอมแสบ หลอกเหยื่อขายหม้อทอดไร้น้ำมันออนไลน์ จนทำให้มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่กองกำกับการสืบสวน 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.4 บก.สส.บช.น.)พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก. สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ชิษณุพงษ์ ไหวดี รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.         

ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.พฤฒ ศุภจิตตากร สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ จงเจริญ ร.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ทองสินทร รอง สว. กก.สส.4 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.สส.4 บก.สส.บช.น. จับกุมนายพลณธี ภักดีพงศ์พานิชย์ หรือนายนิว ชื่อเดิม เนายเพชรภูมิ สการภักดีสกุล อายุ 38 ปี และน.ส.ธนิวรรณ ธัญวิวัฒธนากูล หรือ น.ส.บี ชื่อเดิม น.ส.ปัทมา ธัญญาโภชน์ อายุ 28 ปี ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" จับกุมได้ที่โรงแรมที่พักแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 5 ก.ย. เวลาประมาณ 15.00 น.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากนายพลณธี ภักดีพงศ์พานิชย์ หรือนายนิว ชื่อเดิม เนายเพชรภูมิ สการภักดีสกุล อายุ 38 ปี และและน.ส.ธนิวรรณ ธัญวิวัฒธนากูล หรือ น.ส.บี ชื่อเดิม น.ส.ปัทมา ธัญญาโภชน์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ได้ร่วมกันเปิดเพจเฟซบุ๊กขายสินค้า ที่มีชื่อว่า "บริษัทนำเข้า 110 จำกัด" โดยมีนายพลณธี เป็นแอดมินเพจ และได้ประกาศจำหน่ายสินค้าในเพจดังกล่าวหลายประเภท เช่น เฟอร์นิเจอร์ , นม UHT , น้ำมันพืช , หม้อทอดไร้น้ำมัน เป็นต้น โดย น.ส.ธนิวรรณ ได้ติดต่อว่าจ้างให้ นายสายชล เกตุหอม หรือนายโอ๊ต เป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกัน ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว เปิดบัญชีธนาคารใช้ชื่อของนายสายชลเอง จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้นำบัญชีดังกล่าวมาโพสประกาศในเพจ เพื่อใช้เป็นบัญชีรับการโอนเงินจากลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้าและถูกหลอกลวง เมื่อตกลงซื้อขายกับผู้เสียหาย และผู้เสียหายโอนเงินค่าสินค้าไปแล้ว ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับ และสินค้าที่สั่งซื้อไปก็ไม่ได้รับ โดยสินค้าสร้างความเสียหายมากที่สุดขณะนี้คือหม้อทอดไร้น้ำมัน


จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียหายที่หลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อของเพจดังกล่าวจำนวมากกว่า 3,000 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวกันของผู้เสียหาย ร่วมกันตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ "โดนโกงจากบริษัทนำเข้าสินค้า 110 จำกัด" มีสมาชิกในกลุ่มกว่า 3,000 คน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมมือกันในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยกลุ่มผู้เสียหายได้เคยรวมตัวกันไปร้องเรียนและแจ้งความเพื่อดำเนินคดีที่ บก.ปคบ. มาแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย.63 ที่ผ่านมา            ผู้เสียหายบางส่วนเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของเพจ "บริษัทนำเข้า 110 จำกัด" ณ สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 เป็นเป็นผู้กระทำผิด และเป็นเจ้าของเพจดังกล่าว ซึ่งต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2563 ฝ่ายสืบสวน สภ.หนองปลิง ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสอง และคาดว่าผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ประสานข้อมูลกับทาง กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ให้ช่วยดำเนินการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสอง จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรมไม่อยู่อาศัยที่ใดเป็นหลักแหล่ง มีการย้ายที่อยู่บ่อย 3-4 วันต่อครั้ง

และมีการตระเวนกดเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายตามตู้ ATM สถานที่ต่างๆ หลายที่ และเป็นเงินจำนวนมาก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย.63 เจ้าหน้าที่ กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้มาพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมที่พักแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.พิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ และได้พบผู้ต้องหาทั้งสอง เดินทางเข้ามาในโรงแรมที่พัก จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนทราบ พร้อมทำการตรวจยึดทรัพย์สินบางส่วนซึ่งเชื่อว่าได้ในการกระทำความผิด และได้มาจากการกระทำความผิด ได้แก่ เงินสดจำนวนหนึ่ง , รถยนต์ยี่ห้อ MG รุ่น ZS สีแดง ทะเบียนป้ายแดง จำนวน 1 คัน , โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปลิง จว.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนยังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กชื่อ "บริษัทนำเข้า 110 จำกัด" จริง แต่มีเจตนาที่จะจำหน่ายสินค้าจริง ๆ โดยอาศัยเงินจากผู้เสียหายที่สนใจสินค้า และโอนมา นำไปสั่งซื้อสินค้าผ่านดีลเลอร์นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ต่อมาปรากฏว่าไม่มีสินค้าส่งการตามกำหนดนัด ประกอบกับเริ่มมีผู้เสียหายทวงถามเข้ามาจำนวนมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักสักระยะหนึ่ง ส่วนเงินที่ได้มาบางส่วนก็ได้นำไปเล่นการพนันออนไลน์ และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งทางตำรวจมองว่ายังพบพิรุธหลายประการในคำให้การเบื้องต้น และยังไม่ปักใจเชื่อ จะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์การกระทำความผิดของผู้ต้องหา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 2 พบว่าเคยต้องหาคดีในความผิดลักษณะเดียวกันมาก่อนดังนี้     1.นายพลณธี ภักดีพงศ์พานิชย์ หรือนายนิว ชื่อเดิม นายเพชรภูมิ สการภักดีสกุล มีประวัติต้องหาคดี ได้แก่ ปี 2559 ความผิดฐาน "ฉ้อโกง" สน.หัวหมาก ปี 2561 ความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" กก.5 บก.ปอศ. ปี 2562 ความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" สน.ลาดพร้าว ปี 2562 ความผิดฐาน "ฉ้อโกง" สน.พระโขนง ปี 2562 ความผิดฐาน "ตัวการในข้อหาทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น" สน.โคกคราม ปี 2563 ความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" (ตรวจสอบพบมีหมายจับ ยังไม่ถูกจับกุมตามหมาย) ปี 2563 ความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ (คดีที่ถูกจับกุม)

ส่วนน.ส.ธนิวรรณ ธัญวิวัฒธนากูล หรือ น.ส.บี ชื่อเดิม น.ส.ปัทมา ธัญญาโภชน์ มีประวัติต้องหาคดี ได้แก่ ปี 2561 ความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" กก.5 บก.ปอศ. ปี 2562 ความผิดฐาน "พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิด" สภ.ดอนตูม จ.นครปฐม ปี 2563 ความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นคดีที่ถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ทางด้านพ.ต.ต.พฤฒ กล่าวว่า ฝากเตือนประชาชนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ คำนึงถึงความปลอดภัย เนื่องจากในปัจจุบัน มีกลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการจำหน่ายสินค้าทางช่องทางออนไลน์ ในการหลอกลวงเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจำนวนมาก ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าใดๆ ทางช่องทางออนไลน์แต่ละครั้ง พี่น้องประชาชนควรจะต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของร้านค้าออนไลน์ผู้จำหน่ายสินค้านั้น ๆ ให้ดีก่อน หมั่นตรวจสอบเครดิตของผู้ขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีเวปไซต์ที่รวบรวมบัญชีธนาคาร หรือข้อมูล ของร้านค้าต่าง ๆ ที่ได้เคยมีการฉ้อโกง หรือหลอกขายสินค้ามาแล้ว จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ซื้อได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพเหล่านี้ เพื่อพี่น้องประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังเช่นนี้แล้ว ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้หลงเชื่อจากการกระทำผิดในลักษณะนี้ก็จะน้อยลง และการกระทำความผิดก็จะลดลงตามไปด้วย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์