ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร" ฟันธงกันยาฯวุ่นอาจแก้รธน.ไม่ได้สักมาตรา

1.12K 41
จตุพร ฟันธงกันยาฯวุ่นอาจแก้รธน.ไม่ได้สักมาตรา

"จตุพร พรหมพันธุ์" ประเมินสถานการณ์การเมืองในเดือนกันยายน เชื่อสุดท้ายแล้วจะไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญแม้แต่เพียงมาตราเดียว และจบด้วยการฉีกรธน.เช่นเดิม หลังทุกอย่างส่อถึงทางตัน

(6 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้จริงๆแล้ว อยากบอกว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังคงมีประเด็นออกไป 2 แนวทาง คือ จะแก้ไขในส่วนของมาตรา 256 ยกเว้นหมวดที่ 1 และ 2 หรือจะแก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว. ซึ่งการแก้ไขมาตรา 256 นั้นเหมือนเป็นการสับคัทเอาท์ แต่เนื่องจากบทเรียนตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปี 2550 ในสมัยรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทั้งฉบับ ดังนั้น เพื่อจะได้มีภูมิต้านทานและลดการต่อต้านด้วยประการใดๆทั้งปวง หรืออาจแปรเจตนาไปในทางที่ผิดก็ยกเว้นหมวด 1 และ 2 เอาไว้

นายจตุพร กล่าวว่า มาตรา 256 เป็นมาตราเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 255 เป็นข้อห้ามที่เกี่ยวข้องจะเปลี่ยนแปลงประเทศหรือระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะกระทำไม่ได้ แต่ที่เหลือนั้นต้องยึดอำนาจคืนมาจาก สมาชิกรัฐสภา จึงหมายความว่ามาตรา 256 ให้อำนาจส.ส.และส.ว.เกินครึ่งและถูกออกแบบให้ยากขึ้น เพราะว่า ที่เกินครึ่งนั้นจะต้อง มีเสียง ส.ว. 1ใน 3 คือ 84 คน ดังนั้นต้องยอมรับว่าหนทางยาวมาก


ส่วนมาตรา 272 นั้นเพื่อเป็นการตัดสวิตช์ ส.ว. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคนที่เสนอแนวทางนี้ ประเมินว่าจะมีสถานการณ์ขึ้นมาใหม่ก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จ โดยตนได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า หากสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทั้งมาตรา 256 และมาตรา 272 จะไม่ได้แก้ไขแม้แต่มาตราเดียว เพราะสุดท้ายรัฐธรรมนูญปี 2560 จะถูกฉีกตามเจตนา เนื่องจากมีการเขียนเงื่อนไขมากมายอยู่ในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแก้ไข เพื่อให้แก้ไขได้ยาก ทั้งนี้ตนได้พูดมาตั้งแต่ตอนต้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนไว้เพื่อให้แก้ไขได้ แต่เป็นการเขียนไว้เพื่อส่งไม้ให้กับคณะรัฐประหารชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (6ก.ย.) สถานการณ์ในมุมมองของตนในฐานะที่อยู่ในวงการเมืองมานาน ติดตามสถานการณ์ หากสถานการณ์สุกงอมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ก็เชื่อว่าทั้งสองมาตรา จะไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งจริงๆ ตนไม่ได้หทวงมาตรา 272 เรื่องปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะหากแก้ไขมาตรา 256 ก็เท่ากับทุบคัทเอาท์ทิ้ง แต่หมายความว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะไปทุกคัทเอาท์ทิ้ง หรือ จะปิดสวิตช์ ท้ายที่สุดคนจะมาพังหม้อแปลงขนาดใหญ่เสียก่อน ก็คือ การยึดอำนาจ และการยึดอำนาจในคราวนี้เชื่อว่า คณะที่เตรียมการนั้นรออย่างใจจดใจจ่อ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนต่างๆนั้นก็หาเหตุผลรองรับ เพราะในโลกสื่อสารไร้พรมแดนนั้น จะไม่ง่ายเหมือนในอดีตเนื่องจากทุกคนเป็นเจ้าของสื่อ

ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถควบคุมการสื่อสารได้อย่างเบ็ดเสร็จนั้นจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกับประเทศตุรกี ใช้เฟซบุ๊กจัดการกับคณะรัฐประหารได้อย่างราบคาบ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกการทำรัฐประหารในประเทศไทยนั้นไม่เหมือนกับกรณีที่เกิดขึ้นกับประเทศเหล่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการไปปิดสื่อแม้กระทั่งการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำแบบเดิมได้อีก เพราะประชาชนมีโซเชียลมีเดียไว้ต้านคณะรัฐประหาร และสถานการณ์ขณะนี้ก็ถือว่าเปราะบาง เนื่องจากทุกอย่างเริ่มถึงทางตัน และหากโควิด-19 ระบาดอีกครั้งประเทศไทยก็จะยากในการต่อสู้ทางเศรษฐกิจ

"หลังจากนี้ไปทุกอย่าง ยังเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ชนิดที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะไม่มีฝ่ายใดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้แม้แต่ฝ่ายเดียว และนี่เป็นปรากฎการณ์ครั้งใหม่ที่แต่ละฝ่ายต้องคิดว่า ทั้งกระดานนี้ไม่มีใครเบ็ดเสร็จได้ เพียงแต่ใครจะมีความชอบธรรมมากกว่าใคร วันนี้จะมีการขับเคลื่อนอะไรก็ตาม ซึ่งแต่ละฝ่ายก็คิดและรอวันที่ 19 ก.ย.นี้ ว่า จะลงมือก่อนวันที่ 19 หรือวันที่ 19 หรืออาจจะหลังวันที่ 19 แต่เชื่อว่า รัฐธรรมนูญจะไม่ได้แก้แม้แต่เพียงมาตราเดียว และลงท้ายด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญเช่นเดิม" นายจตุพร กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์