ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ณัฏฐพล"ขึ้นเวทีม็อบนักเรียน รับฟัง 3 ข้อเสนอ

1.24K 8
ณัฏฐพลขึ้นเวทีม็อบนักเรียน รับฟัง 3 ข้อเสนอ

"ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ" ขึ้นเวทีม็อบนักเรียน โดนโห่-เป่านกหวีด-ชู3นิ้วไล่ รับครูส่วนน้อย ไม่เข้าใจ เด็กแสดงสัญลักษณ์ ระบุเปิดช่องร้องเรียนไว้แล้ว หากใครโดนคุกคาม ด้าน "ลภนพัฒน์" ลั่น การตีผิดกม.

(5 กันยายน 2563) ผู้สื่่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กลุ่มนักเรียนได้มีการตั้งเวทีชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเรียกร้องใน 3 ข้อ และ1 เงื่อนไข ได้แก่ 1.หยุดคุกคามนักเรียน 2.ยกเลิกกฎระเบียบล้าหลัง 3.ปฏิรูปการศึกษา และมีอีก1เงื่อนไข หากทำไม่ได้ก็ลาออกไป

โดบนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ขึ้นเวทีร่วมแสดงวิสัยทัศน์ กับนายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ตัวแทนนักเรียน เพื่อทำให้การศึกษาดีขึ้น โดยนายลภนพัฒน์ ยืนยันถึง3ข้อเรียกร้องและอีก1เงื่อนไข

ขณะที่นายณัฏฐพล กล่าวว่า กระทรวงฯ ต้องการให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากที่สุด ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนถึง 109 โรงเรียน ต้องยอมรับว่า ครูร้อยกว่าคนที่มีความไม่เข้าใจเรื่องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่มีครูอีก5แสนคนที่เข้าใจและพยายามบริหารจัดการในเรื่องนี้ ซึ่งครูที่ไม่เข้าใจมีจำนวนน้อย โดยเรื่องที่ได้รับร้องเรียนมา วันนี้น้อยลง ถ้ามีมากกว่านั้นตนเปิดช่องทางไว้แล้ว น้องๆ สามารถส่งข้อมูลเข้ามาตามที่เคยพูดคุยไว้แล้ว และป้องกันคนที่ให้ข้อมูลให้ปลอดภัย ถ้าหากมีมากกว่านั้นก็จะได้รับรู้ ต้องยอมรับอย่างว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องที่เราไม่คุ้นเคยในประเทศไทยเราก็ต้องปรับตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงที่นายณัฏฐพล ชี้แจง บรรดาผู้ชุมนุมต่างส่งเสียงโห่ ตะโกนแสดงความไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย พร้อมกับเป่านกหวีดเป็นระยะ และชู3นิ้ว จนผู้เป็นพิธีกรต้องปรามผู้ที่ร่วมชุมนุมเป็นระยะ


ทั้งนี้ นายลภนพัฒน์ กล่าวว่า การคุกคามนักเรียนไม่ใช่เฉพาะการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง แต่นิยามของเราหมายถึงการตีนักเรียน การทำร้ายนักเรียน หรือลงโทษโดยไม่สมเหตุสมผล เราเรียกว่าการคุกคามทั้งหมด เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักเรียนถูกตีมาหลาย10ปี เป็นการคุกคามทำผิดกฎหมาย ส่วนที่นายณัฏฐพล ระบุว่า มีช่องทางร้องเรียน จริงๆที่ระบุว่ามี109 โรงเรียน ถูกรวบรวมด้วยองค์กรเดียวมายื่นให้กระทรวงฯ ซึ่งความเป็นจริงอาจมากกว่านั้นก็ได้ โดยการเปิดช่องรับร้องเรียนนั้นถือเป็นการลำดับความสำคัญที่ผิด เพราะกระทรวงมีศักยภาพในการปกป้องนักเรียนได้มากกว่านั้น เช่น ประเมินโรงเรียนได้หลายรูปแบบ แต่ทำไมถึงเลือกวิธีรับเรื่องร้องเรียนมากกว่าส่งตัวแทนจากกระทรวงฯลงไปประเมินว่าโรงเรียนนั้นๆ ยังมีการคุกคามนักเรียนหรือไม่ มาตรการในการออกมาปกป้องนักเรียนตรงนี้จะแสดงให้เห็นความใส่ใจ ว่ารมว.ศึกษาฯ ให้ความใส่ใจปกป้องนักเรียนมากแค่ไหน ถึงใช้มาตรการที่ไม่เด็ดขาด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์