ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"คุณลุงเรวะ" ว่าที่นายกฯ ญี่ปุ่นคนใหม่ ?

831 12

ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในช่วงกลางเดือนนี้ หลังจากนายชินโซ อาเบะ ได้ลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันจากปัญหาด้านสุขภาพที่ป่วยลำไส้อักเสบเรื้อรัง โดยผู้นำคนต่อไปของญี่ปุ่นจะยังไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่จะมาจากการเลือกกันเองภายในพรรครัฐบาลแอลดีพี ปรากฎว่าขณะนี้ผู้ที่ถูกมองว่ามีโอกาสนั่งตำแหน่งนายกฯ ญี่ปุ่นคนต่อไปมากที่สุด ก็คือ "นายโยชิฮิเดะ ซูงะ" เลขานุการคณะรัฐมนตรี มือขวาของอาเบะ หนึ่งในนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น และเจ้าของฉายา "คุณลุงเรวะ"

จากนักการเมืองที่มักเคลื่อนไหวแบบ "โลว์โปรไฟล์" โยชิฮิเดะ ซูงะ ได้กลายเป็นที่จดจำของคนทั่วไปเมื่อเขาเป็นผู้เปิดตัวชื่อ "รัชสมัยเรวะ" ในการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะเมื่อปีที่แล้ว จนได้รับสมยานามว่า "คุณลุงเรวะ"

ซูงะ วัย 71 ปี ประกาศลงชิงชัยในตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพีคนใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่า เขาไม่ต้องการให้เกิด "สุญญากาศทางการเมือง" ในขณะที่ประเทศยังคงเผชิญกับวิกฤตโควิด-19

จากลูกเกษตรกรและนักการเมืองท้องถิ่นแห่งเมืองโยโกฮามา ซูงะถูกมองเป็น "คนนอก" เพราะไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลอดีตนายกฯ เหมือนนักการเมืองในกรุงโตเกียวหลายคน แต่ซูงะก็เริ่มกระโดดเข้าสู่การเมืองระดับชาติด้วยการเป็น ส.ส.จังหวัดคานางาวะในปี 2539 โดยจนถึงปัจจุบันเขาครองเก้าอี้ ส.ส.เขตนี้ติดต่อกันมาแล้วถึง 7 สมัย

จากนั้นซูงะจึงเริ่มขยับเข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาลของอดีตนายกฯ จุนอิชิโร โคอิซุมิ ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ต่อมาเมื่อชินโซ อาเบะก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ ในปี 2549 ซูงะก็เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีเต็มตัว ดูแลทั้งกิจการกระทรวงมหาดไทยและการปฏิรูปการกระจายอำนาจ


แม้ตอนนั้นอาเบะเป็นนายกฯ ได้แค่ปีเดียวก็ต้องลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ แต่ซูงะซึ่งกลายมาเป็นที่ปรึกษาที่อาเบะไว้ใจที่สุดก็ยังคงผลักดันให้อาเบะลงชิงนายกฯ อีกครั้งเมื่อปี 2555 และทำให้อาเบะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำญี่ปุ่นที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดกว่า 8 ปี จนได้รับการยกย่องว่า เป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นมีเสถียรภาพทางการเมืองมากที่สุดครั้งหนึ่ง

นอกจากอาเบะแล้ว ซูงะก็สร้างประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยเขาเป็นเลขานุการคณะรัฐมนตรียาวนานที่สุดมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งตำแหน่งนี้ในทางปฏิบัติก็คือโฆษกและ "ผู้จัดการ" รัฐบาล ทำให้เรามักจะได้เห็นซูงะเป็นผู้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงในแทบทุกเรื่อง

ซูงะเป็นผู้ที่คอยย้ำเตือนอาเบะเสมอให้เขามุ่งเน้นแก้ไขปัญหาปากท้องก่อน ไม่ใช่มุ่งแต่แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ "ใฝ่สันติ" เพื่อให้ญี่ปุ่นมีกองทัพของตัวเองอย่างเป็นทางการ ดังนั้น หากซูงะได้เป็นนายกฯ แน่นอนว่า เขาจะต้องสานต่อนโยบาย "อาเบะโนมิกส์" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัวหนักที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

นอกจากนี้ซูงะยังเคยพูดชัดเจนว่า เขาจะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้การแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนเกิดขึ้นภายในปีหน้า ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จึงเชื่อว่า ซูงะจะไม่กลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดอีก แม้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะยังไม่น่าไว้วางใจก็ตาม

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุดพบว่า ซูงะได้ผงาดแซงหน้านายชิเงรุ อิชิบะ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมและศัตรูทางการเมืองของอาเบะขึ้นมามีคะแนนนิยมนำเป็นที่ 1 ได้เป็นครั้งแรกด้วยคะแนนเสียง 38% จากเดิมที่ได้ไปแค่ 3% เมื่อเดือนมิถุนายน ขณะที่อิชิบะมีคะแนนนิยมที่ 25% และตามมาห่างๆ ด้วยนายฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่ 5%

ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวจากภายในพรรคแอลดีพีว่า ตอนนี้ขั้วการเมือง 5 จาก 7 กลุ่มได้ตัดสินใจหนุนซูงะแล้ว ทำให้ซูงะที่แม้ไม่ได้สังกัดกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งชัดเจน เพราะอย่าลืมว่า การเลือกนายกฯ คนใหม่คราวนี้ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการเลือกกันเองภายในพรรค

สุดท้ายแล้ว "คุณลุงเรวะ" จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีตามคาดหรือไม่ ต้องรอลุ้นกันในวันที่ 14 กันยายนนี้

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend