ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"หมอระวี" ชงตั้ง "วิชา" เช็กบิลค่าโง่โฮปเวลล์

293 1
หมอระวี ชงตั้ง วิชา เช็กบิลค่าโง่โฮปเวลล์

"นพ.ระวี มาศฉมาดล " เสนอนายกรัฐมนตรี ตั้ง "วิชา มหาคุณ" เช็กบิลค่าโง่โฮปเวลล์ สอบผู้เกี่ยวข้องย้อนหลังทั้งหมด ซัดรัฐแพ้ทั้งที่ไม่ควรแพ้คดี เพราะมีการเปลี่ยนเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา

(3 กันยายน 2563) นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างโฮปเวลล์มีปัญหาจะเป็นโมฆะ เช่น การยื่นซองประมูลที่มีผู้ยื่นซองเพียงรายเดียว คือ บริษัทโฮปเวลล์ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) ขัดต่อกฎหมายพัสดุ อีกทั้งบริษัทโฮปเวลล์เป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจขนส่งได้ โดยไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นต้นแม้จะมีการจดทะเบียนในประเทศไทย แต่ก็ยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว เพราะมีจำนวนหุ้นกับจำนวนผู้ถือหุ้นมีต่างด้าวเกินกว่าครึ่งหนึ่ง และยังมีการทำสัญญาเมื่อปี 2539 ซึ่งทำให้โครงการนี้อาจเป็นโมฆะตั้งแต่เริ่มต้น

นพ.ระวี กล่าวว่า ต่อมาปีในปี 2540 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเลิกสัญญากับโฮปเวลล์ เพราะโฮปเวลล์ไม่ได้เร่งทำงานก่อสร้างซึ่งเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญา แต่ปัญหาอยู่ตรงที่มีการเปลี่ยนเหตุแห่งการยกเลิกสัญญา ให้มาเป็นการยกเลิกสัญญาตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งๆที่ควรบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุที่โฮปเวลล์กระทำผิดสัญญา

ทั้งนี้การบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุที่โฮปเวลล์ผิดสัญญานั้นจะทำให้โฮปเวลล์รับผิดชอบต่อภาครัฐฝ่ายเดียว เรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐไม่ได้ และเรียกร้องงบประมาณที่จ่ายไปแล้วไม่ได้ ส่วนเลิกสัญญาตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะมีผลแตกต่างกัน คือ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยไม่มีประเด็นการผิดสัญญาของโฮปเวลล์ ผลประโยชน์ที่รัฐได้มาต้องส่งคืนให้โฮปเวลล์ ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายต่างๆคืนจากรัฐ และผลประโยชน์ที่โฮปเวลล์ได้รับก็ต้องส่งคืนรัฐ


นพ.ระวี กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเกิดการต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการและศาลปกครองสูงสุด โดยโฮปเวลล์เรียกร้องค่าเสียหาย 14,700 ล้านบาท ซึ่งคดีมีการต่อสู้กันมาถึงปี 2562 ที่มีการพิพากษาโดยศาลปกครองสูงสุดให้รัฐต้องจ่ายเงินให้โฮปเวลล์ 24,000 ล้านบาท กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นตำนานอภิมหาค่าโง่ที่บัดซบที่สุดของประเทศไทย เพราะเขาผิดสัญญาแน่นอน เพียงแต่เราบอกเลิกสัญญาให้ถูกต้องเพื่อให้รัฐไม่ต้องเสียหาย ดังนั้น มีข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลให้ได้ข้อเท็จจริงที่อาจเป็นการทุจริตมิชอบของผู้เกี่ยวข้องย้อนหลังทั้งหมด และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดและบริษัทโฮปเวลล์

นอกจากนี้ ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด้วยข้อมูลหลักฐานใหม่เพื่อพิจารณาตัดสินใหม่ว่าประเทศไทยไม่ควรผิดในเรื่องนี้ เร่งแก้ไขพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ และวิธีพิจารณาคดีของศาลปกครอง ไม่เพียงเท่านี้ ควรต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเลขานุการรมว.คมนาคมของนายมนตรี พงษ์พานิช รมว.คมนาคมในเวลานั้น คณะกรรมการดำเนินโครงการโฮปเวลล์เมื่อปี 2532 เจ้าหน้าที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ที่รับจดทะเบียนบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วงปี 2533-2541 คณะกรรมการบอกเลิกสัญญาคมนาคม และรมช.คมนาคมที่เปลี่ยนเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา รวมไปถึงผู้แทนอัยการสูงสุด และ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและปลัดกระทรวงพาณิชน์เมื่อปี 2533 มาสอบว่าการจดทะเบียนบริษัทโฮปเวลล์ ประเทศไทย ถูกกฎหมายหรือไม่ โดยขอเสนอให้นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาเป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์