ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ไม่ควรประมาทรัฐประหารเพราะเกิดได้ตลอด

753 37
ไม่ควรประมาทรัฐประหารเพราะเกิดได้ตลอด

"จตุพร พรหมพันธุ์" เตือนอย่าประมาทรัฐประหาร เพราะไม่อะไรรับรองได้ว่าจะไม่เกิดอีก แนะเผื่อใจไว้บ้างก็ดี ชี้สถานการณ์ปี 63 ต่างจากปี 57 ทำให้การยึดอำนาจไม่ง่ายเหมือนเก่า หวั่นฉากจบจะเป็นอย่างไร แบบไหน แต่คนนำต้องพร้อมรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

(1 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาท่ามกลางข่าวรัฐประหาร แม้มีคนเชื่อและไม่มีคนเชื่อถือ แต่สำหรับประเทศไทย การรัฐประหารไม่เคยมีขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย จึงขอให้เผื่อใจไว้บ้างว่า เพราะรัฐประหารเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางคนบอกว่าการรัฐประหาร จะไม่มีการรับรอง จึงทำไม่สำเร็จ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า รัฐประหารในอนาคต จะไม่มีการรับรอง

ทั้งนี้ ท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะมีเวลาถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้ จึงเหลือเวลาอีก 30 วัน จะเกษียญอายุราชการ บางคนประเมินคงจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น แต่ในประเทศไทยแล้วแค่เหลือเวลาอีกวันเดียว ก็ยังรับประกันไม่ได้ว่า จะไม่มีการรัฐประหารขึ้น จึงสะท้อนถึงการรัฐประหารในไทยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีอะไรมารับรองได้

อย่างไรก็ตาม ที่บอกต่อไปการรัฐประหารจะไม่มีการรับรองนั้น ในสมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. ทำการยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย. 2549 ก็ไม่มีการรับรอง อีกทั้ง องค์กรอิสระทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่ศาลตัดสินว่าหัวหน้ารัฐประหาร เป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์ ดังนั้น การรับรองหรือไม่ก็ตาม แต่ได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติกันมาตลอดแล้ว

"การยึดอำนาจในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีลักษณะแตกต่างกัน เมื่อปี 2549 ฝ่ายยึดอำนาจไม่พร้อม แต่ฝ่ายถูกยึดกลไกรัฐ กลับไม่พร้อมมากกว่า จนถูกยึดอำนาจสำเร็จ ส่วนการยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค. 2557 แม้ผมได้กลิ่นมานาน จนขึ้นป้ายชุมนุมว่า ต้านรัฐประหาร ซึ่งไม่มีใครเชื่อ แต่เมื่อเกิดม็อบ กปปส. ชุมนุมยาวนาน ประกอบกับรัฐบาลไม่สามารถกุมสภาพได้แล้ว ในช่วงปลายรัฐบาล นปช.ตัดสินใจพามวลชนเสื้อแดงไปชุมนุมถนนอักษะ เพียงแค่หวังจะยุติการยึดอำนาจ แล้วสุดท้ายต้องเปิดการเจรจา ทั้งที่รู้ว่า ผลจะเกิดอะไรขึ้น เพราะถูกปิดล้อมไว้หมด แล้วก็เกิดยึดอำนาจตามมาจนได้" นายจตุพร กล่าว


ประธาน นปช. ระบุด้วยว่า ในสถานการณ์ขณะนี้ คสช. เป็นพวกพันธุ์พิเศษ ยอมงอในเรื่องที่ยอมงอ กรณีชะลอซื้อเรือดำน้ำชัดเจนมาก เมื่อจีนยอมตามการเจรจา แต่ปัญหาที่ต้องตาม คือ เงินตั้งไว้ในปีงบประมาณ 2564 จะเอาไปทำอะไรต่อ นอกจากนี้ ยังมีหลายเรื่องประเดประดังเข้าใส่รัฐบาลต่อเนื่อง เช่น คดีเหมืองทองคำอัครา เป็นต้น ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้จึงไว้ใจอะไรไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้การยึดอำนาจจะไม่ง่ายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งรู้ตัวอีกฝ่ายหมด ตามจับกุมได้ แต่สถานการณ์ปี 2557 กับปี 2563 แตกต่างกัน เนื่องจากไม่รู้ว่าสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อยู่ตรงไหนอย่างไร รวมทั้งปรากฎการณ์นักเรียน นักศึกษาเคลื่อนไหว นัดประชุมจัดกิจกรรมชุมนุมกัน ก็หารือทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งไปไกลกันมาก ถ้าบอกล้อมปราบ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น เชื่อว่าการยึดอำนาจแต่ละครั้งจะมีความแตกต่างกันไป

นายจตุพร กล่าวว่า ในสถานการณ์นี้ เผื่อใจไว้บ้างก็ดี รัฐประหารเกิดขึ้นได้ตลอดเวลากับประเทศไทย ถ้าว่าโลกประชาธิปไตยไม่ยอมรับ แต่สุดท้ายเป็นอย่างไร พูดแบบลมๆ แล้งๆ ทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาต้องเอาประโยชน์ โลกก็เอาประโยชน์ อย่าหวังพึ่งโลกประชาธิปไตย ว่าจะไม่ยอมรับเลย แต่สิ่งที่ต้องคิด คือ ความหายนะจะเกิดขึ้นรุนแรงขนาดไหน ประเทศจะย่ำแย่กว่าเดิมขนาดไหน

ทั้งนี้ ส่วนตัวยืนยันว่า มีความรักษาชาติบ้านเมืองเหมือนเดิม พร้อมทั้งเป็นคนไม่บ้าตามใครเมื่อถูกยุยง เพราะต้องคิดให้ละเอียดมากกว่าเดิม ต้องรอบคอบ และทำหน้าที่ช่วยประคับประคองสถานการณ์ ว่าจะจบลงแบบไหน เพราะแต่ละฝ่ายก็คิดถึงการจบลง

"ภายใต้สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ จึงต้องคิดรอบคอบที่สุด ซึ่งไม่ใช่การหวาดกลัว เพราะตามประวัติการต่อสู้กว่า 10 ปีที่ผ่านมา คนเสื้อแดงตายมาก ติดคุกมาก บาดเจ็บนับไม่ถ้วน ดังนั้น บนเส้นทางการต่อสู้ จึงต้องคิดอย่างละเอียด เมื่อคนหนุ่มสาวชุมนุมก็ว่ากันเต็มที่ คิดและตัดสินใจอย่างไร ผมเคารพ ไม่คิดแทรกแซง และจะทำหน้าที่ทักทวงอย่างมิตร เพราะการต่อสู้อย่าคิดเข้าข้างตัวเอง จะทำให้ประเมินสถานการณ์ผิด ผมเป็นกำลังให้คนหนุ่มสาวเสมอ ข้อท้วงติงได้แสดงจุดอ่อนจุดแข็งมาหลายรอบ เราเหมือนคัดท้ายทำหน้าที่ตรงไปตรงมาอย่างเสมอ" ประธาน นปช. ระบุ

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า สถานการณ์ช่วงนี้ ตนคิดละเอียดทุกกรณี เนื่องจากการรับผิดชอบในขบวนการต่อสู้นั้น ต้องแสดงให้เห็นอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะฝ่ายนักการเมือง เชื่ออย่างไรต้องร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ หมายความว่าเมื่อยุยงแล้ว แต่ไม่ร่วมรับผิดชอบนั้นใช้ไม่ได้และเคยอธิบายว่า เชื่ออย่างไรต้องร่วมเคียงบ่ากัน และส่วนตัวมีเวลาอยู่ คนที่ไม่เคยมีบทบาทการนำในท้องถนน ต้องมีโอกาสทำหน้าที่นี้บ้าง ตนไม่ไปไหน รอเวลา ส่วนเวลาของคุณ ต้องแสดงความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์