ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"ทรัมป์" อ้าง "ทุจริตเลือกตั้ง" หวังหาทางลง?

484 13

สัปดาห์นี้พรรครีพับลิกันได้จัดการประชุมใหญ่เพื่อรับรองให้โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ แต่ในขณะเดียวกันทรัมป์กลับใช้เวทีนี้ตั้งคำถามถึง "ความน่าเชื่อถือ" ของการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า

ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจว่า ในการเลือกตั้งปีนี้ ไม่มีทางที่เขาจะไม่ชนะ ถ้าเขาแพ้ แสดงว่าการเลือกตั้งต้องมีความไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน พร้อมกับโจมตีพรรคเดโมแครตคู่แข่งว่า กำลังฉวยโอกาสสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เพื่อหวัง "ขโมยการเลือกตั้ง"

สิ่งที่ทรัมป์กำลังพูดถึงก็คือรูปแบบของการเลือกตั้งที่กำลังจะเปลี่ยนไปในยุคโควิด-19 เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกังวลว่า หน่วยเลือกตั้งที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์พร้อมกันเป็นจำนวนมากอาจจะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสจนนำไปสู่การติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนได้

ด้วยเหตุนี้จึงมีอย่างน้อย 9 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่ตัดสินใจให้ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งทางไปรษณีย์แบบ 100% โดยทางการจะส่งบัตรลงคะแนนไปยังบ้านของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐเหล่านี้ส่วนใหญ่มีผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรีที่มาจากพรรคเดโมแครต

แต่ถึงแม้จะไม่มีโควิด-19 ผู้ที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผ่านไปรษณีย์ก็น่าจะมีสัดส่วนไม่น้อย เห็นได้จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นตลอดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 4 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งสัดส่วนผู้ที่เลือกตั้งผ่านไปรษณีย์ "เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า" จากเพียง 12% ในการเลือกตั้งเมื่อ 2547 มาเป็น 24% หรือประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมดในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ส่วนในปีนี้พอมีปัจจัยเรื่องโควิด-19 เข้ามาเสริม จึงมีผู้คาดการณ์ว่า สัดส่วนผู้ใช้สิทธิ์ทางไปรษณีย์อาจสูงถึง 50%


อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มองว่ายิ่งประชาชนเลือกตั้งผ่านไปรษณีย์มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดการ "ทุจริต" ก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น จนเขาถึงกับเคยกล่าวว่า การเลือกตั้งปีนี้จะเป็นครั้งที่เกิดการทุจริตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ทรัมป์ยังอ้างด้วยว่า การเลือกตั้งทางไปรษณีย์อาจทำให้เกิด "บัตรผี" เป็นจำนวนมาก และอาจมีผู้ลักลอบ "ใช้สิทธิ์ซ้ำ" 2 รอบ คือ รอบหนึ่งทางไปรษณีย์และออกไปใช้สิทธิ์อีกรอบที่หน่วยเลือกตั้งก็เป็นได้

แต่คำกล่าวอ้างของทรัมป์ปราศจากหลักฐานมารองรับ และยังสวนทางกับงานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลการเลือกตั้งในอดีต ซึ่งพบว่า เคยมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง แต่น้อยมาก โดยสัดส่วนของการทุจริตเลือกตั้งในสหรัฐฯ อยู่ที่แค่ 0.00004-0.0009% หรือน้อยกว่าโอกาสที่คนเราจะโดนฟ้าผ่าด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีหลักฐาน ข้อกล่าวหาของทรัมป์จึงไม่ต่างอะไรกับ "ทฤษฎีสมคบคิด" เท่านั้น และในความเป็นจริงการนับคะแนนก็มีการตรวจสอบที่รัดกุมหลายขั้นตอน ที่สำคัญทรัมป์เองก็ใช้สิทธิ์เลือกตั้งทางไปรษณีย์เป็นประจำรวมทั้งในการเลือกตั้งขั้นต้นในปีนี้ด้วย

อีกหนึ่งความกังวลต่อการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ก็คือ อาจทำให้ทราบผลการเลือกตั้ง "ล่าช้า" จากเดิมที่เคยทราบผลทันทีในวันเดียวกัน มาปีนี้เราอาจต้องรอลุ้นผลกันนานหลายวัน โดยปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความรวดเร็วในการนับคะแนนก็คือ การทำหน้าที่ของ "องค์การไปรษณีย์"

ปรากฏว่า นายลูอิส เดอจอย ผู้ว่าการไปรษณีย์คนใหม่ที่ทรัมป์เพิ่งแต่งตั้งไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนและเป็นหนึ่งใน "นายทุน" คนสำคัญในการหาเสียงของทรัมป์กลับออกคำสั่งลดการทำงานล่วงเวลา ลดจำนวนเที่ยวของรถขนส่ง ลดจำนวนเครื่องคัดแยกจดหมาย โดยอ้างว่าเป็นนโยบาย "ปฏิรูปไปรษณีย์" ที่ขาดทุนสะสม

แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่า เดอจอยจงใจ "สกัด" การทำงานขององค์การไปรษณีย์ และอาจทำให้บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปไม่ทันนับจนกลายเป็น "บัตรเสีย" คำสั่งของเดอจอยถูกพรรคเดโมแครตวิจารณ์อย่างหนัก และมีอย่างน้อย 6 รัฐที่ยื่นฟ้องเขา ในที่สุดเดอจอยจึงยอมกลับลำ เลื่อนคำสั่งปรับลดค่าใช้จ่ายออกไปจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งแล้ว

สำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ไม่เคยมีคำว่า "ยอมแพ้" แต่ในเมื่อโพลล์ส่วนใหญ่ชี้ตรงกันว่า เขากำลังถูกคู่แข่งทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น การอ้างประเด็นทุจริตของทรัมป์จึงอาจเป็นการ "หาทางลง" ให้กับตัวเอง โดยไม่สนเลยว่าการโจมตีของเขาอาจกำลังทำให้ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนเสื่อมศรัทธาในระบอบการปกครองที่เรียกว่า "ประชาธิปไตย"

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend