ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

21 ส.ค. 2526 นินอย อาคิโน่ กลับบ้าน แต่ไม่ถึง

244 5
21 ส.ค. 2526 นินอย อาคิโน่ กลับบ้าน แต่ไม่ถึง

เดือนสิงหาคม 2526 แกนนำฝ่ายค้านฟิลิปปินส์ เบนิกโน หรือ นินอย อาคิโน จูเนียร์ เดินทางกลับบ้าน หลังจากที่ไปรักษาอาการป่วยอยู่ต่างประเทศนานหลายปี แต่ปรากฏว่าเขากลับไม่ถึงบ้าน เพราะโดนลอบสังหารที่สนามบินนานาชาติกรุงมะนิลา ที่ต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสนามบินนานชาตินินอย อาคิโน เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ขณะที่การตายของเขาก็นำไปสู่การโค่นล้มอำนาจเผด็จการของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์มาร์กอส ภายใต้การนำของ คอราซอน อาคิโน ภรรยาหม้ายของเขา

มาร์กอส ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งในปี 2508 แต่การที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เขาอยู่ในตำแหน่งได้แค่ 2 สมัยเท่านั้น มาร์กอสก็จึงประกาศกฏอัยการศึก ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ยุบสภา ปิดสื่อ และกวาดล้างคู่แข่งทางการเมืองเพื่อให้ตัวเองได้เป็นผู้นำต่อไปโดยไม่มีวันสิ้นสุด แต่ในปี 2526 หลังกระแสต่อต้านมาร์กอสของชาวฟิลิปปินส์เริ่มแรงขึ้น วุฒิสมาชิกเบนิกโน อาคิโน จูเนียร์ คู่แข่งคนสำคัญของมาร์กอสที่ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศมา 3 ปีได้เดินทางกลับมาเพื่อเริ่มการต่อสู้ทางการเมืองภายในประเทศ แต่เขากลับถูกยิงตายที่สนามบิน ทำให้ประชาชนออกมาต่อต้านมาร์กอสมากขึ้นอีก

จนในที่สุดมาร์กอสก็ต้องยอมให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2529 เพื่อสร้างความชอบธรรมในการบริหารให้กับตัวเอง ผลเลือกตั้งของทางการให้เขาชนะแต่องค์กรอิสระชี้ว่านางคอราซอนอาคิโน ภรรยาหม้ายของอาคิโนเป็นฝ่ายชนะ และท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องเลือกตั้ง ทหารกลุ่มหนึ่งมีแผนจะก่อรัฐประหาร แต่มาร์กอสทราบเรื่อง จึงออกกวาดล้าง แต่ก็กลับกลายเป็นว่าฝ่ายต่อต้านออกมาเรียกร้องให้ประชาชนแสดงการสนับสนุนทหารกลุ่มนี้ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และนั่นก็เป็นที่มาของการชุมนุมใหญ่ การชุนนุมประท้วงหลัก เกิดขึ้นที่ถนนสายหนึ่งในเขตเกซอน ซิตี้ โดยมีประชาชนมาร่วมประท้วงขับไล่มาร์กอสมากถึงกว่า 2 ล้านคน


ช่วงสายของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นางอาคิโน่ ประกอบพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น มาร์กอสก็สาบานตนรับตำแหน่งเช่นกัน แต่หลังหารือกับฝ่ายสหรัฐเวลา 3 ทุ่มของวันนั้นมาร์กอสและครอบครัว ได้ออกเดินทางมายังฮาวาย สิ้นสุดชีวิตการเป็นเผด็จการ

เหตุการณ์ที่เรียกว่า การปฏิวัติพลังประชาชน เป็นการนำประเทศกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการปฏิวัติในปี 1989 ที่ยุติการปกครองแบบเผด็จการคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก

ทั้งหมดนี้เกิดจากการเสียชีวิตของเบนิกโน อาคิโน ที่ปัจจุบัน วันคล้ายวันเสียชีวิตของเขากลายเป็นวันหยุดประจำชาติ

เรื่องโดย ไกรลักษณ์ งามโสภา | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend