ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

"เสี่ยราดหน้าพันล้าน"แฉหมดศึกสายเลือด

9.67K 14
เสี่ยราดหน้าพันล้านแฉหมดศึกสายเลือด

สมชาย ศรีสกุลภิญโญ "เสี่ยราดหน้าพันล้าน" เล่าเปิดอกสุดสะเทือนใจ พร้อมแฉหมดเปลือกเรื่องราว ศึกสายเลือด เผยน้องชายก้มกราบแค่สร้างภาพ! รวมหัวฮุบบริษัท ชาตินี้ไม่มีวันให้อภัย

 จากกรณี "สมชาย ศรีสกุลภิญโญ" อดีตเสี่ยพันล้าน ผู้ก่อตั้งบริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด และเป็นผู้บุกเบิกชุดครัวไฟเบอร์กลาสแห่งแรกของทวีปเอเชีย ก่อนชีวิตจะพลิกผัน มาสู่การเป็นพ่อค้าราดหน้า ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเกิดความไม่ลงตัวในธุรกิจ มีเหตุให้ไม่สามารถทำงานในบริษัทได้ จนนำไปสู่การฟ้องร้องถึง 13 คดี  ต่อมาน้องชายคุณสมชายได้มีการยกพวกบุกทำร้ายร่างกายถึงในบ้านหรูต่างคนต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในบ้านที่เกิดเหตุ และมีการโต้เถียงกันที่สน.จนน้องชายได้ก้มกราบเท้านายสมชาย ขอให้ยุติเรื่องที่เกิดขึ้น  เกรงว่าครอบครัวจะเสียชื่อเสียง 

รายการ"เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา 14.20  - 15.00 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (18ส.ค.) "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" เปิดใจสัมภาษณ์ "คุณสมชายศรีสกุลภิญโญ" หรือฉายา "เสี่ยราดหน้าพันล้าน"กรณีศึกสายเลือดที่ปะทุ และภาพน้องชายก้มกราบที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล

เรื่องธุรกิจเครื่องครัวที่เป็นปัญหาเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่หรือสมัยคุณสมชาย?

"ผมทำของผมเองครับ"

ในเมื่อเริ่มต้นด้วยตนเองตอนนั้นถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์เลยมั้ย?

"คนเดียวเลยครับพี่น้องเริ่มมาถือหุ้นหลังจากผ่านไปปี 23ผมเปิดปี 20 พอปี 23 ผมก็ได้เปลี่ยนเป็นหจก. เพชรเกษมเครื่องเรือนแต่เนื่องจากสมัยนั้นต้องมีผู้ถือหุ้นมากกว่า 2 คน ผมก็เอาพ่อใส่มาคนนึงและเอาน้องที่ไม่เกี่ยวออกไปแล้วคนนึง และมีคุณธวัชชัยด้วยอีกคนเป็นผู้ถือหุ้นข้างน้อย ไม่มีอำนาจ ตอนนั้นยังเด็กอยู่แต่เอามาเพื่อให้ครบองค์ประกอบของกฎหมาย ต้องมี 3 คนขึ้นไป ตอนผมเปิดบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมแล้วตอนนั้นพี่น้องที่เป็นฝ่ายผู้หญิง คนโตผมให้เป็นจัดซื้อส่วนคนรองจากผมให้เป็นเซลล์"

เข้ามาแล้วแบ่งหุ้นให้มั้ย?

"ไม่ได้แบ่งเลยครับสองคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวพันเลย เขาทำงานกินเงินเดือน มีสวัสดิการ"

จากหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ถืออยู่แบ่งให้น้องคนไหนกี่เปอร์เซ็นต์?

"คือธุรกิจนี้ผมลงทุนกับพี่ชาย2 คนในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร เราถือหุ้น 2คน 85 เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากกฎหมายในสมัยนั้นผู้ถือหุ้นต้องมีมากกว่า 7คน อีก 15 เปอร์เซ็นต์ก็ให้น้องๆอีกคนสองคน รวมทั้งหมดได้ 7คนเพื่อให้ครบองค์ประกอบการจดทะเบียน"

เขาถือหุ้นน้อยขนาดนั้นเขาทำงานได้เงินเดือนมั้ย?

"ได้ครับได้เปอร์เซ็นต์ด้วย เป็นคอมมิชชั่นจากการเป็นเซลล์ ส่วนพี่สาวคนโตผมเลี้ยงลูกเขาส่งเสียเรียนจบม.เอแบค 3 คน ม.กรุงเทพคนนึงมีโบนัสประจำปีให้ กินอยู่ทุกอย่างในบ้านฟรี"

 เหมือนจะราบรื่นดีส่งเสียลูกเรียน เงินเดือนก็ได้ทำไมถึงขัดแย้งจนเป็นข่าวใหญ่โตขนาดนี้?

"ปี พ.ศ. 2558 เดือนเม.ย. ก่อนหน้านั้นนิดหน่อย น้องเขาเข้ามาคุยว่าอยากเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เข้าแล้วผมจะได้หลายร้อยล้าน ทุกคนต้องเอา 5 เปอร์เซ็นต์มาใส่ตะกร้าไว้เพื่อหลังจากเข้าตลาดแล้วเอามาเล่นหุ้นเอากำไรมาแบ่งกันระหว่างผู้ถือหุ้นผมก็เห็นด้วย แต่สุดท้ายหลังเขาเอาหุ้น 5เปอร์เซ็นต์ผมไป เขาหลอกให้ผมออกจากกรรมการด้วย ซึ่งผมเป็นกรรมการตั้งแต่ปี 34 จนปี 58 ผมเป็นกรรมการไม่ได้ด้วยความรู้ ผมก็ยอมออกเชื่อถือน้อง"

ถือหุ้น 85 เปอร์เซ็นต์น่าจะมีสิทธิ์ยกมือในการทำหรือไม่ทำอะไร?

"ไม่ครับ 85 เปอร์เซ็นต์ ตอนหลังผมให้น้องถือหุ้นเลยคนละ 25 เปอร์เซ็นต์ ผมกับพี่ชายก็ถือคนละ 25 เปอร์เซ็นต์ มี 4 คนเท่านั้นที่ถือ 25 เปอร์เซ็นต์  ส่วน 5 เปอร์เซ็นต์เขาไปใส่ไว้ที่คุณนันทนา ลูกสาวบอกว่าจะให้ลูกสาวผมบริหารก้อนนี้ด้วย แต่หลังจากเขาได้หุ้นไปแล้วเขาไล่ลูกสาวผมออก"

เขาสองคนมี 40 คุณนันทนาบริหาร 20 นั้นเป็นพวกเดียวกัน?

"ใช่ครับก็กลายเป็นเสียงข้างมาก ตอนหลังเขาไล่ลูกสาวผมออก เพราะลูกเป็นฝ่ายตรวจสอบเข้าไปทำงานตรวจสอบได้ 3เดือนพบความไม่ชอบมาพากล มาบอกผม ผมก็ไปคุยกับฝั่งโน้น เขาปลดลูกสาวผมออกเลย 3 เดือนไม่บรรจุ" 


เขาใช้อำนาจอะไรในการปลดลูกสาว?

"เขาบอกว่าเป็นเรื่องของฝ่ายบุคคลประเมินว่าผลงานลูกผมไม่ผ่าน เขาใช้อำนาจในการบริหารเสียงข้างมากนี่คือต้นเหตุของความขัดแย้ง เราก็เริ่มรู้ตัวแล้วในปีเดียวกันนั้นเองเราประชุมเม.ย. เดือนธ.ค. ผมก็รู้แล้วว่าผมถูกหลอกผมเลยไปแจ้งความที่กองปราบว่าโดนฉ้อโกง"

ในข่าวมีน้องชื่อนุชรีบอกว่าบริษัทนี้ไม่ใช่คุณสมชายสร้าง พ่อแม่สร้างมาตั้งแต่ต้น?

"ตอนผมเปิดเพชรเกษมเครื่องเรือนที่เป็นของผมเองคุณนันทนาอายุ 9 ขวบ คุณพีรพัฒน์ อายุ16ผมเริ่มทำธุรกิจมาด้วยตัวของผมเอง คุณนุชรีแต่งงานออกไปอยู่ข้างนอก เขาพูดเองแต่ผมมีหลักฐานทุกอย่างสามารถเอามาแสดงได้ รวมทั้งคำพิพากษาในศาลก็ได้พิพากษาผมชนะคดีนี้แล้ว"

จริงมั้ยพ่อแม่สร้าง?

"ไม่จริงครับ"

ทีนี้ได้พันล้านคุณนุชรีเขาบอกว่าไม่ใช่ความสามารถคุณสมชายคนเดียว แต่น้องๆช่วยกันถึงกลายเป็นพันล้านขึ้นมาได้?

"ตอนที่ผมเปิดหจก.เพชรเกษมเครื่องเรือนปี 2523 ผมไปงานอินเตอร์ซูมไปเอาเฟอร์นิเจอร์หลุยส์อะไรเข้ามาแล้วให้คุณนุชรีที่มีปัญหาครอบครัวมีปัญหาธุรกิจแย่ ผมก็เอามาทำงานด้วยเป็นเซลล์ ในส่วนผ้าม่านผมทำเฟอร์นิเจอร์หลุยส์อันดับต้นๆ ของประเทศไทยนะครับแล้วนุชรีก็เป็นเซลล์ขายเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว เฟอร์นิเจอร์หลุยส์ก็ราคาแพงนะครับผมก็ปันประโยชน์ให้ด้วย ไม่ได้ให้คอมฯ นะครับ กำไรผมให้สิ้นปีด้วยทุกคนได้ประโยชน์จากผม ผมเต็มที่ ผมทำตัวเหมือนเป็นพ่อพวกเขา" 

แล้วเขาไม่พอใจอะไร?

"กิเลสจริงๆครับท่าน"

ให้หุ้นกันไปขายหรือให้?

"ให้ครับน้องก็รับบนชั้นศาลว่าไม่ได้ซื้อ ไม่ได้ลงทุน แต่ธุรกิจของพ่อ ซึ่งไม่จริงพ่อเสียไปปี 28 ปี 24 เป็นอัมพาต"

ดูเหมือนคุณสมชายน่าจะมีอำนาจมากกว่าใครแต่น้องบอกคุณมีแค่ 25เปอร์เซ็นต์จะเป็นใหญ่ได้ไง?

"ต้องไปดูประวัติที่ผมเริ่มทำมาผมทำชุดครัวไฟเบอร์กลาสเป็นเจ้าแรกของเอเชีย ถ้าพูดจริงๆ แล้วเป็นเจ้าแรกของโลกเพราะผมเดินทางบ่อยเป็นชุดครัวไฟเบอร์กลาสกันน้ำรั่วซึมแล้วต่อมาผมทำเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ทำให้ผมเติบโตเร็วมาก"

จากความสำเร็จที่สร้างมาคุณสมชายคิดว่าน่ามีสิทธิ์ตัดสินอะไรได้?

"ถึงตอนที่น้องจะเข้ามาทำงานผมก็ร่ำรวยแล้ว ผมส่งน้องไปเรียนอเมริกา 2คนด้วยเงินของผม"

 ข้อกล่าวหาที่ชัดเจนที่สุดเขาบอกว่าคุณสมชายสร้างเรื่องสร้างปัญหาเพราะอยากได้ 5 เปอร์เซ็นต์คืน?

"จริงๆ ถ้าผมอยากได้ 5 เปอร์เซ็นต์ ลองไปคิดใหม่ สิ่งที่ผมให้ไปปีแรกผมเอาคืนตรงนั้นก็ได้ ผมให้ไปแล้ว ผมไม่ได้พูดถึง แต่ตรงนี้หลอกเอาจากผมไปในคำพิพากษามีหมดในเรื่องนี้ ศาลแขวงพระนครเหนือได้สั่งจำคุกพวกเขา 3 ปี โดยไม่รอลงอาญาขณะนี้คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ จะตัดสินวันที่ 20 ต.ค.นี้ครับ"

แปลว่า 5 เปอร์เซ็นต์ที่เอาไปรวมใส่ตะกร้าไว้มองว่าเป็นการหลอก?

"เขาหลอกและทันทีทันใดที่ผมฟ้องปุ๊บ 5เปอร์เซ็นต์ของคุณนันทนา ที่บอกเป็นของพี่น้องสามคนคุณธนาเอาไปขายน้องเมียคุณพีรพัฒน์ โดยนายพีรพัฒน์โอนเงินมาให้นันทนา 8 ล้าน เพื่อสร้างหลักฐานเท็จอีกอันนี้เราก็จับได้ คดีอยู่บนศาลทั้งหมด ผมชนะคดีครับ" 

นันทนาบอกว่าไม่ควรเข้ามาทำงานแล้วเกิน 60 แล้ว เป็นหลักการบริษัท เกิน60 ต้องเกษียณจะมายุ่งทำไม?

"ลองฟังคลิปนี้ดีๆนะครับ เขาพูดถึงสากลว่าผม 60ควรจะออก ในประเทศไทยมีเถ้าแก่ที่อายุ 80-90 ไม่ได้ออก แล้วยังพูดอีกว่าบริษัทนี้เป็นของกงสีตกลงคุณจะกงสีหรือคุณจะสากล ผมถามใหม่นะครับ ลูกหลานเขาเข้ามาทำงานลูกคุณพีรพัฒน์ก็ทำงาน ลูกคุณนุชรีก็ทำงานอยู่ 2 คน แล้วทำไมไล่ลูกผมออก เชิญผมออก แล้วบอกว่าผมถือหุ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ผมไม่เคยได้ปันผลวันที่ศาลแรงงานตัดสินมา ผมบอกว่าเงินกำไรสะสม 129 ล้านบาท ทำไมไม่แบ่ง มีถัดมาแบ่งให้ผม 8 หมื่นบาท ในช่วง 5 ปี เงินเดือนผมประมาณ 4 แสนนะครับ ผมกับภรรยา แต่ 5 ปีที่ผ่านมาผมได้เงินกี่สิบล้านครับ แต่ให้ผม 8 หมื่น บ้านผมใหญ่ผมสร้างมาผมมีฐานะตั้งแต่อายุ 30 กว่า ผมมีรายจ่ายเต็มเป็นโรคทานยา 36 เม็ดแค่ค่ายาเดือนนึงตั้งหลายหมื่น"

มีตัวลายลักษณ์อักษรบริษัทเขียนไว้มั้ยว่า60 ต้องเกษียณ?

"เริ่มแรกเลยกฎบริษัทจะเกษียณตอนอายุ50 แต่ผมฟ้องคดีแล้วผมชนะคือตั้งแต่ 50ไม่เคยมีใครออกจากบริษัทเรานะครับ 60เขามาเปลี่ยนกฎ" 

ทำไมเขาอยากให้ออกในเมื่อไม่มีกฎชัดเจน?

"อยากใหญ่ไงครับอยากเป็นเจ้าของคนเดียว อยากมีอำนาจคนเดียว เรื่องเหล่านี้จบอยู่ที่เอกสารทุกอย่างคดีแรงงานที่ไล่ลูกผมออก ศาลตัดสินให้ชนะ"

ขอถามตรงๆคุณสมชายคิดว่าที่น้องๆ เกิดอาการรังเกียจไม่อยากให้อยู่บริษัทคืออะไร?

"มีอยู่ 2 สาเหตุ สาเหตุแรกคือผมชอบว่าน้องจอมโปรเจกต์เพราะโปรเจกต์เยอะมาก มีเป็นสิบบริษัท เปิดๆ ปิดๆ ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกอันรวมทั้งการบริหารเขานั่งอยู่บนหอคอย ไม่เคยลงมาดูแล เกิดการฉ้อโกงในบริษัทมหาศาลเงินทองรั่วไหล"

เป็นคนเข้มงวดด่าทอต่อว่าบ่น?

"ผมไม่เคยด่าน้องผมก็บอกว่ามีจุดรั่วตรงไหนผมบอก สองทุกบริษัทที่เขาทำผมทำตัวเหมือนผู้รับเหมาก่อสร้าง ผมต้องสร้างโรงงานทุกที่ ผมเหนื่อยคุณสร้างแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็อย่าทำบริษัทเยอะ คุณดูแลให้ดีผลประกอบการบริษัทแม่เราก็ดีอยู่แล้ว แต่เขาไม่ฟังเขาต้องการชื่อเสียง"

ล่าสุดมีคลิปออกมา?

"คืนวันที่ 13 น้องส่งคลิปมาให้ผมบอกว่าน้องชายคนเล็กจะเข้าไปบ้านที่เป็นกรรมสิทธิ์ผม เป็นที่ดินของผมเพื่อขนของเขากลับ เขาไลน์มาบอกว่าถ้าคุณขวาง น้องชายจะฟ้องผมให้ถึงที่สุด"

ตกลงบ้านใคร?

"เป็นบ้านผมผมสร้างบ้านเพื่อให้พี่น้องมาอยู่ร่วมกัน ตอนเขาจบมาใหม่ๆเขาทำงานอยู่แบงก์กรุงเทพก็ไม่ชัดเจนว่าจะทำงานกับบริษัทผมหรือเปล่า ผมก็ให้เขาอยู่กรรมสิทธิ์เขาอยู่ที่บ้านธวัชชัย แปลงเดียวชื่อสองคน เสร็จแล้วเขาย้ายออกไป 10 กว่าปี แม่ผมเป็นอัลไซเมอร์ ทั้งคุณนันทนาและคุณพีรพัฒน์ ย้ายออกจากบ้านนี้ คุณนันทนาย้ายออกเกือบ 20 ปีแล้ว"

เขามาเอาอะไร?

"เขาจะมาเอาของที่เขามีเป็นพระเป็นอะไร ผมก็ไม่เคยไปสำรวจว่ามีอะไรบ้าง แต่ห้องเขาผมปิดผนึกเรียบร้อยบ้านนี้ผมกับลูกสาวใช้งานอยู่"

เขาไม่ได้มาเพียงลำพังเห็นว่ามีคนมาด้วย?

"ตอนเช้าสักพักผมเห็นรถตู้ใหญ่บริษัทมา2 คัน และมีชายฉกรรจ์ 6 คน มีพนักงานบริษัทอีกที่มาขนของ ผมก็ตกใจแล้วมีนายธวัชชัย นายพีรพัฒน์ มีตร.ตามมาอีก 3 คน เป็นคนที่เขาเอามา ชายฉกรรจ์ผมไม่รู้จัก"

ทำไมเขาเพิ่งกลับมา?

"เขากลับมาเอาของแค่นั้นแต่ผมไม่ให้เพราะผมมีของอยู่ในโรงงาน ผมขอแลกเปลี่ยน แต่เขาไม่ให้การทำร้ายผมก็ไม่คิด แต่เนื่องจากผมอยู่บ้านคนเดียว ภรรยาพาลูกสาวไปหาหมอ ผมตกใจไม่รู้ทำไง ผมตัวเปล่า ผมให้เข้าหน้าบ้าน ตร.พาไปเดินเข้าบ้านน้องชายแล้วกรูเข้ามา ผมก็ถือไม้นี่แหละว่าใครเข้ามาผมจะตีเขาก็เดินเรียงหน้ามาแบบปราบม็อบ ผมมีแค่ผู้หญิงแม่บ้าน และลูกชายผมผมภูมิใจนะที่ลูกชายผมไปช่วยกันเขาผมก็ตัดสินใจตีไปที่มือน้องชายนายธวัชชัยทีนึงด้วยไม้ ส่วนนายพีรพัฒน์ผมแค่ขู่ๆเขาต่อยผมเลยเข้าตาผม เส้นเลือดขาวแตก เยื่อบุตาฉีก ผมล้มตึงเลย เป็นคดี"

"แต่ในคลิปที่เขาก้มกราบเขาแจ้งความผมแล้ววันนึง แล้วผมไปแจ้งความเขาอีกวันในคลิปก่อนก้มกราบมีการพูดว่าคุณอย่าทำร้ายผมเลย อย่าโกหก อย่าลงโซเชียล บริษัทลำบากตอนนี้ แล้วก้มกราบผมไม่ได้ขอโทษผมนะครับ"

เขาบอกกราบขอร้องให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับบริษัท?

"เลิกโกหกเลิกว่าเขาออกโซเชียลแล้วเขาก็ก้มกราบ สร้างภาพครับในโซเชียลก็คิดว่าเขากราบขอโทษแล้วผมไม่ให้อภัย พูดใหม่นะครับชาตินี้ผมจะไม่ให้อภัย แต่ผมอโหสิกรรม"

ทำไมเขาถึงบอกว่าคุณสมชายทำร้ายบริษัท?

"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยมีข่าวออกมา มีคนมาสัมภาษณ์ ผมพูดไปตามข้อเท็จจริง ฟ้องผมสิครับกฎหมายมีแล้วเอาหลักฐานไปพิสูจน์ ในวันคุณไปขนของ คณบอกจะฟ้องผมให้ถึงที่สุดแต่พอเช้ามาคุณเอากำลังเข้ามา ผมตัวคนเดียวอายุ 66 ปี จะตั้งหลักยังไง"

คิดว่าพี่น้องที่ทะเลาะกันเป็นคดีความโอกาสกลับมาคืนดีกันเป็นไปได้มั้ย?

"เขาทำลายครอบครัวผมจนย่อยยับลูกชายคนเล็กหนีออกจากบ้านไปเลย ตั้งแต่ม.ค. ทนความเครียดไม่ไหว ผมมีลูก 5 คน ลูกสาวตั้งใจมาทำงานที่นี่ย้ายครอบครัวมาอยู่ ตอนนี้ย้าย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์