ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563

ตำรวจนนท์จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มสาวเบนซ์ คู่กรณียันไม่มีใครทำร้าย

577 5

นนทบุรี-คู่กรณีสาวเบนซ์ เล่าเหตุการณ์หลังขับกระบะออกมาจากไปรษณีย์ พบรถเบนซ์ป้ายแดงของคู่กรณีชนอยู่กับรถเก๋งอีกคันจึงพยายามขับอ้อมแต่ก็ถูกถอยหลังมาชน จนต้องขับไล่ไปทันพอเจอตัวสาวเบนซ์ออกอาการสติแตกเพราะเมาสุรา และยืนยันไม่มีใครทำร้ายแค่เคาะกระจกรถให้เรียกประกัน

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.63 นายสุชาติ มหาดไทย อายุ 34 ปี หัวหน้าแผนกจัดส่งสินค้า ย่าน อ.เมืองนนทบุรี ผู้เสียหายรายหนึ่งจากเหตุการณ์สาวเบนซ์ดำ เมาสุราขับรถไล่ชนดะ ซึ่งนายสุชาติ เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์จุดเริ่มต้นที่บริเวณจุดกลับรถหน้าการไฟฟ้าสาขานนทบุรี

โดยนายสุชาติ เล่าว่า ตนกับนายวิรัช คงจีน อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นคนขับกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บบ 7497 นนทบุรี ขับออกมาจากไปรษณีย์นนทบุรีหลังส่งพัสดุเสร็จ เพื่อจะกลับรถในจุดดังกล่าว ก็พบว่ามีรถเบนซ์ป้ายแดงคันดังกล่าวจอดชนกับรถเก๋งคู่กรณีอยู่แล้ว นายวิรัชคนขับกระบะจึงพยายามขับรถตีวงเพื่ออ้อมหนีรถเบนซ์ ปรากฏว่าคนขับรถเบนซ์กลับถอยหลังมาชนกับรถกระบะที่ตนนั่งอยู่

ซึ่งจังหวะตนกำลังนั่งคิดอยู่ว่า เป็นอุบัติเหตุหรือความตั้งใจกันแน่ จึงเปิดประตูรถเพื่อลงไปถามคนขับรถเบนซ์ ซึ่งก็มีคนขับรถเก๋งที่ถูกชนอีกเดินลงไปเคาะกระจกคุยกับคนขับรถเบนซ์ซึ่งเป็นหญิงสาวอยู่ในสภาพเมาสุราหนักมาก ลดกระจกยื่นโทรศัพท์ออกมา บอกว่าให้คุยกับประกันเอาเอง ซึ่งเมื่อตนรับโทรศัพท์มาคุยก็ไม่มีสายปลายทางตอบรับใดๆ จึงส่งโทรศัพท์คืนให้หญิงสาวไปแล้วบอกว่า ประกันไม่รับสาย หญิงคนดังกล่าวจึงปิดกระจก แล้วถอยรถเบนซ์ชนรถกระกระบะตนเองอีกครั้งก่อนจะขับรถหลบหนีไป ตนจึงขับรถตามหญิงสาวไปเพื่อจะให้ตกลงค่าความเสียหาย


นายสุชาติ เล่าเหตุการณ์ต่อว่า จากนั้นเบนซ์คันดังกล่าวขับหลบหนีมุ่งหน้าแยกแคราย และเลี้ยวซ้ายไปถนนงามวงศ์วาน ก่อนไปจอดที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งก่อนขึ้นทางด่วน ซึ่งเมื่อตนตามไปถึงจึงถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานและพยายามเรียกให้คู่กรณีลงมาคุยกัน แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมลงจาก สักพักจึงขับหลบหนีต่อไปขึ้นทางด่วนวัดบัวขวัญหนีไปลงถนนพหลโยธิน

ซึ่งระหว่างนั้นตนได้โทรศัพท์แจ้งนายภัทรชัย สร้อยสน อายุ 49 ปี พนักงานของบริษัทอีกคนให้ทราบว่า รถกระบะของบริษัทถูกเบนซ์ชนแล้วหนี นายภัทรชัย จึงได้ขับรถเก๋งมาสมทบและไล่ขับตามรถเบนซ์ของหญิงสาวตามขึ้นทางด่วนไป โดยมีแฟนสาวของนายภัทรชัยช่วยถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากในรถทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่หญิงขับเบนซ์อ้างว่าที่ต้องขับรถหลบหนีเพราะกลัวถูกทำร้ายจากคู่กรณีในจุดเหตุแรกก่อนจะเกิดเหตุการณ์บานปลายนั้น ตนขอยืนยันเลยว่า ไม่มีใครไปพูดจาหรือพูดข่มขู่ใดๆ หญิงคนดังกล่าวเลย เพราะคุณขับรถแพงขนาดนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็แค่โทรเรียกประกันมาคุยกันมันก็จบแล้ว แต่คุณเมามากไป

เมื่อโทรหาประกันไม่ติดหรือไม่ก็กลัวประกันจะไม่จ่ายเพราะขับรถในขณะเมาสุรา จึงสติแตกขับรถหลบหนีในลักษณะหวาดเสียวดังกล่าว จนเกิดความเสียหายตามมามากมาย ก่อนจะตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีหญิงคนดังกล่าวที่ สภ.รัตนธิเบศร์ในเวลาต่อมา ซึ่งตัวถังรถได้รับความเสียหายเป็นรอยครูดแต่ไม่มาก


ด้านนายภัทรชัย ซึ่งขับรถเก๋งติดตามรถเบนซ์ป้ายแดงขึ้นทางด่วนและถ่ายคลิปพฤติกรรมไว้ได้ กล่าวว่า ตนกับภรรยาขับรถตามหญิงคนดังกล่าวมาทันที่หน้าปั้มน้ำมัน จากนั้นหญิงสาวคนขับเบนซ์ก็พยายามขับรถหนีต่อโดยเฉี่ยวเข้าที่ขาตน หลบหนีไปขึ้นทางด่วนงามวงศ์วานจนไปลงถนนพหลโยธิน ยืนยันได้ว่าหญิงคนขับเบนซ์ไม่ได้ขับหลบหนีไปเส้นถนนวิภาวดี

ตนมีภาพที่ภรรยาบันทึกบนทางด่วนไว้เป็นหลักฐาน และขณะที่ขับรถติดตาม ตนยังเป็นห่วงเลยว่า หญิงคนดังกล่าวจะขับรถไปเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนด้วยซ้ำ จึงตัดสินใจเปิดไฟกะพริบขับตามปิดท้ายให้ จนประคองไปลงทางด่วนถนนพหลโยธิน แล้วก็เกิดเหตุการณ์ตามคลิปที่เผยแพร่ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ตามมาสกัดหญิงสาวคนขับเบนซ์ดังกล่าวตามลำดับเหตุการณ์ต่อมาที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ

ขณะที่พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้เดินทางไปสอบปากคำผู้ก่อเหตุคนดังกล่าวร่วมกับ สน.บางซื่อ เนื่องจากมีผู้เสียหายในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.รัตนาธิเบศร์ จุดเกิดเหตุแรกจำนวน 2 ราย แต่มีผู้เสียหายมาเข้าแจ้งความเพียงรายเดียว โดยจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาคือ ขับรถในขณะเมาสุรา ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหายต่อไป

เรื่องโดย ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ | ภาพโดย ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend