ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เสียงดังเกิดจากดาวตก

4.39K 26
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เสียงดังเกิดจากดาวตก

เพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดาวตกที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็น ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น เป็นดาวตกขนาดใหญ่พุ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในไทยและทั่วโลก ไม่พบรายงานความเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา(6 สิงหาคม 2563) มีประชาชนจำนวนมากแจ้งว่า ได้ยินเสียงเหมือนฟ้าร้องดังสนั่น ในหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง ทั้งแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด นนทบุรี พระราม 2 สร้างความแปลกใจว่า ต้นเหตุของเสียงดังกล่าวนั้นเกิดจากอะไร

ต่อมา เว็บภัยพิบัติ ได้รายงานว่า ได้เกิดดาวตกเหนือท้องฟ้าในกรุงเทพ เกิดแรงสะเทือนจากช็อกเวฟหลังการแตกตัว คุณ@pearhs ถ่ายภาพเขม่าที่เหลือไว้ได้ มีเสียงดังคล้ายฟ้าร้อง จึงทำให้ทราบว่า เสียงปริศนาดังกล่าว ก็คือเสียงจากดาวตก และมีการแตกระเบิดบนท้องฟ้า

ด้านนายวิมุติ วสะหลาย กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมดาราศาสตร์ เปิดเผยว่า จากที่เห็นจากภาพถ่าย คาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็น "ดาวตกชนิดระเบิด" ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเกิดปรากกฏการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ หรือ กังวลใจอะไร โดยปกติดาวตกจะพุ่งมาเสียดสีกับบรรยากาศ กลายเป็นฝุ่นก่อนที่จะตกถึงโลก หรือบางดวงตกลงมาถึงโลก หรือเป็นอุกาบาต

แต่บางดวงมีโครงสร้างไม่แข็งแรง เกิดการแตกกลางอากาศ เป็นเพราะสะเก็ดดาวดังกล่าว อาจมีรอยแตกหรือรูพรุน พอมีแรงดันจากแก๊สร้อน ก็จะดันสะเก็ดดาวจากภายในให้แตกออก แผ่พลังออกมาส่งคลื่นกระแทกลงสู่พื้นดิน ทำให้คนที่อยู่บนโลก รับรู้ถึงความสั่นสะเทือน เรียกว่าดาวตกชนิดระเบิด

ในอดีต เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเมื่อปี 2556 มีดาวระเบิดเกิดขึ้นเหนือทะเลทรายประเทศซูดาน แต่โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร หรือก่อนหน้านี้ที่ประเทศรัสเซีย ที่มีดาวตกชนิดระเบิดตก มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 17 เมตร ทำให้คนบาดเจ็บนับพัน เพราะกระจกแตกเกือบทั้งเมือง

ซึ่งก็แล้วแต่ว่า จะมีดาวตกชนิดไหนเกิดขึ้น ถือเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ซึ่งหากไม่ใช่ดวงใหญ่ ก็ไม่น่ากังวลใจ ที่เกิดขึ้นตามรูป ก็ไม่ใช่ดาวตกระเบิดชนิดใหญ่ที่น่ากังวล


ด้าน เพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ก็ได้โพสต์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดาวตกที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า

เสียงดังสนั่น เย็นวันที่ 6 สิงหาคม 2563 คาดอาจเกิดจากดาวตกขนาดใหญ่ พุ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงเสียงดังสนั่น ช่วงเย็นวันที่ 6 สิงหาคม 2563 อาจเกิดจากดาวตกขนาดใหญ่พุ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในไทยและทั่วโลก ไม่พบรายงานความเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เป็นเหตุการณ์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ในช่วงเย็นวันที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลาประมาณ 17.00 น. มีประชาชนจำนวนหนึ่งได้ยินเสียงดังสนั่นบริเวณพื้นที่ เขตสายไหม แจ้งวัฒนะ พระราม 2 ในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงบริเวณ อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี และหลายพื้นที่ใน จ.ปทุมธานี รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน มีผู้บันทึกภาพกลุ่มควันพาดผ่านบนท้องฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ได้ และไม่มีรายงานผลกระทบใด ๆ ต่อชีวิตและทรัพย์สิน

จากหลักฐานที่รวบรวมได้ เบื้องต้นคาดว่า อาจเกิดจากดาวตกขนาดใหญ่ พุ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง (เร็วกว่าเสียง) ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นสามารถได้ยินได้ในหลายพื้นที่ และเกิดแรงสั่นสะเทือนที่สามารถรับรู้ได้ บางแห่งได้รับแรงกระแทกจนหน้าต่างสั่นไหว อย่างไรก็ตามหากมีข้อมูล ภาพ หรือคลิปเหตุการณ์ก็จะมีข้อมูลมากเพียงพอที่จะหาข้อสันนิษฐานที่ชัดเจนกว่านี้

กรณีนี้เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว เช่น เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี นนทบุรี ฯลฯ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับการระเบิดเหนือท้องฟ้าในลักษณะนี้เกิดขึ้นทั่วโลกมาแล้วหลายครั้ง แต่มีเพียงเหตุการณ์เดียวเมื่อปี 2556 ที่เมืองเชลยาบินสค์ ประเทศรัสเซีย ที่มีรายงานผลกระทบรุนแรงจากอุกกาบาตยักษ์พุ่งเข้าสู่โลกและระเบิดเหนือฟ้า สร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามปกติแล้วจะมีอุกกาบาตขนาดเล็กหลุดเข้ามาในบรรยากาศของโลกเป็นประจำ โดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ แต่หากวัตถุมีขนาดใหญ่และมีมวลรวมหลายตัน เมื่อเข้ามาในบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง จึงเกิดการระเบิดเหนือพื้นโลก มีแสงสว่างวาบและมีเสียงระเบิดตามมาเป็นระลอกในภายหลัง และถึงแม้ว่าจะมีโครงการเฝ้าระวังวัตถุใกล้โลกของ NASA และหลายหน่วยงานที่คอยติดตามวัตถุในลักษณะเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจจับวัตถุที่มีขนาดเล็กๆ ที่อาจมีวงโคจรที่ผ่านเข้าใกล้โลกได้ทั้งหมด เนื่องจากมีความสว่างน้อย และมีจำนวนมากนับล้านวัตถุ

วัตถุที่สามารถทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มีหลายชนิด เช่น ดาวเคราะห์น้อยที่มักโคจรมาใกล้โลก เศษซากดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งานและถูกปล่อยทิ้งไว้ในวงโคจร อาจถูกแรงดึงดูดของโลกดึงกลับมาในชั้นบรรยากาศก็เป็นได้ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องปกติ สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องกังวลและตื่นตระหนกไป เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีโครงการเฝ้าระวังวัตถุจากนอกโลก ดำเนินการโดย สดร. ร่วมกับกองทัพอากาศ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร เฝ้าสังเกตการณ์วัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 เมตร ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง ปกติแล้วนักดาราศาสตร์จะตรวจสอบล่วงหน้าและสามารถติดตามวัตถุที่มีขนาดใหญ่ได้เกือบทั้งหมด ส่วนวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่า 100 เมตรนั้น ตรวจสอบได้ยากมาก และหากวัตถุขนาดเล็กพุ่งชนโลก ก็จะเกิดการเสียดสีในชั้นบรรยากาศ อาจเกิดการระเบิด เผาไหม้หมดไปบนท้องฟ้า หรืออาจเหลือเพียงเศษอุกกาบาตขนาดเล็กตกลงมา ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

เรื่องโดย คมน์ นพรัตน์ | ภาพโดย ขอบคุณภาพจาก @MrVop @pearhs
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend