ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

‘ดร.วีรชัย’ชี้ คดีบอส คือศักดิ์ศรีระดับชาติ

1.22K 37
‘ดร.วีรชัย’ชี้ คดีบอส คือศักดิ์ศรีระดับชาติ

รายการ "ถามสุดซอย" ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 เปิดใจสัมภาษณ์ "รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์" หรือ "อาจารย์อ๊อด" ประธานหลักสูตรนิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ "ทนายเกิดผล แก้วเกิด" กรณีประเด็นร้อน "บอส วรายุทธ อยู่วิทยา" ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังที่กลายเป็นผู้บริสุทธิ์หลุดคุกคดี ทั้งที่ขับรถชนตร.เสียชีวิต ทำไมคดีถึงพลิกผัน ชี้ต้องมีคนรับผิดชอบกู้หน้าชาติ

เท่าที่อาจารย์คำนวณรถของบอส เขาวิ่งความเร็วเท่าไหร่?รศ.ดร.วีรชัย : "ก่อนอื่นพูดถึงเรื่องสเปกรถก่อน รถจำเลยคือเฟอร์รารี่ FF ซึ่งปัจจุบันยังมีรุ่นนี้อยู่ ตัวนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 32 ล้าน รถตัวนี้ 12 สูบ แรงม้าอยู่ที่ 740 แรงม้า เครื่องประมาณ 6,266 ซีซี ถือว่ามีกำลังสูงมาก รอบของเครื่องสูง อยู่ที่ 8,700 รอบต่อนาที ใช้เกียร์ 7 สปีด ฉะนั้นเป็นรถที่มีพละกำลังสูงมาก อัตราเร่งที่เขาทำได้ภายใน 7 วินาที คือเหยียบจาก 0 ไป 200 แป๊บเดียว ภายใน 7 วินาทีทำความเร็วได้ 200 ในส่วนระบบเบรก รถรุ่นนี้เป็นจานเบรกเซรามิค ซึ่งมีจานเบรกใหญ่มาก ประมาณ 39.8 เซนติเมตร เขาสามารถกระทืบเบรกให้หยุดได้ทันที ระยะเบรกไม่ถึง 10 เมตรด้วยซ้ำ มาดูตัวบอดี้ ไม่ได้ใช้พลาสติกเอบีเอสเหมือนรถญี่ปุ่น แต่เป็นการใช้ไฟเบอร์ เขาเรียกคาร์บอนแคฟล่าซึ่งมีความแข็งกว่าพลาสติกเอบีเอสหลายเท่า ส่วนโครงเหล็กข้างในคืออะลูมิเนียมอัลลอยด์ ซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่ารถทั่วๆ ไป"

"เรามามองสภาพรถคุณบอสหลังเกิดเหตุ พูดง่ายๆ ภาษาวัยรุ่นคือเละเกือบเป็นโจ๊ก ฉะนั้นนี่คือสเปกของซูเปอร์คาร์ ที่ใช้คาร์บอนแคฟล่าและอะลูมิเนียมอัลลอยด์ การชนขนาดนั้นไม่ธรรมดาแน่นอน ต้องคูณสองขึ้นไปสำหรับรถญี่ปุ่น"

"มาคุยกันเรื่องความเร็ว ปรากฎว่ารถเฟอร์รารี่คันนี้ มีกล้องวงจรปิดจับภาพได้หลายช่วง และมีช่วงนึงเขาวิ่งสองเลน พบว่าเขาวิ่งผ่านเสาไฟฟ้า พบข้อมูลในเอกสารสำนวนเก่าแจ้งว่าระยะห่างจากเสาไฟฟ้าที่เขาวิ่งผ่าน ห่างกัน 31 เมตร ทีนี้กล้องซีซีทีวีตัวนี้เฟรมในการบันทึก 25 เฟรมต่อวินาที แต่ช่วงที่รถวิ่งผ่านเสาไฟฟ้าสองเสา ระยะ 31 เมตร อยู่ที่ 16 เฟรม หรือเขาคำนวณก็คือ 0.64 วินาที จึงเป็นที่มาของพิสูจน์หลักฐานและอาจารย์ที่ทำด้านนี้มาช่วย ก็คือคำนวณวี เท่ากับเอสส่วนที ก็อยู่ที่ 174.37 กิโลเมตรต่อชม. แต่ตัวเลขในเอกสารเขาคำนวณได้ 177 พูดง่ายๆ คือสันนิษฐานว่าน่าจะวิ่งด้วยความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชม. แต่หลังจากที่เป็นข่าว ก็มีอาจารย์ด้านนี้ลองไปวัดระยะเสาไฟฟ้าใหม่ พบว่าระยะห่างจริงๆ อยู่ที่ 25 เมตร ฉะนั้นเอาตัวเลข 25 มาใส่ในสูตรคำนวณ ก็วิ่งอยู่ราวๆ 140 กิโลเมตรต่อชม. พูดง่ายๆ นะครับ บวกค่าเออเร่อร์ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังไงก็เกินร้อย ถ้าเราดูคลิปจะเห็นว่ารถของเขาเร็วกว่ารถก่อนหน้านั้น ตรงนี้คือข้อมูลที่ถูกบันทึกและเป็นความเห็นของนักนิติวิทยาศาสตร์ และใส่เข้าไปในสำนวน แต่พบว่าข้อมูลตรงนี้มันหายไป ตัวเลขใหม่ก็เกิดขึ้นมา"

มันหายไปไหน?รศ.ดร.วีรชัย : "(หัวเราะ) ก็จากวันที่ 4 ปี 62 จากสำนวนใหม่ที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ที่เผยแพร่ในโซเชียล เราเห็นแล้วว่าความเร็วที่เขาขับคือ 79.23 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น เอามาจากพยานที่เกิดขึ้นวันที่ 4 .. ปี 62 พยานสองคนที่เป็นข่าว ขนาดเราขับรถไปมหาวิทยาลัยเมื่อสองวันก่อนยังลืมเลยว่าเหยียบเท่าไหร่ จำได้คร่าวๆ แค่ขับไป 90 แค่นั้นแหละ แต่ตัวนี้ 79.23 มีทศนิยมให้ด้วย แล้วเป็นพยานบอกเล่ามาให้ปากคำหลังเกิดเหตุไปแล้ว 8 ปี ในส่วนของการคำนวณของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อาจารย์ด้านนิติวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์ได้หายไปจากสำนวน สิ่งเหล่านี้มันเลยเกิดข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความเร็ว"

คนเป็นพยานพูดเรื่องความเร็วรถเป็นยศใหญ่ เป็นไปได้มั้ยเขามีเครื่องตรวจจับความเร็วอยู่ในรถ และยิงไป?รศ.ดร.วีรชัย : "คือเรื่องเกิดปี 55 แล้วพยานสองปากโผล่มา 4 .. 62 และระลึกชาติกลับไปได้ 8 ปี มันเป็นอะไรที่มันเชื่อได้มั้ย"

สภาพรถไม่มีใครขับช้า?.ดร.วีรชัย : "140 กิโลเมตรต่อชม.ทำได้อยู่แล้วสำหรับเฟอร์รารี่ และแตะแป๊บเดียว ประเด็นอยู่ที่่ว่าตัวเลขที่คุณดั๊มลงมา จาก 140 ก็ตาม 170 ก็ตาม คุณดั๊มลงมา 79.23 มันดันไปเข้าข้อกฎหมายที่ระบุว่าถ้าขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชม. แล้วทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ชีวิต ก็ไม่เข้าข่ายประมาท อันนี้ต้องถามนักกฎหมาย"


ทนายเกิดผลว่ายังไง?เกิดผล : "ไม่ใช่หรอกครับ ประมาทหรือไม่ประมาทต้องดูพฤติกรรมหลายอย่าง ถึงแม้จะพิจารณาว่าขับรถแค่ 80 แต่เมื่อถึงชุมชน ทางแยกทางร่วมคุณต้องหยุดความเร็วลงต่ำกว่า 80 ถ้าขืนคุณขับต่อไป 80 คุณก็ประมาทอยู่ดี มันขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ เช่นฝนตก คุณยังเหยียบ 80 หรือเปล่า หรือตรงนั้นเป็นโรงเรียน เด็กกำลังเลิกเรียน คุณเหยียบที่ 80 หรือเปล่า มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าต่ำกว่า 80 จะไม่ประมาทเสมอไป มันขึ้นอยู่ที่พฤติการณ์ต่างๆ ด้วย"

คดีบอสทำไมถึงถือว่าไม่ประมาท?เกิดผล : "มันไม่ได้อยู่ที่ว่าบอสขับรถช้าหรือเร็ว แต่เขากำลังมองว่าบอสขับรถด้วยความระมัดระวังจากภาพที่พยายามสื่อให้เห็นว่าขับไม่เกินจากที่กฎหมายกำหนด สื่อให้เห็นว่าอยู่ภายใต้ระเบียบและวินัย และเขากำลังชี้ไปที่ว่าดาบวิเชียรตัดหน้ากะทันหันและเบรกไม่ทัน มันสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เขากำลังสื่อให้เห็น"

ระยะที่ดาบวิเชียรกระเด็นไป 100 กว่าเมตร ถ้าขับด้วยความเร็วไม่เกิน 80 มันกระเด็นไปไกลขนาดนั้นมั้ย?รศ.ดร.วีรชัย : "จริงๆ เฟอร์รารี่รุ่นนี้ 32 ล้านจะมีกล่องดำเหมือนเครื่องบิน มันจะเรคคอร์ดความเร็ว  ตอนเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าวันนั้นมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบ เราจะรู้ความเร็วที่แน่นอน อันนี้ประเด็นแรก ประเด็นที่สองการกระเด็นค่อนข้างไกล คอหัก เสียชีวิต สภาพรถค่อนข้างเละ การประเมินแค่นี้ก็พอจะรู้ได้แล้วโดยคอมเมนต์เซ้นส์ว่า 79.23 เป็นไปไม่ได้ เป็นพยานหลักฐานที่เชื่อไม่ได้เลย"พอมีคนสงสัยเรื่องความเร็ว เราตรวจสอบใหม่ได้มั้ย?รศ.ดร.วีรชัย : "อย่างที่บอก ระดับเฟอร์รารี่ 32 ล้าน มีเมมโมรี่เช็กอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าคุยกลับไปถึงเจ้าของแบรนด์เขาน่าจะให้ความร่วมมือเพราะคดีนี้ไม่ใช่คดีของประเทศไทย มันเป็นคดีระดับโลก และเรื่องปูดมาเพราะสื่อต่างชาติ เรื่องนี้ไม่ใช่คดีสำหรับคุณบอส ตรอัยการ แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีคนไทยทั้งประเทศ เรื่องนี้ถ้าบอสไม่ติดคุก ก็ต้องเอาเจ้าหน้าที่ติดคุก ใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอัยการหรือตรพูดง่ายๆ ต้องมีคนรับผิดชอบ สำนวนอ่อนขนาดนี้ขึ้นไป ยังไงเขาก็หลุด เพราะคดีอาญาให้ความเป็นธรรมต่อผู้ต้องหามาก ถ้ามีข้อพิรุธแม้สัก 1 เปอร์เซ็นต์ก็หลุด แล้วมีคนสมอ้างมารับผิดแทนในช่วงต้นด้วย ก็ไม่เห็นในสำนวนเอาผิดคนนั้น ถ้าจะสู้ต่อก็สู้ได้อยู่แล้ว เพราะปิดบ้าน คุณคำรณวิทย์เอากำลัตร.ไปล้อม กว่าจะเข้าบ้านได้ แล้วอยู่ดีๆ มีคนใช้มารับแทน ในทางนิติวิทยาศาสตร์สืบได้ เป็นแพทเทินปกติ ในการเก็บลายนิ้วมือแฝง ในรถไม่ว่าจะเป็นหูจับ พวงมาลัย ประตู เกียร์ ต้องเป็นลายนิ้วมือแฝงคุณบอสเท่านั้น ถ้าตรงนี้ชัดเจนก็สามารถเล่นในเรื่องความพยายามให้คนมารับผิดแทนได้หรือไม่"

ทำไมไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้มาเลย?เกิดผล : "ได้ยินข่าวว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาพ่อบ้านว่าแจ้งความเท็จ แต่ไม่รู้มีการฟ้องร้องดำเนินคดี หรือตั้งข้อกล่าวหาบอสในการใช้ผู้อื่นในการแจ้งความเท็จด้วยหรือเปล่า โทษแจ้งความเท็จมันเบา แต่ทำให้เห็นพฤติกรรมคนกระทำความผิดปกปิดความจริง หลักฐานต่างๆ ก็เชื่อมโยงได้"

รศ.ดร.วีรชัย : "มันมีเคสนึงเรื่องผลตรวจรพ.รามาฯ ถ้ายอมให้คนใช้มารับแทน ตรวจยังไงก็ไม่เจอสารเสพติด แต่เผอิญผลตรวจเลือดในตัวคุณบอสดันไปพบสารหลายตัวที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวโคเคน แต่มีตัวน่าสนใจตัวนึง คือสารที่เรียกว่าโคคาเอททาลีน คือเป็นการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ สารตัวนี้เจอในเลือด ซึ่งจะเป็นสารที่อยู่ในร่างกายเกิน 5 ชมซึ่งเป็นการคอนเฟิร์มว่ามีการเสพโคเคน ร่วมกับแอลกอฮอล์ หลักฐานเหล่านี้เกิดในปี 55 และอยู่ในสำนวนหลักฐานการตรวจร่างกาย แต่เมื่อสั่งไม่ฟ้องหลัง 4 .. 62 ไม่ปรากฎพยานหลักฐานเหล่านี้ ฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่สังคมรอคำตอบอยู่ แล้วเอกสารที่หลุดในโซเชียลเรื่องการตรวจร่างกาย ไม่ใช่มาจากสำนวนตร.ด้วยนะ เป็นหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตรวจหลุดออกมา เป็นการเรียงจากกองหนึ่งไปกองหนึ่ง ว่าผลตรวจคนนี้เป็นอย่างนี้ เป็นเหตุที่ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดก็ไม่ได้"

สารเสพติดไม่มีตั้งแต่สำนวนตร.?รศ.ดร.วีรชัย : "ก็นี่แหละ เป็นสิ่งที่สังคมต้องการคำตอบ และความชัดเจน และเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องคนสองคน เป็นเรื่องกระบวนยุติธรรมไทย ต้องทำให้เรื่องนี้กระจ่าง รวมถึงเรื่องการรื้อฟื้นคดี ทำได้หรือไม่ต้องให้ทนายเกิดผลเป็นคนตอบ"

ถ้ารื้อคดีมาพิจารณาใหม่ สามารถทำได้มั้ย?เกิดผล : "มันมีความเคลือบแคลงสงสัยตั้งแต่ชั้นตร.ในเมื่อ ..มีคำสั่งชี้มูลความผิดตร. 7 นาย ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีการช่วยเหลือบอสแล้วทำไมอัยการถึงบอกว่าบอสไม่ผิด มันไม่แย้งกันเองเหรอ สองหน่วยงาน เขาไม่คุยกันก่อนเหรอว่าพยานหลักฐานมันน่าเชื่อได้ ...บอกว่าผิดไปช่วยบอสหลายข้อหา แต่กลับมองว่าเป็นความผิดเล็กน้อย แต่ทางอัยการบอกว่าบอสไม่ผิดเลย อ้าว ที่ลงโทษตร.ไป ก็ลงโทษผิดสิ มันก็น่าสงสัยนะ ใครกันแน่ที่เป็นตัวเชื่อม ใครกันแน่ทำให้กระบวนการนี้แย่"

อาจารย์มองว่าเรื่องนี้ใครผิด?รศ.ดร.วีรชัย : "คนที่บริสุทธิ์มากๆ คือคุณบอส ต้องแสดงความยินดีด้วยนะ (หัวเราะหลุดพ้นทุกข้อกล่าวหาตามมาตรา 147 แต่ที่เป็นประเด็นอยู่คือกระบวนการยุติธรรมไทย มันเกิดความสงสัยในหลายเรื่อง ก็ต้องเอาให้กระจ่าง เคสนี้เราจะไม่รู้เรื่องเลยถ้าซีเอ็นเอ็นไม่ออก สำนักข่าวต่างประเทศออกก่อน เรารู้จากสื่อต่างประเทศ เนื่องจากมีจดหมายของทางการไทยไปขอให้ถอนหมายจับตร.สากล มันเลยเป็นประเด็นขึ้นมา ถ้าไม่มีข่าวนี้ขึ้นมามันก็เงียบเลย ถึงขนาดอาจารย์นั่งกินกาแฟข้างๆ คุณบอสเลยก็ได้ คือเขากลับประเทศไทยเรียบร้อยแล้วอะไรอย่างนี้ เขาคือผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายที่ว่า นี่คือจิตใต้สำนึกง่ายๆ เลยว่ามันเป็นกระบวนการอำพรางอะไรบางอย่างหรือไม่"

เขาสั่งไม่ฟ้องกันไปเมื่อไหร่?รศ.ดร.วีรชัย : "เท่าที่ทราบคือม.พูดง่ายๆ ถ้าไม่มีการประสานงานกับต่างประเทศ สื่อต่างชาติไม่เห็น ไม่มีการรายงานข่าว พวกเราก็ไม่รู้ แล้วเอกสารที่ปรากฎในสื่อโซเชียลส่วนใหญ่ มาจากแหล่งตรวจเอง เช่นเอกสารนักฟิสิกส์จุฬาฯ แกก็โพสต์ถามลอยๆ ว่าอย่างนี้เหรอ แม้แต่สำนวนอัยการที่ออกมาก็ไม่ได้มาจากที่เป็นทางการ เขาทนไม่ได้ก็เอาออกมา แม้แต่ผลจากรามาฯ ก็เป็นรายงานที่เอาออกมาเองว่ามีเคสที่ตร.ขอให้ตรวจนายนี้ๆ แต่หลักฐานเหล่านี้หายไปในสำนวน มันทำให้เกิดข้อพิรุธสงสัย มันเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ต้องหาทางออก และต้องมีคนรับผิดชอบ"

จริงๆ มองว่าควรตรวจสอบหน่วยงานไหนมากที่สุด?รศ.ดร.วีรชัย : "ตอนนี้พูดมากไม่ได้ เพราะกำลังเล่นกับนักกฎหมายอยู่ อย่างสมมติผมมีเงินมาก ไม่อยากไปศาล พูดง่ายๆ ก็คือปิดเกมเลย แต่มันหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของสองหน่วยงานที่ต้องทำให้สังคมกระจ่าง และคลี่คลายให้ได้ ตอนนี้ท่านนายกฯ ก็บัญชามาแล้วว่าต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ถ้าเจอพยานหลักฐานใหม่ หรือญาติเห็นแก่กระบวนการยุติธรรมไทย ก็ติดต่อได้หลายช่องทาง ตอนนี้มีหลายคนอาสาทำเรื่องนี้ให้ดีขึ้นมันไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว มันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของประเทศ"

คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้มั้ย?รศ.ดร.วีรชัย : "ถ้ามองตามที่ทนายพูดคือญาติฟ้อง แต่เท่าที่ทราบญาติรับการชดใช้ไปแล้ว 3 ล้าน มันก็กลับมาที่คุณบอสบริสุทธิ์ตามนั้นเลย จบแต่สิ่งที่หายไปจากสำนวนต้องมีคนรับผิดชอบ พยานสองปากถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ออกมาให้ข่าวเหมือนกัน อยากรู้จัก (หัวเราะคือความจำท่านดีมาก อยากรู้ว่าทานอาหารเสริมอะไร อยากได้เรื่องเมมโมรี่สมอง สามารถจำเรื่อง 8 ปีที่แล้วได้ถือว่าความจำระดับโลกนะ(หัวเราะ)"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend