ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

เมแกนกลุ้ม กลัวอาร์ชี่ไม่มีเพื่อน

27.82K 15
เมแกนกลุ้ม กลัวอาร์ชี่ไม่มีเพื่อน

ตัดขาดญาติวงศ์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปอเมริกา เคลื่อนไหวเรียกร้องหาความเท่าเทียมให้กับคนที่นั่น แต่เหมือนชีวิตสับสน เพราะเริ่มบ่นๆ ว่าอาร์ชี่ไม่มีเพื่อน กลัวจะไม่มีทักษะการเข้าสังคม อยากพาเข้าคลาสลูกๆ แม่ๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะ "เฟมัส" เกินไป....!!!

ช่างเป็นการเรียกร้องความสนใจอย่างต่อเนื่อง จนไม่มีเวลาไปส่องดูสมาชิกคนอื่นในราชวงศ์วินด์เซอร์ว่าเค้าทำอะไรที่สร้างสรรค์กันมั่ง....ล่าสุดก็คร่ำครวญว่า ลูกน้อยอาร์ชี่ครบขวบปีแล้ว แต่ทำท่าว่าจะไม่มีทักษะในการเข้าสังคม เพราะไม่มีโอกาสได้เล่นกับเด็กอื่นในวัยเดียวกัน ด้วยเพราะมัมมี่ "เฟมัส" เกินกว่าจะไปเข้าร่วมคลาส "Mommy and Me" เหมือนแม่ที่มีลูกเล็กคนอื่นได้.......

เรื่องนี้มาจากเพื่อนที่ทำหน้าที่เป็นร่างทรงคอยกระจายข่าวความเคลื่อนไหว ไม่ให้เจ้าชายแฮร์รีกับเมแกน หลุดหายไปจากวงโคจรเซเล็บโลก ..... และที่ต้องอาศัยเพื่อน ก็เพราะ "พลาด" ไปแบนแท็บลอยด์ของอังกฤษที่เสนอข่าวเจ้าแทบจะสามเวลาหลังอาหาร แถมยังมีปัญหาฟ้องร้องสื่อใหญ่อย่างตระกูล "Mail" .... คราวนี้ก็เงียบสิจ๊ะเพราะสื่ออเมริกันนี่ ถ้าไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเค้าก็ไม่สน แค่ข่าวเซเล็บบ้านตัวเองก็กวาดพื้นที่หมดแล้ว!!


ร่างทรง เอ๊ย เพื่อนสนิท ให้สัมภาษณ์ DailyMail ว่า เมแกนกำลังห่วงว่า อาร์ชี่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอื่นในวัยเดียวกัน เพราะวันๆ ก็ขลุกอยู่แต่ในคฤหาสน์หรูในแอลเอ

ที่เจ้าของคือ ไทเลอร์ เพอร์รี ให้อาศัยอยู่มาตั้งแต่เดือนมีนาคม แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับขยายไปไหน .... เมแกน บอกว่า อาร์ชี่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องอารมณ์กับทักษะการเข้าสังคมกับเด็กวัยเดียวกัน ที่บางทีไม่สามารถเรียนรู้จากผู้ใหญ่ได้ .... ถ้าได้เข้ากลุ่มทารกด้วยกัน อาร์ชี่ก็จะมีโอกาสได้เล่น ที่จะช่วยพัฒนาสมองด้วย .... ส่วนเธอเองก็อยากจะไปเข้าคลาส "Mommy and Me" กับพวกแม่มือใหม่คนอื่นๆ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่า "ทำไม่ได้".... ปัญหามันไม่ใช่แค่โควิด-19 แต่เพราะเธอนั้น เป็นที่รู้จักเกินกว่าจะลงไปทำอะไรที่คนธรรมดาเค้าทำกัน !!!....

เพื่อนสนิทบอกด้วยว่า เมแกนก็พยายามติดต่อกับโลกภายนอก ผ่านทางออนไลน์ และ "Zoom" แต่มันก็ไม่เหมือนไปด้วยตัวเอง นี่ถ้าได้เข้าคลาส "Mommy and Me" แบบสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นอกจากจะเหมาะกับอาร์ชี่แล้ว เมแกนยังจะเป็นแม่ที่สมบูรณ์ แล้วก็มีเพื่อนใหม่ที่จะคบหากันไปได้ตลอดชีวิตอีกด้วย .....

นี่คือข้อพิสูจน์ว่า การตัดสินใจดีดตัวออกจากวังฝั่งยูเค มันเป็นความผิดพลาดแบบไม่มีช่องโหว่ใดๆ ให้แก้ตัว ..... ถ้ายังอยู่ที่เคนซิงตัน หรือ ฟร็อกมอร์ อาร์ชี่จะมีเพื่อนเล่นวัยเดียวกัน สังคมเดียวกัน และสายเลือดเดียวกัน ที่คู่ควรที่สุดคือ "ปริ๊นซ์หลุยส์" ส่วนแม่มือใหม่อย่างเมแกน ก็ไม่ต้องไปหาเพื่อนหรือที่ปรึกษาที่ไหน แค่ไปเคาะประตูฝั่ง

เคมบริดจ์ก็พอ .....

การคร่ำครวญเรื่องอาร์ชี่ อาจจะมาจากอารมณ์เหงาส่วนตัว เพราะเพิ่งตัดสัมพันธ์กับเจสสิกา มัลโรนีย์ เพื่อนสนิทร่วมสังคมไฮโซ ที่เจอทัวร์ลงเรื่องเหยียดผิว .... และเพราะเมแกนเลือกยืนอยู่ฝั่งกระแสสังคมมากกว่าเพื่อน ก็เลยมีข้ออ้างสวยๆ ที่ใช้เทเพื่อนและใช้ร่างทรงมาบอกอีกต่อหนึ่งว่า "เพื่อนสะท้อนถึงเพื่อน และด้วยเหตุนี้ทำให้เธอไม่สามารถเกี่ยวข้องกับเจสสิกาได้อีก อย่างน้อยก็ในที่สาธารณะ เธอทำในสิ่งที่ต้องทำ เพื่อรักษาเกียรติและชื่อเสียงของตัวเอง" ..... นี่คือการส่งสัญญาณไปถึงมัลโรนีย์ว่า "เชิญรับเวรรับกรรมไปตามครรลองของกระแสสังคม ..... ชั้นยังมีอนาคตที่ต้องไปต่อ.....ไม่รอละนะ!!!"

พอมาถึงตอนนี้ ก็เลยจวกว่า เหตุผลที่พาลูกไปเข้าคลาส "Mommy and Me" ไม่ได้ เพราะเธอ "เฟมัส" เกินไป มันย้อนแย้งกับวิถีการเคลื่อนไหวเรียกร้องความเท่าเทียม

กันเสียนี่กระไร!!....พอกันเลย ทั้งผัวทั้งเมีย เจ้าชายแฮร์รี่ ก็เพิ่งจะโดนพิธีกรดัง เพียร์ส มอร์แกน สับเละ ที่ใช้ "Queen's Commonwealth Trust" หรือ เครือข่ายคนหนุ่มสาวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในเครือจักรภพ ที่ตัวเองเป็นประธาน และควีนเป็นองค์อุปถัมภ์ มาสนับสนุนการเรียกร้องความเท่าเทียมกับการเคลื่อนไหว "Black Lives Matter" .... เพียร์ส บอกว่า เจ้าชายแฮร์รีเหมือนตัวประกัน ที่ถูกบีบให้พูดในสิ่งที่ไม่เป็นผลดีต่อควีน ผู้เป็นประมุขแห่งเครือจักรภพ ที่กว่าจะเป็นปึกแผ่นในวันนี้ ต้องก้าวผ่านความผิดพลาดในอดีตมาขนาดไหน

เพียร์ส บอกว่า ตอนที่ดูวิดีโอ เขาอดนึกไม่ได้ว่า ตอนที่เจ้าชายแฮร์รี่พูดต่อหน้ากล้อง และเมแกนหันไปมองนั้น มันเหมือนเธอจ้องไปที่ "กะโหลก" และกำลังถ่ายโอน กระบวนความคิดที่เธอตั้งโปรแกรมเอาไว้ ให้ไหลเข้าสู่สมองของสวามี" .... ริมฝีปากของเจ้าชายแฮร์รีที่ขยับ ช่างสอดคล้องกับการกระพริบตาของชายา !!

เพียร์ส บอกด้วยว่า เมแกนอาจคิดถูก ที่บอกว่า การเผชิญหน้ากับความไม่เท่าเทียมมันเป็นเรื่องที่อึดอัด......แต่การเปิดมาเจอเจ้าชายว่างงานที่ซ่อนตัวอยู่ในหลืบฮอลลีวู้ด มาเล็คเชอร์คนทั้งโลก มันก็อึดอัดไม่ต่างกันหรอกนะ....การเรียกร้องความเท่าเทียม มันช่างย้อนแย้งกับการที่ตัวเองกินหรูอยู่สบายเยี่ยงอภิสิทธิ์ชนที่คนเข้าไม่ถึงในแมนชั่นราคา 20 ล้านดอลลาร์ และหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้รับประโยชน์จากวิกฤตโคโรนาไวรัส ก็คือพวกเซเล็บหลงตัวเองที่หิวกระหายชื่อเสียง และเรียกร้องความสนใจให้ตัวเอง .... คนไม่ได้อยากรู้ว่า ผลกระทบจากโควิด-19 มันเลวร้ายขนาดไหน หรือเศรษฐกิจจะพังพินาศยังไง .....สิ่งที่อยากรู้ตอนนี้ ก็คือ ทั้งคู่มีอย่างอื่นทำมั่งมั้ย นอกจากขุดเอาแต่เรื่องได้รับการปฏิบัติที่เลวร้ายอย่างโน้นอย่างนี้ เรียกร้องความเท่าเทียม ในขณะที่ควีนกับคนอื่นๆ อย่างเจ้าชายวิลเลียมกับชายา กำลังช่วยกันปลอบประโลมชาวอังกฤษที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 และเขาขอมอบคำแนะนำ 3 คำ ให้ทั้งสองคนคือ "please shut up" "โปรด หุบ ปาก"!!!!......

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์