ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

เจ้าของร้าน ชี้แจง เมนูหมึกกระเทียม 2,500 บาท

17.2K 17
เจ้าของร้าน ชี้แจง  เมนูหมึกกระเทียม 2,500 บาท

ภูเก็ต - เจ้าของร้านอาหารหน้าหาดกมลา แจงแล้ว พร้อมขอโทษคนภูเก็ตทำให้เสียชื่อ หลังสาวหล่อคาใจ! โพสต์เตือนในโซเชียลหลังสั่งอาหารร้านดังหน้าหาดกมลาเจอหมึกกระเทียม 2,500 บาท และคั่วกลิ้งหมู 850 บาท ยืนยันราคาเป็นธรรม เพราะไกด์ระบุสำหรับ 10 คนทาน เปิดร้านมาร่วม 30 ปีไม่เคยมีปัญหา

จากกรณี ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า " Lalita K. Chaiyasit" ได้โพสต์ภาพบิลค่าสั่งอาหารอาหาร พร้อมข้อความระบุว่า "****เตือนภัย**** คนที่มาเที่ยวภูเก็ตนะคะ ร้านชื่อ "นานอก" อยู่กมลา ทางเราไม่ได้ไปร้านเองนะคะ อยู่โรงแรมค่ะ ไกด์เป็นคนไปซื้อแล้วจัดการทุกอย่างให้นะคะ ปล.ทางเราเพิ่งรู้ว่าโรงแรมแนะนำให้ไกด์ไปนะคะ #ฝากแชร์ วันนี้เรากับทางครอบครัวมาเที่ยวค่ะ ทางเราไปซื้อกุ้งมังกรมาทั้งหมด 4 ตัว พอบิลมาแล้ว ตกใจราคา #หมึกกระเทียมราคา 2500บาท และ #คั่วกลิ้งหมูราคา 850 บาท ตกใจราคามาก.. 


ทั้งนี้ในโพสต์ดังกล่าวยังมีภาพบิลอาหาร 3 ใบ บิลใบแรก มีรายการหมึกทอดกระเทียมราคา 2,500 บาท และคั่วกลิ้งหมูราคา 850 และอื่นๆ รวมเงิน 6,750 บาท บิลที่ 2 มีการลดราคาหมึกทอดกระเทียมจากราคา 2,500 บาทเหลือ 1,500 บาท รวมเหลือ 5,750 บาท และบิลที่ 3 ลดราคาหมึกทอดกระเทียมอีก 500 บาทเหลือ 1,000 บาท และลดราคาคั่วกลิ้งหมูจากราคา 850 บาท เหลือ 500 บาท ยอดรวมเหลือ 4,900 บาท โดยมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไปจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่อว่าทางร้านที่ขายในราคาสูงเกินจริง ทำให้ไม่มีใครอยากมาภูเก็ต

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (8 ก.ค.63) เจ้าหน้าที่สำนักคุ้มครองผู้บริโภคศูนย์ ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นำโดยนายอดิศร สวัสดี ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต, เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลา และตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้เดินทางไปยังร้าน "นานอก" ชายหาดกมลา หมู่ที่ 3 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยมีนายสิทธิเทพ ปรีชา ผู้จัดการร้านฯ และพนักงานร่วมชี้แจงและให้ข้อมูล นายสิทธิเทพ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (7 ก.ค.63) ได้มีลูกค้าคนไทยโทรศัพท์มาสอบถามว่า รับทำอาหารหรือไม่ ซึ่งตนว่า รับทำ กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ลูกค้าได้นำเอาอาหารสดมาให้ มีกุ้งมังกร 4 ตัว ปลามงตัวใหญ่ขนาดประมาณ 2 - 3 กิโลกรัม 1 ตัว และปลาเก๋า 2 ตัว พร้อมทำซอย 4 5 อย่างให้ด้วย 

โดยในส่วนของกุ้งมังกร มีทั้งนึ่ง อบ และซาซิมิ พร้อมซอส 3 อย่าง ส่วนปลามงแบ่งออกเป็น 2 ท่อน ท่อนแรกนึ่งมะนาว อีกท่อนทำเป็นซาซิมิ ขณะที่ปลาเก๋า 2 ตัว นำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม โดยตัวแรกทอดกระเทียมพริกไทย อีกตัวแบ่งเป็น 2 ท่อน หนึ่งท่อนต้มยำ อีกหนึ่งท่อนทำแกงส้ม คิดค่าทำ 3,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาปกติและไม่แพง 

 "กรณีของหมึกทอดกระเทียมพริกไทยที่สั่งเพิ่มนั้น ทางร้านใช้หมึกน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม และคิดไปในราคา 2,500 บาท เนื่องจากได้รับแจ้งจากทางไกด์ที่มาประสานว่า อาหารสำหรับ 10 คนทาน จากปกติขายอยู่ที่จานละประมาณ 250 บาทต่อ 1-2 ท่าน ใช้ปลาหมึกประมาณ 3 4 ตัว เช่นเดียวกับหมูคั่วกลิ้งก็บวกราคาสำหรับ 10 คนทานเช่นกัน รวมยอดครั้งแรก 6,750 บาท"

นายสิทธิเทพ กล่าวด้วยว่า เมื่อปรุงเสร็จและทางไกด์นำอาหารไปให้ลูกค้า ซึ่งได้แจ้งกลับมาทางร้านว่า ลูกค้าไม่รับราคาดังกล่าว และขอลดราคา จึงได้ลดราคาหมึกทอดกระเทียมพริกไทยเหลือ 1,500 บาทในบิลแรก และคั่วกลิ้งเหลือ 600 บาท เมื่อส่งราคาไปปรากฏว่าลูกค้าไม่ยอมอีก และขอคุยส่วนตัว จึงตัดสินใจลดให้อีก เพราะอาหารได้ทำไปแล้ว จึงลดให้โดยหมึกทอดกระเทียมเหลือ 1,000 บาทส่วนหมูคั่วกลิ้งเหลือ 500 บาท รวมเหลือราคา 4,900 บาท แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินลูกค้าก็ขอลดราคาลงเหลือ 4,000 บาท ซึ่งตนก็ยอมทั้งๆ ที่ราคาดังกล่าวตนไม่ได้อะไรเลย "ราคาอาหารทั้งหมด 4,000 บาท เมื่อเทียบกับจำนวนผู้รับประทาน 10 คน นับว่าไม่แพงเลย ที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวนมากกว่า 10 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ก็เคยมารับประทานอาหารที่นี้ ซึ่งมีการลดราคาให้ตลอด หากมีการขอลดราคาหรือแจ้งงบประมาณ แต่สำหรับรายนี้ทางไกด์ไม่ได้แจ้งขอลดราคา จึงคิดราคาปกติ รวมทั้งราคาดังกล่าวได้เสนอไปยังไกด์ก่อนจะทำอาหารแล้วว่าทางร้านคิดราคาอย่างไร ซึ่งทางไกด์ไม่ได้ปฎิเสธ แต่ไม่ทราบว่า ทางไกด์ได้แจ้งไปยังลูกค้าหรือไม่ เนื่องจากตนไม่ได้แจ้งหรือพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง จึงไม่ทราบ แต่พอจะจ่ายเงินก็เกิดปัญหาขึ้น" นายสิทธิพร กล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่เกิดกับร้าน เพราะตนเปิดร้านมากว่า 30 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา เพราะไม่เคยหน้าเลือดคิดราคาแพงหรือขูดรีดลูกค้า มีแต่ให้ลูกค้ามาตลอด อย่างเช่น บางรายยังแจกผลไม้เพิ่มให้ ตั้งแต่เปิดมาครั้งนี้นับว่าเป็นเคสแรก และฝากไปถึงผู้โพสต์ว่า อย่าทำเลยพฤติกรรมแบบนี้ มีอะไรขอให้พูดจากันตรงๆ จะทำให้การท่องเที่ยวเสียหาย คนไทยหรือนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวจะไม่กล้ามาเที่ยว ทำให้ภูเก็ตเกิดความเสียหายในแง่ลบและตนต้องขอโทษผู้ประกอบการรายอื่นๆ รวมถึงคนภูเก็ตด้วยที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการเชิญทั้ง 3 ฝ่ายมาพูดคุยกันอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของทางผู้จัดการร้าน ยืนยันว่า คงไม่มีการแจ้งความใดๆ และขอให้เรื่องจบไป และอยากให้ผู้โพสต์ได้ลบโพสต์ดังกล่าว และชี้แจงรายละเอียดที่เกิดขึ้น เพื่อให้คนทั่วไปได้รับทราบด้วย

เรื่องโดย สาลินี ปราบ | ภาพโดย สาลินี ปราบ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend