ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

"ไก่ สมพล" เผยรสนิยมทางเพศกับความรักที่หลบซ่อนนาน 30 ปี

11.0K 21
ไก่ สมพล เผยรสนิยมทางเพศกับความรักที่หลบซ่อนนาน 30 ปี

'ไก่ สมพล' เปิดอกเล่าถึงรสนิยมทางเพศของตนเอง พร้อมเผย เส้นทางความรักกับแฟนหนุ่ม ความรักที่ต้องปิดบังไม่สามารถให้ใครรู้ได้นานร่วม 30 ปี ลั่นอยากให้มี การจดทะเบียนสมรสในเพศเดียวกัน

พิธีกรมากฝีมือและยังเป็นอดีตดีเจชื่อดังไก่ สมพล เปิดอกให้สัมภาษณ์ ถึงรสนิยมทางเพศเผยเส้นทางความรักที่ต้องปิดบังมาร่วม 30 ปี พร้อมทั้งเล่าถึงความรักที่ต้องแอบ ๆ ซ่อน ๆ แม้ที่ผ่านตนเองมาเคยคบผู้หญิงมาแล้ว

เกือบ 30 ปีในวงการเคลียร์กันชัด ๆ เลยว่า ไก่ สมพล ตอนอายุ 15 เคยคบผู้หญิง ?

ไก่ :เคยมีแฟนเป็นผู้หญิง มันก็เหมือนเด็กทั่วไปตอนนั้นอยู่ ม.3 เหมือนชวนเพื่อนไปเที่ยวผู้หญิงกัน

เรารู้ไหมตอนนั้น ?

ไก่ : รู้ รู้อยู่แล้วคนที่มันรู้ตัวเองมันไม่มีหรอกเพิ่งมารู้มันรู้มานานแล้วขึ้นอยู่กับว่าเราอยากจะให้มันเป็นในแบบนั้นมาก-น้อยแค่ไหนเด็กรุ่นนั้นก็เตะบอล ตีสนุ๊ก ตีหม้อ ทำหมด

เป็นหนุ่มจุฬาฯแล้วไปคบแฟนเป็นสาวธรรมศาสตร์ ?


ไก่ :ตอนมัธยมปลายมีแฟนเป็นผู้หญิง แฟนผู้หญิงคนแรกยังไม่ใช่สาวธรรมศาสตร์คนที่สองที่เป็นแฟนผู้หญิงก็ถือว่าเป็นคู่ควงเราไม่ได้มีอะไรลึกซึ้ง

คบกี่วันกับคนแรก?

ไก่ :คนแรกคบก็เป็นเดือนนะ อยู่ต่างจังหวัด คนแรกไม่ใช่สาวธรรมศาสตร์นะต้องนั่งรถไปหาเขาก็มีไปป๊ะป๊ะชึ่งกันนะ

แล้วถ้าพี่บอกว่าเกิดมาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นอย่างนี้ทำไมถึงลำบากขนาดนั้นนั่งรถไปหาเขา?

ไก่ :ก็ตอนนั้นเรายังไม่ได้อยากเป็นทางนี้มากไง คือต้องเข้าใจว่าเพศมันมีหลายเพศมีเพศแบบว่าเป็นกะเทยเลยก็มีคือแบบเป็นผู้หญิงเลย เราน่าจะอยู่ในประเภทของเกย์เกย์ชายหรือเกย์สาวก็ได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเป็นอยู่เรายังไม่อยากไปทางนี้อย่างที่บอก อยากจะมาทางนี้มากกว่าในตอนนั้น

แล้วธรรมศาสตร์มาเจอเมื่อไร?

ไก่ :ธรรมศาสตร์นี่สมัยมัธยมปลาย เรียนพิเศษแล้วเจอกัน ก็กุ๊กกิ๊กกันไปตามประสาวัยรุ่นตอนนั้นคบกันก็เกือบปีจนเข้ามหาวิทยาลัยก็แยกย้ายกันไปเพราะเค้าไปอยู่ธรรมศาสตร์เราอยู่จุฬาฯ

มันน่าจะเดินทางไปไม่ยากนะจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์?

ไก่ :คือพอเราไม่ได้รักเขาจริง ๆความรักนี่ใครที่บอกว่าไม่มีเวลาแปลว่าไม่ได้รักกันจริง ถ้าคุณรักกันจริงนะยังไงคุณก็อยากเจอไกลแค่ไหน เวลาน้อยแค่ไหนก็ต้องเจอ อันนั้นเป็นข้ออ้าง

.แต่สุดท้ายนี้ความรักกับสาวธรรมศาสตร์ก็ต้องเลิกไปเพราะหนุ่มศิลปกรรมจุฬาฯ ?ไก่ : พอเข้ามาปี 1 เป็นช่วงที่เรามีแฟนเป็นผู้ชายจริง ๆ เรากลัวมากกลัวคนรู้มาก สมัยนั้นคนจะล้อกัน ว้าย ! เป็นตุ๊ดเหรอ เป็นเกย์เหรอมันไม่เหมือนสมัยนี้ เป็นแล้วทำไมเหรอ

.แล้วยังไงต้องแอบคบ ๆซ่อน ๆ ?ไก่ :ก็ต้องแอบของเราอยู่ฝั่งนี้ เขาอยู่ฝั่งโน้น เราไปทำกิจกรรมเล่นละครแล้วเจอกันเขาเป็นพระเอก เราเป็นพ่อพระเอก ปรากฏว่าสุดท้ายพ่อพระเอกกับพระเอกได้กัน(หัวเราะ) ตอนเช้าเราก็มามหาวิทยาลัยด้วยกันบางวัน เขาก็จะลงป้ายรถเมล์ที่จุฬาฯก่อนตรงที่เป็นสระน้ำของเราจะลงเลยมาอีกป้ายหนึ่ง

.ความสัมพันธ์แบบนี้มันสนุกไหม?ไก่ :มันสนุกตอนที่เราอยู่กัน 2 คน (หัวเราะ) 2 คนมันสนุกแต่ถ้าอยู่หลายคนไม่สนุกเพราะเราต้องทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แล้วทำได้เนียนไหม ?

ไก่ : บางทีเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นแฟนกันนะคนก็เริ่มสงสัย เช่นจะมีพี่เข้ามาเทสต์เราเข้ามานัวเนียเราเพื่อจะอยากดูพฤติกรรมเราเราก็ทำเป็นเล่นด้วยเนียน ๆ ไป แต่ก็คบกันแป๊บเดียวไม่นานหรอก

แสดงว่าตอนนั้นที่บ้านไม่รู้?

ไก่ :เราว่าเขารู้เพียงแต่ว่าเขาจะพูดให้เราอึดอัดไหม หรือเราทำตัวยังไงให้เขารู้สึกว่าเราอย่าเป็นอย่างนี้ได้ไหมเราก็ไม่เคยทำอะไรให้เขารู้สึกไม่ดี แล้วเขาก็ไม่เคยทำอะไรให้เรารู้สึกอึดอัดเราเลยไม่ต้องพูดกันในเรื่องนี้ ถามว่าเขารู้ไหม เขารู้

สมัยก่อนสื่อสัมภาษณ์พี่เรื่องพวกนี้พี่ตอบยังไง ?

ไก่ : ก็ต้องเฉไฉไปแต่เราจะไม่โกหกหน้าตายว่าไม่เป็น เพราะมันพูดได้ไม่เต็มปาก ใช้คำว่าเฉไฉไปดีกว่า

แต่จริง ๆแล้วเนี่ยโลกเขารู้ว่าพี่เปิดตัวบนโลกออนไลน์ ?

ไก่ :พอเราเข้าวงการก็เริ่มเจอช่างหน้า ช่างผมแล้วเรารู้สึกว่าเราไม่อยากให้เขาพูดถึงเราในแง่แบบนี้ เช่น ว้าย !คนนั้นอ่ะเป็นเชื่อฉันสิ คนนี้เป็นแน่นอน เขาเป็นคุณแม่ เราเลยจะบอกช่างหน้าช่างผมตลอดว่าเราชอบแบบนี้นะ เพราะฉะนั้นเค้าจะได้ไม่เอาเราไปเมาท์แต่กับคนฟังหรือคุณผู้ชมเราไม่รู้จะพูดเพื่ออะไรแต่สิ่งที่เราแสดงออกเวลาเราเล่นมุกเวลาเห็นผู้ชาย จนบางคนก็ไม่รู้ว่าการแสวงหรือจริงแต่ถ้าถามคือทั้งสองอย่าง (หัวเราะ)

สเปกหนุ่มพี่ไก่เป็นยังไง?

ไก่ : ขาว ตี๋หน้าตาดี มีกล้าม มีซิกแพค

แต่นั่นคือสเปกแต่จริงๆ คือมีแฟนอยู่แล้ว ?

ไก่ : มี จริง ๆเรียกว่ากัลยาณมิตรดีกว่า อยู่ด้วยกันคบหากันมาปีนี้น่าจะเป็นปีที่ 30 แล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนเลย

คนเดียวเลยเหรอ ?

ไก่ :ถ้าในฐานะที่เขาเป็นแฟนนะ เหมือนชาย-ชาย ดูเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็ไปกินข้าว ดูหนังไปเที่ยวก็ตั้งแต่สมัยเราเรียนนิเทศฯปี 4

แล้วไปเจอกันได้ยังไง ?

ไก่ :สมัยก่อนเขาจะไปนัดเจอกันที่แมคโดนัลด์ ตึกซีพีแล้วหลังจากนั้นคนก็จะก็แยกกันไปเที่ยวซอย 2 ซอย 4ก็ไปเจอกันที่นั่น ก็ตามองตา

ทำไมคนนี้ดูยาวนานมีความพิเศษอะไร?

ไก่ :เพราะว่าผ่านชีวิตกันมาเยอะ แล้วก็เราไม่ใช่ครอบครัวรวย เขาไม่ใช่ครอบครัวรวยสมมติวันหนึ่งแม่ให้มาร้อยหนึ่ง เธอมีเท่าไร เธอมี 20 ฉันมีร้อยหนึ่ง เธอเอาไปอีก 40 จะได้มีเงินพอ ๆ กัน แบ่งกันใช้แบ่งกันกิน ลำบากมาด้วยกันที่คบกันนานมันมีนะเรื่องระหองระแหง แต่เรารักกันพอหรือเปล่าหมายความว่าเขาทำให้เรารักหรือเปล่าเพราะวันหนึ่งเขาทำให้เรารักสิ่งที่เขาทำไม่ดีหรือเราทำให้เขารักสิ่งที่เราทำไม่ดีมันก็จะเมตตากันให้อภัยกันเพราะเรารักกันและกันและเขาทำตัวให้เรารักด้วย

สิ่งดี ๆที่เขาทำให้เช่นอะไรบ้าง ความเสมอต้นเสมอปลายหรือการดูแล ?

ไก่ :ก็คือทุกอย่างเลย ดูแลด้วย เสมอต้นเสมอปลาย คุยได้ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนคุยเรื่องสุขเรื่องทุกข์ไปด้วยกัน

การที่ LGBT ไม่ว่าจะเป็นเกย์ ทอม ดี้หรืออะไรก็แล้วแต่จะคบกันได้ไม่นาน แต่ในเคสของพี่ไก่เกือบ 30 ปีแล้ว ?

ไก่ :มีหลายคู่ที่เป็นแบบนี้แต่เขาไม่ได้ออกมาคุย มันก็เรื่องปกตินะแต่ต้องยอมรับว่าเพศทางเลือกแบบพวกเราบางทีมันไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะด้วยความที่เป็นเพศเดียวกัน บางทีเรื่องการรับผิดชอบมันไม่มีไม่เหมือนชาย-หญิงบางทีเกิดตั้งท้องขึ้นมามันก็จะมีความคิดกันมากก่อนที่เราจะโป๊งโป๊งชึ่งกัน

มีอะไรจะแนะนำน้อง ๆรุ่นใหม่ที่กำลังคบกันอยู่ตอนนี้ไหมแล้วอยากจะให้ยืดแบบพี่ ?

ไก่ :เราก็เห็นหลายคู่นะที่เขารักกันดี ถ้าเรารักกันมันก็จะมีความเมตตาต่อกันมันก็จะมีความอภัยให้แก่กัน สิ่งที่เราอยากจะทำก็อยากจะทำดีให้กับเขาเขาก็อยากจะทำดีให้กับเรา สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เรารักกันนาน

การแต่งงานน่าจะเป็นปลายทางของหลายๆ คู่ที่อยากจะใช้ชีวิตในรูปแบบนี้ไปตลอดรอดฝั่ง ?

ไก่ :เวลาเห็นเค้าจัดงานแต่งงานแบบนี้เราดีใจจัง โลกเรามาถึงจุดตรงนี้แล้วแต่สำหรับเราพิธีไม่ได้สำคัญ แต่ที่อยากให้มีจริง ๆคือการจดทะเบียนสมรสในเพศเดียวกันได้ เพราะวันหนึ่งพ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่กับเราแล้วเราแก่เฒ่าไปไม่มีลูกหลาน สิ่งที่เราทำได้คือเราดูแลกัน เช่นถ้าเข้าโรงพยาบาลเราสามารถเซ็นให้หมอผ่าตัดเขาได้เลยไม่งั้นจะหาใครมาเซ็นให้ถ้าไม่ใช่คนที่สามารถรับผิดชอบให้กันได้นี่แหละสิ่งที่เราอยากให้มี

ถ้ามีอาจะจดไหม ?

ไก่ : จด เราอยากจด เพราะเราอยากดูแลกันในยามเจ็บป่วยได้เป็นปากเป็นเสียงให้กันได้

28 ปีทำไมไม่เปิดตัวให้ทุกคนรู้ ?

ไก่ : จริง ๆไม่ได้ปิดนะ ถ้าใครเข้าไปดูในไอจีก็จะเห็น เราไม่ได้ปิดบังเพียงแต่เราไม่ได้ออกมาป่าวประกาศก็คือใช้ชีวิตอย่างปกติ

แต่แฟนตัวจริงที่พูดถึง28 ปีไม่ใช่ผู้จัดการอาไก่ที่ชื่อคุณตี๋ใช่ไหม ?

ไก่ :เฮียตี๋จะโดนตลอดเลย จริง ๆ เขาเป็นน้อง จะเรียกว่าลูกก็ได้ ไม่ใช่ลูกธรรมดาด้วยเขาคือลูกสาว (หัวเราะ)

,.คุยเรื่องชีวิตคู่แล้วอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยรู้คือพี่ไก่ไม่ชอบการเป็นหนี้ เพราะอะไร ?ไก่ : ใช่เป็นคนปอดแหก กลัว ไม่กล้าลงทุน เป็นคนกลัวการเป็นหนี้เยอะ ๆถ้าเราเป็นหนี้เราก็จะทุกข์ เช่นถ้าช่วงโควิดเราจะเอาเงินที่ไหนผ่อนบ้านผ่อนรถเรากลัวตรงนั้น เพราะกลัวเราก็จะใช้ชีวิตระมัดระวังในการเป็นหนี้ใหญ่ ๆ เช่นถ้าเราจะเป็นหนี้ราคา 10 ล้าน20 ล้านแล้วเราต้องมาเป็นหนี้เราไม่เอาถ้าเราเป็นหนี้เล็ก ๆ อย่างเช่นซื้อรถ ล้าน 2 ล้าน 3 ล้านอันนี้ได้

อาไก่สร้างบ้านเพื่อให้อาอี๊ (คุณแม่) พี่สาว เพื่อมาดูแลคุณแม่ ครอบครัวของญาติ ๆ มาอยู่ด้วยอาไก่คิดให้สำหรับทุกคน ?

ไก่ : คล้าย ๆ เป็น LowRise อยู่กันคนละฟลอร์มันก็เลยค่อนข้างใช้เนื้อที่เยอะมันก็เลยต้องใช้เงินพอสมควรในการสร้างบ้าน

.แต่นั่นคือเงินสดที่เราจ่ายไปหมดแล้ว?ไก่ : ใช่ไม่ได้กู้เลย

อันนั้นเท่าไรที่อยู่ตอนนี้50 ล้าน ?

ไก่ : ก็หลายเหมือนกันประมาณแถว ๆ นั้น อย่าไปให้คุณค่าตัวเลขเลยแค่ว่าเรามีแรงทำมั้ย ถ้าไม่มีแรงก็อย่าไปทำ

หลังนี้ซื้อมาเพื่อให้คุณแม่อยู่ด้วยกันด้วยใช่ไหม?

ไก่ : ใช่ตอนที่ซื้อคุณแม่ประมาณ 80หน่อย ๆ แล้ว ยังเดินไหว บ้านเก่าของคุณแม่ก็จะสเต็ปขึ้นลงแต่พอบ้านนนี้เราต้องไม่มีสเต็ปแล้วจากห้องนอนไปห้องน้ำจากห้องน้ำไปห้องนั่งเล่นต้องไม่มีอะไรกั้น

จนตอนนี้ท่านป่วย ?

ไก่ : ตอนนี้แม่อายุ 90 แล้วติดเตียงมา 1 ปีกว่าแล้ว ก็ป่วยไปตามวัยชราทุกสิ่งทุกอย่างก็เสื่อมสภาพเขาก็เริ่มติดเตียงแต่ยังคุยรู้เรื่องสมองยังใช้ได้

พาคุณแม่เที่ยวจนหยุดเพราะติดเตียงเมื่อปีที่แล้วดูแลคุณแม่รักษาหมดไป 7หลัก ? ไก่ :ถ้าย้อนกลับไปเมือปี 47คุณแม่เป็นมะเร็งลำไส้ ค่ารักษาก็เป็น 7หลัก แต่เมื่อล่าสุดก็หลัก 6หลักแก่ ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจากรายการคุยแซ่บShow

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์