ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

สั่งจนท.เตรียมพร้อมขั้นสุดรับมือโควิดหวั่นระบาดซ้ำสอง

688 13
สั่งจนท.เตรียมพร้อมขั้นสุดรับมือโควิดหวั่นระบาดซ้ำสอง

"นายกรัฐมนตรี"สั่งการเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเกี่ยวข้องปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด-เคร่งครัด เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันโควิด-19 ระบาดระลอก 2 โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอม รวมทั้งปรับแผนการใช้ชีวิตให้กลับสู่ความปกติมากที่สุด

(29 มิถุนายน 2563) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่าจนถึงวันนี้ (29 มิ.ย.) รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม ในระยะที่ 4 แล้ว เพื่อแก้ไขบรรเทา ผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยนับตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. 2563

ทั้งนี้ สถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเป็น 0 มาเกิน 30 วันแล้ว อีกทั้ง ประเทศได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และในอาเซียน แต่ยังคงต้องเตรียมพร้อม ตั้งรับในกรณีที่อาจเกิดการแพร่ระบาดระลอกสองได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันเริ่มเปิดเรียน และจะมีการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมอีกหลายประเภท จึงขอให้ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังคงมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันดูแลส่วนการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 36 ผ่านระบบประชุมทางไกล ซึ่งประเทศเวียดนามเป็นประธาน โดยนายกฯ ได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนอาเซียนหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย 3 แนวทาง 1.ส่งเสริมอาเซียนให้เชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง พัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างกัน 2.สนับสนุนอาเซียนสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เน้นการบูรณาการทางเศรษฐกิจ และ 3. สร้างภูมิคุ้มกันอาเซียนในระยะยาว ทำแผนฟื้นฟูสร้างภูมิคุ้มกันแก่อาเซียน และเสนอหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ควบคู่กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน และให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม

นอกจากนี้ นายกฯยังกล่าวถึงการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการณ์ New Normal ซึ่งการทำงานของ ศบค. ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารราชการแบบ Normal โดยนายกฯ ได้ประกาศแนวทางการบริหารราชการแบบ New Normal เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่โอกาสหลังจากวิกฤติการณ์ 2019 พร้อมทั้งได้เชิญกลุ่มต่างๆ มาให้ข้อมูล รับฟังปัญหาความเดือดร้อน และนำความเห็นข้อเสนอแนะมาพิจารณาประกอบการ กำหนดมาตรการผ่อนปรนในระยะต่างๆ

"กิจการใดที่ยังมีความเสี่ยงยังไม่สามารถผ่อนปรนได้ก็ต้องหาทางช่วยเหลือเยียวยา สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจในความจำเป็นเกี่ยวกับการออกมาตรการของรัฐบาล รวมถึงพยายามสื่อสารชี้แจงให้สื่อมวลชน เข้าใจวิธีคิด วิธีบริหารสถานการณ์ของ ศบค. เหตุผล ความจำเป็นที่ต้องมีพระราชกำหนด เป็นเครื่องมือในการทำงาน"นางนฤมล กล่าวขณะเดียวกัน นายกฯได้ขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งราชการ ประชาชน ที่ร่วมมือกันอย่างแท้จริง จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เห็นผลการดำเนินการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ทุกประเทศต่างรอคอยความสำเร็จในการคิดค้นวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 รวมถึงผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนอาเซียน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาวัคซีน ซึ่งถือเป็นสินค้าเพื่อประโยชน์สาธารณะ

"โดยไทยได้บริจาคเงินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนกองทุนดังกล่าว ซึ่งนายกฯเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และขอให้บูรณาการการทำงาน ความร่วมมือ และระดมทรัพยากรทุกภาคส่วนของประเทศไทย ในการคิดค้นวัคซีนและยารักษาโรคอย่างจริงจัง หากร่วมมือร่วมใจกันอาจจะส่งผลให้การวิจัย และพัฒนาของไทยประสบผลสำเร็จเร็วขึ้น"โฆษกรัฐบาล ระบุ


นางนฤมล กล่าวต่อว่า นายกฯได้สั่งการต่อที่ประชุมว่า แม้สถานการณ์ในประเทศจะดีขึ้น ผ่านมาตรการควบคุมดูแลของรัฐบาล แต่ขอให้ทุกส่วนสร้างความเข้าใจกับประชาชน ว่าทั่วโลกยังมีปัญหาตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้ประชาชนเข้าใจเจตนาของรัฐบาล ที่ไม่ได้มีข้ออ้างในการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อวัตถุประสงค์อื่น มีเพียงความจำเป็นเพื่อการป้องกัน ควบคุมโรค ไม่ให้มีการแพร่ระบาดกลับเข้ามาใหม่ และขอให้กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ศปม. ร่วมมือกันอย่างจริงจังต่อไปส่วนการผ่อนคลายให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรนั้น ขอให้ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาจากเหตุผล ความจำเป็น ความเร่งด่วน และในส่วนของมาตรการผ่อนคลายเพื่อการท่องเที่ยว จะต้องพิจารณากันต่อไป ประกอบกับสั่งการให้ทุกฝ่ายร่วมกันเตรียมความพร้อมทุกระยะ ทั้งระบบการจัดการ ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่รัดกุม

ทั้งนี้ ในส่วนมาตรการ Work From Home ที่เริ่มผ่อนคลายลง ขอให้พิจารณาใช้มาตรการเหลื่อมเวลาให้เกิดประโยชน์ ควบคู่ไปกับดูแลเรื่องการเดินทางของประชาชนไม่ให้เกิดความแออัดในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และเพื่อยังคงประสิทธิภาพในการดำเนินสถานการณ์ในประเทศเช่นที่ผ่านมา

โฆษกฯ กล่าวด้วยว่า นายกฯยังได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเข้า-ออกประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดลำดับ แผนงาน และการกลั่นกรอง เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด โดยกระทรวงสาธารณสุขต้องเตรียมการรองรับตั้งแต่ต้นทาง จนถึงการเข้า State Quarantine ที่เข้มงวด รวมถึงนายกฯยังสั่งการเกี่ยวกับการนำเครื่องมือควบคุมอย่างจริงจังมาใช้ประโยชน์ โดยขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องควบคุมการใช้แพลตฟอร์ม "ไทยชนะ" อย่างจริงจัง เพื่อปลุกจิตสำนึกให้เป็นหน้าที่

นอกจากนี้ ต้องเตรียมเทคโนโลยี และแอพพลิเคชัน ติดตามตัวบุคคลในกรณีมีการพิจารณาเปิดการเดินทางเข้าออกประเทศ เพื่อธุรกิจ หรือการท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าเพื่อการควบคุมป้องกันในอนาคต

ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจนายกฯได้กำชับให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เร่งพิจารณากลั่นกรองแผนงาน หรือโครงการในการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม โดยให้คำนึงถึงการนำไปสู่เป้าหมายและทิศทางของประเทศไทยภายหลังวิกฤติโควิด-19 เพื่อใช้งบประมาณนี้ เสริมโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยภายหลังวิกฤติ เช่น การเป็น medical hub การเป็นแหล่งอาหารของโลก การท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษาด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม รายงานว่า ภายหลังการพิจารณาสถานการณ์เห็นควรเร่งรัดการผ่อนปรนให้นักธุรกิจ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และช่างเทคนิค สามารถเข้ามาดำเนินธุรกิจ และทำงานในประเทศไทยได้เป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยดำเนินควบคู่ไปกับมาตรการตรวจคัดกรองเชื้อ โดยนายกฯได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาหาแนวทางที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายต่อไป

สำหรับข้อเสนอมาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ 5นายกฯได้ให้แนวทางต่อการดำเนินการตามมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตได้ปกติ เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่กิจการ กิจกรรม ในระยะนี้มีความเสี่ยงสูง จึงขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องอธิบายสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ว่ามีความจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลโดยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเข้มงวด ต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ เป็นการดูแลประชาชน และควบคุมโรค

ทั้งนี้ เกี่ยวกับการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ อาจยังมีประชาชนที่ยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางเพื่อรับความร่วมมือต่อไป พร้อมย้ำว่าข้อมูลของประชาชนต้องเป็นความลับ และขอให้เจ้าหน้าที่เคร่งครัดในการดำเนินมาตรการ รวมทั้งให้กำหนดมาตรการลงโทษ หากเจ้าของกิจการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

ส่วนมาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรนายกฯสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการอย่างเข้มงวด และตรวจตราอย่างละเอียด โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาผ่อนคลายการใช้กฎหมาย เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ ผ่อนคลายบุคคลให้ผู้มีใบอนุญาตเดินทางเข้าราชอาณาจักรก่อนได้ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศดูแล คัดกรอง และกำหนดมาตรการ ดังนี้

1. การขยายกลุ่มชาวต่างชาติที่สามารถเดินทางเข้าไทย

2. การจัดทำความตกลงพิเศษ (Special Arrangement Arrangement)

3. แนวทางเร่งการดำเนินการให้นักธุรกิจต่างชาติภายใต้ข้อ 3(5) ของข้อกำหนดฯ

4. หลักเกณฑ์ในการรับรองการเดินทางของแขกของรัฐบาล

รวมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดูแลกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ อาทิ กลุ่มแรงงานข้ามชาติ กลุ่มธุรกิจด้านการส่งออก SME และธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทั่วโลก

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend