ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"นิพิฏฐ์"ฟ้องกกต.ฐานทุจริตต่อหน้าที่

787 9
นิพิฏฐ์ฟ้องกกต.ฐานทุจริตต่อหน้าที่

"รองหัวหน้าประชาธิปัตย์" ฟ้อง "ประธานกกต." และพวก 7 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบโดยทุจริต หลังพบเลือกตั้งไม่โปร่งใส แต่นิ่งเฉย เปรียบทำลายระบอบประชาธิปไตย หวั่นตกเป็นเครื่องมือการเมือง

(29 มิถุนายน 2563) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เปิดเผยว่า ส่วนตัวได้ยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวกรวม 7 คน ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในฐานความผิด เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบโดยทุจริต

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่าส่วนตัวยื่นร้องต่อศาลฯ ไป 4 ประเด็น คือ การซื้อเสียงที่ ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สืบเนื่องจากหลังเลือกตั้งเสร็จแล้ว ตนได้ไปพบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง เพราะมีหลักฐานการซื้อเสียง และได้สอบถามผู้ใหญ่บ้านจึงได้รู้ว่าเป็นญาติกัน แต่ต่อมาตนได้รับการติดต่อจากผู้หญิงในคลิป และยอมรับว่าทำจริงแต่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่

"หลังจากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวได้ไปให้การใหม่และบอกว่า ไม่ยืนยันคำให้การเดิมที่เคยให้การไว้ เงินนั้นไม่ใช่เงินที่เอาไปซื้อเสียง แต่เอาไปซื้อน้ำมันพืช และสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นคือ กกต. เชื่อว่า นำเงินไปซื้อน้ำมันพืชจริง จึงยกคำร้อง"รองหัวหน้าพรรค กล่าว


นอกจากนี้ อีกเรื่องเป็นการซื้อเสียงผ่านโทรศัพท์ แต่ตนโชคดีที่มีคนถ่ายคลิปมาได้เนื่องจากพบความผิดปกติ จึงได้ถ่ายรูปและอัดคลิปไว้ ต่อมา กกต.ยกฟ้อง เนื่องจากพยานไปให้การว่าตอนที่อัดคลิปดังกล่าวไม่ทราบว่าเป็นเงินอะไร พยานไม่ได้ยินเสียงที่พูดกันทั้งๆที่ตอนส่งคลิปมาให้ตนมันชัดเจน

อย่างไรก็ตาม รวมถึงข้อความและภาพในไลน์กลุ่ม "เพื่อนนายฉลอง" มีสมาชิกประมาณ 400 คน จะมีการถ่ายสำเนาบัตรประชาชน 35,000 ใบ แล้วก็ส่งเข้ากลุ่มนี้ ตนจึงร้องเรื่อง กำนันผู้ใหญ่บ้านไม่วางตัวเป็นกลางและยังมีบุคคลในกลุ่มไลน์ดังกล่าวเขียนข้อความว่า หากถูกจับในขณะซื้อเสียง ให้บอกไปว่า เป็นเงินซื้อเสียงของพรรคประชาธิปัตย์

"ผมจึงไปร้องว่าเป็นการใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเรื่องนี้น่าแปลกมาก เพราะ กกต.ลงโทษคนที่เขียนข้อความนี้ว่า เป็นการใส่ร้ายทำให้เสื่อมเสียคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ หากเป็นเช่นนี้ถือว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ กกต. ไม่จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ฉะนั้นถือว่า กกต. ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจนอกล้นไปจากขอบเขตของกฎหมาย ซึ่งสามารถลงโทษได้ว่า ปฏิบัติหน้าที่ผิดต่อกฎหมายโดยทุจริต"นายนิพิฏฐ์กล่าว

นอกจากนี้ ยังเป็นการบั่นทอนและทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หากปล่อยให้จำเลยปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะเป็นเครื่องมือของนักการเมืองทุจริต เข้าไปแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend