ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

รองโฆษก พปชร.ตอก"พิธา" จี้เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สวนทาง WHO

254 9
รองโฆษก พปชร.ตอกพิธา จี้เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สวนทาง WHO

"รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ"ตอก"หัวหน้าก้าวไกล"หลังเรียกร้องเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สวนทางความต้องการปชช.-องค์การอนามัยโลก ซัดแอบแฝงการเมืองหรือตามใบสั่งการเมืองของคณะใด

(24 มิถุนายน 2563) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กอ้างถึงความต้องการประชาชนให้รัฐบาลยกเลิกใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ รวมถึงการคงประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เป็นข้ออ้างของรัฐบาลเพื่อยื้อเวลาและสะท้อนการเสพติดอำนาจนั้น ถือเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ทั้งที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่นายพิธากลับอ้างประชาชน มาเร่งรัดจนน่าสงสัยว่าการเรียกร้องดังกล่าว มีผลประโยชน์ทางการเมืองใดแอบแฝงหรือไม่

ทั้งนี้ หรือเป็นการทำตามใบสั่งของกลุ่มคณะใด ที่ต้องการเคลื่อนไหว สร้างอีเวนต์ทางการเมือง เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง และความไม่สงบในประเทศช่วงเวลานี้ เพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ 119 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคทั่วประเทศ ได้ลงพื้นที่ช่วยประชาชนทั้งด้านปัจจัย 4 และการควบคุมการติดเชื้ออย่างจริงจัง

"เราได้รับฟังความคิดเห็นที่แท้จริงจากประชาชน ซึ่งไม่พบว่าได้รับความเดือดร้อนใดๆ จากการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ แต่จะได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิต จากมาตรการเพื่อควบคุมโรคที่ออกมาสอดคล้องกับสถานการณ์การติดเชื้อ ซึ่งประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างดี จนประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ติดอันดับต้นของโลก และได้รับความชื่นชมจากนานาประเทศ"น.ส.ทิพานันกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่างๆ ของประชาชนก็ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการเยียวยา รวมถึงที่รัฐบาลออกมา และเริ่มมีการผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครเดือดร้อนและต้องการให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เสียงเรียกร้องของนายพิธา จึงขัดแย้งกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชนหรือไม่


น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า นายพิธาควรหยุดใส่ร้ายรัฐบาลอย่างไม่มีหลักฐาน โดยเฉพาะรัฐบาลเสพติดอำนาจจึงต้องการคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯไว้ เพราะความเป็นจริง รัฐบาล ศบค. แพทย์ และทีมสาธารณสุข ได้ประชุมร่วมกันตลอด เพื่อนำ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ มาช่วยสร้างระบบบริหารจัดการเชิงบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสร้างมาตรฐานกลางด้านสาธารณสุข เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดทั่วประเทศ แม้สถานการณ์ในประเทศไทยจะดีขึ้นมาก ปลอดผู้ติดเชื้อในประเทศ 30 วัน แต่ก็ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง เพราะสถานการณ์ทั่วโลกยังไม่ได้ดีขึ้น เนื่องจากพบการระบาดใหม่ระลอก 2 หลายประเทศ

"จนองค์การอนามัยโลกแถลงเรียกร้องร้องให้ประเทศต่างๆ กลับมาเข้มงวดกับมาตรการต่อต้านโควิด-19 ดังนั้น การพิจารณามาตรการผ่อนคลายต่างๆ รวมถึงยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ต้องมีความเหมาะสมกับสถานการณ์และมาตรการควบคุมโรค ข้อเรียกร้องของนายพิธา จึงสวนทางกับองค์การอนามัยโลก หากมีการทำตามข้อเรียกร้องที่ไม่เหมาะสมของนายพิธา แล้วเกิดการแพร่ระบาดระลอก 2 นายพิธาก็คงไม่มารับผิดชอบ และไม่มีความรู้ความสามารถที่จะเยียวยาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น"น.ส.ทิพานันกล่าว

อย่างไรก็ดี นายพิธาควรหยุดเรียกร้องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยไม่ได้ลงพื้นที่ ฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนจริงๆ เพราะเมื่อติดกระดุมครบทุกเม็ดแล้ว ควรหยิบหน้ากากอนามัย ก้าวให้ไกลออกจากตัวบ้านเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน และฟังเสียงความต้องการที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาของสังคม ว่าการเรียกร้องดังกล่าวแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง หรือทำตามใบสั่งของกลุ่มคณะเคลื่อนไหวทางการเมืองใด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend