ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"หมอระวี"ยันไม่เคยหนุน"มงคลกิตติ์"นั่งเก้าอี้รมต.

268 9
หมอระวียันไม่เคยหนุนมงคลกิตติ์นั่งเก้าอี้รมต.

"เต้พระราม7" หน้าแตก ! "หมอระวี"ยันไม่เคยสนับสนุนนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี มั่นใจไม่ต้องมีตำแหน่งก็ทำประโยชน์ให้ประเทศและประชาชนได้ เชื่อ"บิ๊กตู่"เลือกครม.ยึดผลประโยชน์ชาติ

(20 มิถุนายน 2563) นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า การที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ออกมาประกาศว่ามี 9 เสียงสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรีนั้น ซึ่งส่วนตัวได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับพรรคต่างๆ อย่างน้อย 4 พรรค จากในกลุ่ม 11 พรรค คือ พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาภิวัฒน์ และพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่ใน 9 พรรค ที่นายมงคลกิตติ์ประกาศไว้ และไม่ทราบว่า 9 พรรคนี้ เป็นพรรคอะไรบ้าง 

ส่วนเรื่องของโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น โดยในส่วนของพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่มีความคิดที่จะไปต่อรองตำแหน่ง เพราะรู้ตัวดีว่ามีเพียงหนึ่งเสียง ซึ่งสิ่งที่จะทำ คือ ทำผลงานให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนให้ดีที่สุด ไม่มีความคิดที่จะไปต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับตัวเอง หรือให้กับพรรคพลังธรรมใหม่ 

ทั้งนี้ หากสมมุติว่านายกรัฐมนตรีมีการเปิดไฟเขียวว่าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้จะเป็นการปรับครั้งใหญ่ โดยใครที่สามารถรวบรวมเสียงของ ส.ส.ได้ 8-10 เสียง ก็อาจจะมีการพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีให้ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีไฟเขียวว่านายกฯ จะให้เป็นไปในรูปแบบดังกล่าว หากมีการเปิดไฟเขียวแบบนี้จริงๆ พรรคพลังธรรมใหม่หากจะสนับสนุนบุคคลใด จะต้องเลือกบุคคลที่คิดว่ามีความเหมาะสม และประชาชนยอมรับได้


สำหรับปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคแกนนำรัฐบาลนั้น เรื่องนี้ย่อมมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐอย่าง 100% ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่ว่าจะมากหรือน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วก็เป็นกฎเกณฑ์ปกติของทุกพรรค ที่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเจอว่าคนนี้ตัวจริง คนนี้ตัวไม่จริง ก็ต้องมีการปรับไป ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการปรับ

"ส่วนผลกระทบในแง่ลบนั้น เราจะเห็นว่าบทเรียนของพรรคพลังธรรมในอดีตเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ดูจากการที่พรรคพลังธรรมมีการปรับ ครม.ใหม่ทั้งหมด ครั้งนั้นส่งผลให้พรรคแตก และภายหลังจากนั้น 1-2 ปี พรรคพลังธรรมก็ทรุดและแตกแยกไปคนละทิศ นี่ถือเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่สำหรับพรรคพลังธรรมในอดีต และพรรครัฐบาลในอดีตหลายๆพรรค ที่ปรับ ครม.หลายๆครั้ง ในที่สุดก็กระเทือนจนเกิดปัญหา เพราะว่าการปรับนั้น ไม่ใช่แค่พรรคพลังประชารัฐเพียงอย่างเดียว แต่สุดท้ายมันจะต้องมีคำถามไปที่พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีเสียงต่างกันอยู่ 8 เสียง ควรจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีเท่ากันเหมือนเดิมหรือไม่"นพ.ระวี กล่าว 

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า รวมไปถึงพรรคชาติพัฒนา ที่มีแค่ 4 เสียง ยังจะสามารถได้โควตารัฐมนตรีอยู่หรือไม่ แม้กระทั่งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มีเพียงแค่ 5 เสียง ยังคงได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวงใหญ่อยู่อีกต่อไปหรือไม่ มันก็จะมีปัญหา แต่ว่าการปรับครั้งนี้ปัญหาอาจจะไม่มากก็ได้ อาจจะมีการแตกแยกเล็กๆ แต่ทุกคนก็อาจจะต้องยอมรับเมื่อมีการปรับออกมา แต่ถามว่ามีผลกระเทือนหรือไม่ หากใครบอกว่าไม่มีผลกระเทือนนั้นถือว่าโกหก แต่จะมีมากหรือน้อยไม่มีใครจะรู้ เพราะจะอยู่ที่ว่าการปรับออกมาอยู่ในรูปแบบใด

"แต่สำหรับประชาชนและพรรคพลังธรรมใหม่นั้น อยู่ที่ตัวบุคคลที่นายกฯเลือกมา ถ้าหากดี เช่น ทีมเศรษฐกิจดูเข้าท่า เป็นไปได้ แบบนี้ประชาชนก็จะได้ประโยชน์ และพรรคพลังธรรมใหม่ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเลือกมาแล้วไปไม่รอด เจอเสือสิงห์กระทิงแรด อย่างนี้ก็จะมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล แต่คิดว่านายกฯ คงพอจะทราบอยู่ และคิดว่าท่านก็คงจะมีจุดยืนของท่าน ว่าจะเลือกแล้วให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้อยากอีกระยะหนึ่ง หรือเป็นเพียงการแก้ปัญหาภายในเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงผลในระยะยาว ซึ่งตนคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเลือกเอาผลระยะยาวต่อประเทศชาติ" นพ.ระวี กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์