ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เรื่องจริงหรือแค่ทดลอง "ยกเลิกเคอร์ฟิว" อยู่ที่คนไทยทุกคน

329 50
เรื่องจริงหรือแค่ทดลอง ยกเลิกเคอร์ฟิว อยู่ที่คนไทยทุกคน

กระแสข่าวการเตรียมเปิดการคลายล็อคเฟส 4 ที่ลือกันมาหนาหูมาก ว่าในเบื้องต้นอาจแค่ทดลองยกเลิก เคอร์ฟิว 15 วันทั่วประเทศ แต่ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อสำรวจความพอใจประชาชน ว่ารับได้หรือไม่ ขณะที่กลุ่มธุรกิจ สนามมวย สถานบันเทิงยังคงต้องรอลุ้นผลการประชุมกันไปอีกสักระยะ

วันนี้ (10 มิ.ย. 2563) พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ส.ม.ช) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ระบุว่า การประชุมในวันนี้ จะมีการพิจารณามาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 ส่วนความเป็นไปได้ที่จะมีการผ่อนคลายกิจกรรมสนามมวย จะอยู่ในระยะที่ 4 ด้วยนั้นมีความเป็นไปได้ รวมถึงสถานบันเทิง และ 12 กิจการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องรอผลการประชุม เพราะในทุกกิจกรรมเป็นไปได้หมด ซึ่งต้องดูว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน

.

ในส่วนการผ่อนคลายเฟสที่ 4 จะครอบคลุมถึง การเปิดสนามบินระหว่างประเทศ เพื่อรองรับผู้โดยสารจากต่างประเทศหรือไม่ ทางพล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ส.ม.ช) ระบุว่า ระยะเวลาในการปิดสนามบิน จะยังคงไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ก่อน โดยหลังจากนี้ จึงค่อยมีการพิจารณาว่าจะมีมาตรการอย่างไรในลำดับต่อไป พล.อ.สมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า การจะขยายระยะเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือการยกเลิกหรือไม่นั้น จะมีการพิจารณากันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ในการหารือในวันนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติทั้งหมด เพราะต้องส่งเข้า ศบค.ชุดใหญ่อีกครั้งเพื่อพิจารณา

ซึ่งหากดูจากการแถลงข่าวล่าสุด ในวันนี้ (10 มิ.ย. 2563) โดยรับฟังข้อมูลจากนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) กล่าวถึงร่างการคลายล็อคเฟส 4 ในกลุ่มเสี่ยงสูงอย่าง"กลุ่มสีแดง" กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในเกณฑ์สูง ได้แก่ การผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ โดยโรงเรียน สถาบันการศึกษาประเภทนานาชาติ สถาบันกวดวิชา หน่วยงานราชการกำกับของรัฐ ให้อบรมสัมมนาในหลักสูตรฝึกอบรมในงานที่จัดขึ้น

ในส่วนการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มใน ภัตตาคาร ศูนย์อาหารโรงแรม ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มทั่วไป ไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ซึ่งการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถานที่ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด มีระเบียบและงดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้การควบคุมกำชับของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ห้องประชุม โรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า สถานที่จัดนิทรรศการ โรงมหรสพและโรงภาพยนตร์ จัดให้มีการประชุมอบรมสัมมนา คิดเกณฑ์ 4 ตารางเมตรต่อคน การจัดเลี้ยง งานอีเวนท์ เปิดตัวสินค้า ประกวดหรือแข่งขันกีฬาสี ให้มีการจัดระยะนั่งหรือยืนห่าง 1 เมตร และงานแสดงคอนเสิร์ตหรือดนตรี ให้มีการลดความหนาแน่นของประชาชน เกณฑ์ 5 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งจะต้องงดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เช่น ท้องฟ้าจำลอง กรณีเข้าชมเป็นกลุ่มแบ่งเป็นกลุ่มเล็ก ให้เข้าชมเป็นรอบ ด้านการขนส่งสาธารณะทุกประเภท เช่น รถโดยสารประจำทาง รถปรับอากาศรถตู้ระหว่างจังหวัด รถไฟ หรือเครื่องบินอาจให้ผู้โดยสารนั่งติดกันได้ 2 ที่นั่ง เว้น 1 ที่นั่ง โดยจำกัดจำนวนไม่เกิน 70% ของความจุของผู้โดยสารตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

สำหรับกิจการถ่ายภาพยนตร์และวีดีทัศน์ รายการโทรทัศน์ หรือกองถ่ายทำรวมทุกแผนกต้องไม่เกิน 150 คน มีผู้เข้าชมได้ไม่เกิน 50 คน และสวนสนุก สนามเด็กเล่น สวนน้ำ สระว่ายน้ำ สาธารณะ โดยสวนน้ำและสระว่ายน้ำสาธารณะ คิดเกณฑ์ 8 ตารางเมตร ต่อผู้ใช้บริการ 1 คน ซึ่งกรณีสวนสนุกหรือสนามเด็กเล่น งดให้บริการเครื่องเล่นที่มีผิวสัมผัสมาก เช่น บ้านบอล และให้มีการอบรมพนักงาน Life guard เพื่อคอยกำกับดูแล ตรวจตราและให้คำแนะนะผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ชาวไทยทุกคนยังคงจะต้องปฎิบัติตามหลักการลงทะเบียนโดยใช้ "แพลตฟอร์มไทยชนะ" ก่อนการทำกิจการหรือกิจกรรมทุกครั้ง เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ร่างคลายล็อคเฟส 4 ยังคงต้องรอผลสรุป จากที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ กันอีกครั้ง ซึ่งจากรายงานข่าวแจ้งว่า ข้อสรุปของการประชุม สมช. นั้น จะนำเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พิจารณาในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ อีกครั้ง

"ด้านที่พิจารณาอยู่ขณะนี้คือทางกฎหมาย แต่ต้องฟังทางด้านสาธารณสุขและแพทย์ด้วย นักกฎหมายก็ดี ใครก็ดี ไปตัดสินไม่ได้ ต้องฟังคณะแพทย์" นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นเกี่ยวกับวาระการประชุมดังกล่าว

สำหรับเหตุผลสำคัญๆ ที่ทาง สมช. เสนอให้ ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน แต่ ยกเลิกเคอร์ฟิว และ ไม่ห้ามการชุมนุม ควบคู่ไปกับการปลดล็อคเฟส 4 ก็เพื่อทำให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้ หรือเพื่อหวังผลทางการเมือง แต่เป็นเพราะเหตุผลจำเป็น 3 ข้อสำคัญๆ ดังนี้คือ1. จำเป็นต้องใช้อำนาจในการ สั่งให้ กักตัว 14 วัน ทั้ง คนไทย และต่างประเทศ ที่จะกลับจากต่างประเทศ ใน alternative state Quarantine2. พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังให้อำนาจในการปิดน่านฟ้า และการไม่อนุญาตให้ สายการบินนำเครื่องบินมาลงจอด เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากสายการบินต่างๆ3. กำลังเข้าสู่ช่วงเปิดเทอมของทุกโรงเรียน เพื่อความปลอดภัย จึงจะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมเอาไว้ก่อน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังได้อธิบายถึง การยกเลิกเคอร์ฟิว และการปลดล็อคเฟส 4 แต่ไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น แม้จะยังไม่ได้ข้อยุติ ชัดเจนก็ตาม แต่เครื่องมือควบคุมในแง่ของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นกฎหมายปกติที่ประกาศใช้กัน ข้อกังวลเรื่องช่องโหว่และช่องว่างก็เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ และแก้ปัญหาต่อไป


จ่อ "ยกเลิกเคอร์ฟิว" 15 มิ.ย.นี้ รับสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ทาง"วิษณุ"ย้ำชัดฟังหมอ หากจำเป็นก็ประกาศใหม่ได้

หลังจากมีกระแสข่าว อาจจะยกเลิกเคอร์ฟิว จากหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่าง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ประเมิน การยกเลิกข้อห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานทั่วราชอาณาจักร ระหว่างเวลา หรือ เคอร์ฟิว 23.00-04.00 น. โดยมีความเห็นควรให้ยกเลิกเคอร์ฟิวในวันที่จันทร์ที่ 15 มิถุนายนนี้ ก่อนจะถึงการปลดล็อคเฟส 4 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดีขึ้นมาก และไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกันมากว่า 16 วันแล้ว

เรื่องราวทั้งหมดนี้ ดูจะเป็นทั้งความหวังและเส้นทางโอกาสที่ใครหลายๆ คนเฝ้ารอนาทีนี้ เนื่องจากคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความอึดอัดไม่คล่องตัวจากสภาวะเคอร์ฟิว และมาตรการควบคุมต่างๆ ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากมีการยกเลิกเคอร์ฟิว รวมทั้งปลดล็อคเฟส 4 นั่นก็เท่ากับว่า หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างในการใช้ชีวิตก็น่าจะกลับมาใกล้เคียงชีวิตในวันปกติอีกครั้ง หรือเราทุกคนในวันนี้ อาจจะคุ้นเคยหรือปรับเปลี่ยนไปใช้ชีวิตรูปแบบใหม่แบบ New Normal ที่โควิด-19 ได้สอนให้เราทุกคนได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่รู้จักตนเองและระวัดระวังหลายๆสิ่ง ใส่ใจชีวิตและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหากดูจากการแถลงข่าวล่าสุด ในวันนี้ (10 มิ.ย. 2563) โดยรับฟังข้อมูลจากนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) กล่าวถึงร่างการคลายล็อคเฟส 4 ในกลุ่มเสี่ยงสูงอย่าง"กลุ่มสีแดง" กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในเกณฑ์สูง ได้แก่ การผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ โดยโรงเรียน สถาบันการศึกษาประเภทนานาชาติ สถาบันกวดวิชา หน่วยงานราชการกำกับของรัฐ ให้อบรมสัมมนาในหลักสูตรฝึกอบรมในงานที่จัดขึ้น

ในส่วนการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มใน ภัตตาคาร ศูนย์อาหารโรงแรม ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มทั่วไป ไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ซึ่งการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถานที่ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด มีระเบียบและงดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้การควบคุมกำชับของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ห้องประชุม โรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า สถานที่จัดนิทรรศการ โรงมหรสพและโรงภาพยนตร์ จัดให้มีการประชุมอบรมสัมมนา คิดเกณฑ์ 4 ตารางเมตรต่อคน การจัดเลี้ยง งานอีเวนท์ เปิดตัวสินค้า ประกวดหรือแข่งขันกีฬาสี ให้มีการจัดระยะนั่งหรือยืนห่าง 1 เมตร และงานแสดงคอนเสิร์ตหรือดนตรี ให้มีการลดความหนาแน่นของประชาชน เกณฑ์ 5 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งจะต้องงดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เช่น ท้องฟ้าจำลอง กรณีเข้าชมเป็นกลุ่มแบ่งเป็นกลุ่มเล็ก ให้เข้าชมเป็นรอบ ด้านการขนส่งสาธารณะทุกประเภท เช่น รถโดยสารประจำทาง รถปรับอากาศรถตู้ระหว่างจังหวัด รถไฟ หรือเครื่องบินอาจให้ผู้โดยสารนั่งติดกันได้ 2 ที่นั่ง เว้น 1 ที่นั่ง โดยจำกัดจำนวนไม่เกิน 70% ของความจุของผู้โดยสารตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

สำหรับกิจการถ่ายภาพยนตร์และวีดีทัศน์ รายการโทรทัศน์ หรือกองถ่ายทำรวมทุกแผนกต้องไม่เกิน 150 คน มีผู้เข้าชมได้ไม่เกิน 50 คน และสวนสนุก สนามเด็กเล่น สวนน้ำ สระว่ายน้ำ สาธารณะ โดยสวนน้ำและสระว่ายน้ำสาธารณะ คิดเกณฑ์ 8 ตารางเมตร ต่อผู้ใช้บริการ 1 คน ซึ่งกรณีสวนสนุกหรือสนามเด็กเล่น งดให้บริการเครื่องเล่นที่มีผิวสัมผัสมาก เช่น บ้านบอล และให้มีการอบรมพนักงาน Life guard เพื่อคอยกำกับดูแล ตรวจตราและให้คำแนะนะผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ชาวไทยทุกคนยังคงจะต้องปฎิบัติตามหลักการลงทะเบียนโดยใช้ "แพลตฟอร์มไทยชนะ" ก่อนการทำกิจการหรือกิจกรรมทุกครั้ง เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ร่างคลายล็อคเฟส 4 ยังคงต้องรอผลสรุป จากที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ กันอีกครั้ง ซึ่งจากรายงานข่าวแจ้งว่า ข้อสรุปของการประชุม สมช. นั้น จะนำเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พิจารณาในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ อีกครั้ง

"ด้านที่พิจารณาอยู่ขณะนี้คือทางกฎหมาย แต่ต้องฟังทางด้านสาธารณสุขและแพทย์ด้วย นักกฎหมายก็ดี ใครก็ดี ไปตัดสินไม่ได้ ต้องฟังคณะแพทย์" นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นเกี่ยวกับวาระการประชุมดังกล่าว

สำหรับเหตุผลสำคัญๆ ที่ทาง สมช. เสนอให้ ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน แต่ ยกเลิกเคอร์ฟิว และ ไม่ห้ามการชุมนุม ควบคู่ไปกับการปลดล็อคเฟส 4 ก็เพื่อทำให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้ หรือเพื่อหวังผลทางการเมือง แต่เป็นเพราะเหตุผลจำเป็น 3 ข้อสำคัญๆ ดังนี้คือ1. จำเป็นต้องใช้อำนาจในการ สั่งให้ กักตัว 14 วัน ทั้ง คนไทย และต่างประเทศ ที่จะกลับจากต่างประเทศ ใน alternative state Quarantine2. พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังให้อำนาจในการปิดน่านฟ้า และการไม่อนุญาตให้ สายการบินนำเครื่องบินมาลงจอด เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากสายการบินต่างๆ3. กำลังเข้าสู่ช่วงเปิดเทอมของทุกโรงเรียน เพื่อความปลอดภัย จึงจะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมเอาไว้ก่อน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังได้อธิบายถึง การยกเลิกเคอร์ฟิว และการปลดล็อคเฟส 4 แต่ไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น แม้จะยังไม่ได้ข้อยุติ ชัดเจนก็ตาม แต่เครื่องมือควบคุมในแง่ของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นกฎหมายปกติที่ประกาศใช้กัน ข้อกังวลเรื่องช่องโหว่และช่องว่างก็เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ และแก้ปัญหาต่อไป

ส่วนกฎหมายพิเศษอื่นๆ ที่สามารถรองรับสถานการณ์เช่นนี้ที่ไม่ได้ถูกนำขึ้นมาใช้ก็คือ กฎอัยการศึก และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่จะใช้ในเหตุที่จะประกาศไม่ใช่โรคระบาด เป็นเรื่องความมั่นคง รักษาความสงบเรียบร้อยในราชอาณาจักร ส่วนกฎหมายพิเศษที่เบากว่านี้ไม่มี จะก็มีแต่กฎหมายปกติคือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ

นั่นก็หมายความว่า ต้องรอลุ้นกันว่าในเช้าของวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายนนี้ ประเทศไทยของเรา จะกลับคืนสู่ภาวะ (ทดลอง) ปกติ ด้วยการยกเลิกเคอร์ฟิว ควบคู่ไปกับมาตรการ ปลดล็อคเฟส 4 ที่เราทุกคน ย้ำ เราทุกคน และคนไทยทุกคน จะได้รู้กันว่า สังคมไทย ประเทศไทยที่รักของเรา ที่สำคัญคนไทยทุกคน พร้อมรับมือกับ New Normal ในครั้งนี้มากน้อยขนาดไหน#เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน #ประเทศไทยต้องชนะโควิด19

เรื่องนี้คงต้องขอฝากไว้ในหัวใจคนไทยทุกคน ที่จะต้องเอาคำว่า "ร่วมมือร่วมใจและรับผิดชอบต่อสังคมไทย" มาใช้ในการกอบกู้วิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกันทั้งประเทศไทย เพื่อเราทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย เพื่อ #ประเทศไทยจะต้องชนะโควิด19 อย่างจริงจัง ต้องติดตามอย่างที่เกริ่นไว้ "เรื่องจริงหรือแค่ทดลองยกเลิกเคอร์ฟิว" อยู่ที่คนไทยทุกคน

เรื่องโดย ธีระวัฒน์ ประกอบบุญ | ภาพโดย ์NationTV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend