ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

ตม.1 รวบแก๊งแอฟริกัน ตุ๋นเงิน280ล้าน

365 6

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.1 แถลงรวบขบวนการเครือข่าย Call Center ชาวแอฟริกัน หลอกตุ๋นเงินเหยื่อร่วมลงทุน ผ่านบัญชีออนไลน์ ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนกว่า 280 ล้านบาท

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัย หรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวไทย และชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด


สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. แถลงผลการจับกุมดังนี้ กก.สส.บก.ตม.1 แถลงผลการจับกุมขบวนการเครือข่าย Call Center ชาวแอฟริกัน นำโดย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 , พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 , พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.ฯ ปรก.ผกก.สส.บก.ตม.1 สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนากร นิ่มมะโน รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ โรจนวานิชกิจ และ พ.ต.ต.ธงค์ โตอนันต์ สว.กก.สส.บก.ตม.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่2 กก.สส.บก.ตม.1 ทำการสืบสวนข้อมูล และขยายผลเกี่ยวกับการกระทำความผิดของคนต่างด้าวสัญชาติ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลสัญชาติแอฟริกันที่เดินทางเข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมักจะมีพฤติการณ์ใช้สื่อโซเชียลหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทยด้วยวิธีการต่างๆ เช่นหลอกให้ลงทุน หรือหลอกลวงว่าจะมาใช้ชีวิตร่วมกัน โดยส่งทรัพย์สินราคาแพงมาให้และให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อรับทรัพย์สินดังกล่าว ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ และสูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาท

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในลักษณะนี้จากทั่วประเทศ พร้อมกับทำการสืบสวน และเฝ้าติดตามบัญชีธนาคารต้องสงสัย ซึ่งผู้เสียหายได้มีการโอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ขออนุมัติออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการจำนวน 4 ราย เป็นหญิงไทย 1 รายและคนสัญชาติไนจีเรียอีก 3 ราย โดย 1 ใน 3 รายได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปก่อนหน้าที่จะออกหมายจับแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ดำเนินการสืบสวนขยายผล และติดตามผู้เสียหายเพิ่มเติม โดยมีผู้เสียหายจำนวนหลายราย และมีรายหนึ่งสูญเงินไปกว่า 14,000,000 บาท โดยเหตุเกิดที่จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ประสานงานให้ผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้เสียหายแจ้งความเอาไว้แล้วที่ สน.วังทองหลาง, สภ.เมืองภูเก็ต, สภ.ดอนหว่าน ภ.จว.มหาสารคาม และ สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชีของกลุ่มเครือข่ายนี้พบว่า ในภายระยะเวลา 1 ปี มีเงินหมุนเวียนกว่า 280 ล้านบาท

ทั้งนี้ สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ เว็บไซต์ www.immigration.go.th

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์