ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

หายนะแน่!พท.ชี้ต้องตั้งกมธ.สอบใช้เงินกู้แก้โควิดหวั่นทุจริต

351 53
หายนะแน่!พท.ชี้ต้องตั้งกมธ.สอบใช้เงินกู้แก้โควิดหวั่นทุจริต

"เพื่อไทย"ฟันธงเกิดหายนะแน่หากไม่ตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท หวั่นพบทุจริต เนื่องจากนายกฯมีอำนาจดำเนินการเพียงคนเดียว เตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขพ.ร.ก. เพื่อรายงานต่อสภาฯทุก 15 วัน หรือ 1 เดือน

(2 มิถุนายน 2563) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการเสนอ พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ รวมถึงการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2563 โดยยอมรับว่า พรรคมีความไม่สบายใจ อยากให้รัฐบาลนึกถึงความยากลำบากของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ต้องละความเห็นแก่ตัวลง ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล หรือประโยชน์ของพรรคการเมือง

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นช่องโหว่ของ พ.ร.ก. 3 ฉบับ และ พ.ร.บ.ที่กำลังจะเข้าที่ประชุมและมองเห็นหายนะด้านเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง ซึ่งกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พูดว่าไม่เก่งเศรษฐกิจ แต่มีความจริงใจ ซึ่งตนเห็นด้วยที่นายกฯ ไม่เก่งเศรษฐกิจจริงๆ ส่วนเรื่องความจริงใจ ตนมองไม่เห็น ทั้งเรื่องการนำเสนอ พ.ร.ก.3 ฉบับ และการบริหารเศษรฐกิจที่ผ่านมา

"สิ่งที่พรรคเพื่อไทยอภิปราย เน้นเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ว่าต้องทำ แต่สิ่งที่คัดค้าน คือ ในรายละเอียดไม่มีความชัดเจน ว่าเงินที่ใช้ลงไป จะได้เยียวยาฟื้นฟู และพัฒนาเศษฐกิจจริง และการใช้เงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ใช้เงินอย่างไม่โปร่งใสดังนั้น ต้องการจะแก้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ให้ตรวจสอบได้ โดยการตั้งกรรมาธิการ และรายงานงบประมาณทุกๆ 3 เดือน เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ที่ช่วยให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบให้เงินไม่รั่วไหล"ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าว


ส่วนพ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2563 นั้น พรรคเพื่อไทยเสนอว่าควรตัดงบปี 63-64 ก่อน แล้วค่อยไปกู้เงิน แต่รัฐบาลแสดงความไม่จริงใจ โดยการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน ก่อน แล้วจึงพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบฯ นอกจากนี้ การตัดงบประมาณก็ไม่จริงใจ เพราะแต่ละหน่วยงานตัดน้อยมาก และมีการอ้างว่ากู้เพื่อช่วยโควิด-19 แต่การตัดงบประมาณนี้กลับนำไปไว้ในงบกลาง ที่นายกฯมีอำนาจเพียงคนเดียวในการใช้ จึงจำเป็นต้องอภิปรายและเสนอให้มีการตรวจสอบ

ขณะที่ นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านนโยบายและแผนงาน กล่าวว่า การทำงานหลังจากผ่านการอภิปรายพ.ร.ก.3 ฉบับ โดยต้องขอชื่นชม ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย ที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ และไม่ต้องการให้นายกฯอ้างว่า การชนะโควิด -19 ได้ คือ มีผู้ป่วยน้อยมากเป็นผลงานของตนเอง เพราะจริงๆแล้วเป็นผลงานของทุกคนโดยเฉพาะประชาชนคนไทย


อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาวิสัยทัศน์ของรัฐบาลแทนที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความหวังให้กำลังใจประชาชน กลับสร้างความหวาดกลัวกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งประชาชนเสียสละมาก และไม่มั่นใจในอนาคตว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร อีกทั้ง การใช้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ยังไม่มีความชัดเจน ขาดเป้าหมายและตัวชี้วัด รวมถึงการตรวจสอบที่ยากมากๆ ดังนั้น อาจเกิดทุจริตคอรัปชั่นในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีความชอบมาพากลแฝงตั้งแต่แรก จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด

"เราต้องการผลักดันให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบการใช้เงิน และเตรียมร่างกฎหมายพ.ร.บ.แก้ไขพ.ร.ก.เพื่อให้มีการรายงานการทำงานของรัฐบาลทุกๆ 3 เดือน ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะต้องรายงานการใช้เงินทั้งหมด ทุกๆ 15 วันหรือ 1 เดือน รวมถึงพลักดันให้มีกฎหมาย สภา SMEs ขึ้น เพื่อสร้างมาตราฐานร่วมกันในกลุ่มเอสเอ็มอี"นายโภคิน กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend