ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

"ทรัมป์"ขู่ส่งทหารจัดการผู้ประท้วง-จวกผู้ว่าการรัฐอ่อนแอ

3.5K 87
ทรัมป์ขู่ส่งทหารจัดการผู้ประท้วง-จวกผู้ว่าการรัฐอ่อนแอ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่ส่งทหารจัดการกลุ่มผู้ประท้วงที่ก่อความไม่สงบทั่วประเทศ พร้อมตำหนิบรรดาผู้ว่าการรัฐว่าอ่อนแอเกินไปในการรับมือเรื่องนี้

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวกับผู้ว่าการรัฐทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ถึงการรับมือเหตุประท้วงรุนแรงที่ลุกลามกลายเป็นจลาจลทั่วประเทศ โดยบอกว่า ตนเองได้สั่งระดมทรัพยากรทั้งจากรัฐบาลกลางและท้องถิ่น รวมถึงกองทัพ เพื่อปกป้องสิทธิของชาวอเมริกันที่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมแนะนำให้ผู้ว่าการรัฐทุกคน สั่งกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) เข้าประจำการเพื่อควบคุมสถานการณ์


ผู้นำสหรัฐย้ำว่า การจลาจลที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของบรรดาผู้รับผิดชอบในแต่ละรัฐ นายกเทศมนตรีและผู้ว่าการรัฐต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งกว่านี้ และต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น จนกว่าความรุนแรงจะสงบลง โดยหากรัฐหรือเมืองต่าง ๆ ล้มเหลวในการควบคุมกลุ่มผู้ประท้วง เขาจะเป็นผู้สั่งการให้กองกำลังทหารเข้าไปจัดการเอง

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐยังประกาศใช้มาตรการอีกหลายอย่างเพื่อปกป้องกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทั้งการส่งทหารและตำรวจหลายพันนาย ไปยุติการก่อจลาจล การทำลายทรัพย์สิน และการปล้นร้านค้า พร้อมบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวอย่างเข้มงวดในเมืองหลวงแห่งนี้

หลังจากที่ผู้นำสหรัฐประกาศเตรียมใช้กองกำลังทหารเข้าจัดการผู้ชุมนุม เออร์เนสต์ โคเวอร์สัน ผู้จัดการรณรงค์ยุติความรุนแรงจากอาวุธปืน "แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐอเมริกา" ก็ออกมาตอบโต้ทันที โดยชี้ว่าเป็นการ "เหยียบย่ำสิทธิในการชุมนุม

"ความรุนแรงที่ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของคนผิวดำที่เกิดจากการกระทำโดยตำรวจ เรื่องน่าอับอายที่แท้จริงคือการเหยียดสีผิวภายใต้การปกครองของทรัมป์ เพราะประธานาธิบดีได้ให้สัญญากับประเทศชาติว่าจะปกป้องประชาชนทั้งหมด ไม่ใช่แค่คนที่เขาเห็นว่ามีคุณค่า"

"เวลาแห่งความยุติธรรมได้ผ่านไปแล้วสำหรับ จอร์จ ฟลอยด์ ลูกของเขา และคนที่เขารัก ความยุติธรรมถูกพรากไปในวันที่เขาถูกสังหาร แต่สิ่งที่ยังคงต้องเหลืออยู่ก็คือความรับผิดชอบ - และความรับผิดชอบได้หายไปจากการบริหารที่ก่อให้เกิดไฟแห่งความเกลียดชัง"

"ผู้คนโกรธ ผู้คนหมดเรี่ยวแรง พวกเขามีสิทธิที่จะชุมนุมประท้วงอย่างสงบ - ทุกคนล้วนมีสิทธินั้น สิทธิที่จะลงไปอยู่บนท้องถนนและเรียกร้องความยุติธรรม และการปฏิรูปอย่างรอบด้านของตำรวจจะต้องไม่ยุติลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม"

"ตำรวจต้องไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการคุกคามชุมชนของเราอีกต่อไป กฎหมายมีไว้เพื่อประชาชนทุกคน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะถูกบังคับใช้สำหรับบางคนเท่านั้น ชีวิตคนผิวดำมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็น คนข้ามเพศ ผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาที่ลี้ภัย ทั้งหมดล้วนมีความหมาย การใช้กำลังทหารเพื่อตอบสนองต่อการปฏิวัติอย่างสันตินั้นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่รัฐบาลได้ดำเนินการ แต่สิ่งที่ขาดไปคือความพยายามในทางกฎหมาย ที่จะเปลี่ยนระบบที่ไม่ยุติธรรมสำหรับคนผิวดำและยังกดขี่พวกเขาโดยตรง"

"ระบบตำรวจของสหรัฐอเมริกาได้รับความเสียหาย และจำเป็นต้องมีการปฏิรูปอย่างเป็นระบบเพื่อขจัดแนวคิดเหยียดเชื้อชาติ และต้องเปลี่ยนแนวทางการบังคับใช้กฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างถอนรากถอนโคน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้มีการปฏิรูปหลายประการ รวมถึงกฎหมาย PEACE Act เพื่อจำกัดการใช้กำลังจนถึงแก่ความตายซึ่งควรใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น เมื่อมีการปฏิรูปเกิดขึ้น มันจึงจะส่งผลต่อชีวิตของของผิวดำ ว่าชีวิตของพวกเขามีความสำคัญ และชุมชนคนผิวดำของเราสามารถมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย ได้รับความยุติธรรม และมีเสรีภาพ"

PLAYLIST : จลาจล "สหรัฐ" ทรัมป์จะทำอย่างไร ?

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend