ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

เรือเหล็กสะท้าน!ได้เวลา"บิ๊กตู่"อุดรอยร้าวก่อน"พปชร."แตก

906 6
เรือเหล็กสะท้าน!ได้เวลาบิ๊กตู่อุดรอยร้าวก่อนพปชร.แตก

สปอร์ตไลต์การเมืองเวลานี้ต้องหันมาสาดส่องและโฟกัสมายัง "พรรคพลังประชารัฐ" หลังปรากฏข่าวใหญ่สำคัญ จากกรณีที่ 18 คณะกรรมการบริหาร ได้ประกาศลาออกแบบยกแพ็ค

ปัญหารอยร้าวภายในพลังประชารัฐดูเหมือนมีท่าทีไม่จบง่ายๆ แม้การออกโรงของ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคทุกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ อาจสยบให้ทุกอย่างสงบ


แต่เมื่อเอาเข้าจริงกระแสคลื่นใต้น้ำ ก็ยังคงก่อตัวเงียบๆ รอเพียงเวลาดูดให้เรือเหล็กพลังประชารัฐไปไม่ตรงทิศ หรือห่างไกลออกฝั่งไปทุกขณะ เห็ชัดคล้อยหลังจบจากการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อใช้เยียวยา และแก้ไขเศรษฐกิจ จากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ได้เพียง 1 วัน

ก็ปรากฏข่าวการลาออกมาของกรรมการบริหารพรรคทันที ทำให้สะท้อนรอยร้าวที่หยั่งลึกและยิ่งเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อกับข่าวปรากฏตลอดเวลาที่ผ่านมา ว่าเหล่าสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ต่างส่งเสียงอยากให้เปลี่ยนตัว "อุตตม สาวนายน" หัวหน้า และ "สนธิรัตน์ สินธิจิรวงศ์" เลขาธิการฯ

เนื่องด้วยบุคคลทั้งสองไม่อยู่ในสถานะผู้แทนราษฎร แต่กลับมีบทบาททำหน้าที่คุมพรรคการเมือง ซึ่งรวมไปด้วย เสือ สิงห์ กระทิง ยักษ์ อีกทั้ง ยังควบเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ อย่างคลังและพลังงาน และเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหญ่ออก จากนี้เหลือเพียงรอเวลาวัดพลังแต่ละกลุ่มก๊วน ที่ต้องการก้าวเข้าสู่อำนาจภายในพรรครวมถึงรัฐบาล

ซึ่งอย่าลืมว่าก่อนหน้าก่อร่างสร้างรัฐบาล ระดับแกนนำพรรคหลายรายต่างต้องผิดหวัง พลาดเป้ากับเก้าอี้สำคัญๆ จากการทุบโต๊ะของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ออกมาให้สัญญาประชาคมว่าจะจัดการกับเรื่องดังกล่าว

เห็นจากตลอดช่วงจัดโฉมหน้า ครม. มักมีข่าวเล็ดลอดที่แกนนำพรรคต่างเดินสายกดดันต่อรองตำแหน่ง โดยเฉพาะ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" แต่เมื่อถึงคราวกลับลงเอยถิ่นเก่านั่งรมว.อุตสาหกรรม และเก้าอี้พลังงานตกเป็นของ "สนธิรัตน์" ก่อน "สุริยะ" ประกาศเวลาต่อมา จะไม่เกิดการเคลื่อนไหวนามกลุ่มสามมิตร และขอสลายก๊ก

ทว่า ถึงเวลาเรือเหล็กออกท่องนาวาจนครบขวบปี กระแสปั่นป่วนยังคงมีให้เห็นอยู่เนืองๆ กระทั่งล่าสุดการพร้อมใจลาออกของ 18 กรรมการบริหารพรรค หวังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ แต่ผู้ถูกหางเร่อย่างเลี่ยงไม่ได้ คือ "อุตตม" ในฐานะหัวหน้าพรรค แม้สัญญาณการเคลื่อนไหวรอบนี้ หวังนำไปสู่การปรับ ครม. แต่เป้าหลักแท้จริง คือ การให้ "สนธิรัตน์" หลุดพ้นเก้าอี้เลขาธิการพรรคฯ

โดยแบ่งให้กลุ่มอื่นเข้ามาบริหาร ถ่วงดุลอำนาจภายใน แต่ด่านสำคัญก่อนจะไปถึงจุดนั้น คือ การคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างมีฐานเสียงอยู่ในกำมื และต้องห่ำหั่นขับเขี้ยว เพื่อเป้าหลักปรับเก้าอี้ ครม. แต่ทั้งหมดที่สำคัญกว่า คือ นายกฯจะผสานแผลใจให้กับทุกฝ่ายได้อย่างไร เพื่อประคองเรือเหล็กให้ลอยลำในรัฐนาวา จนกว่าผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend