ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

น้ำมันถังสุดท้าย!"สุดารัตน์"ห่วงใช้เงินกู้ไม่ระวังพาชาติพัง

441 17
น้ำมันถังสุดท้าย!สุดารัตน์ห่วงใช้เงินกู้ไม่ระวังพาชาติพัง

"ประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย"เปรียบเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เป็นน้ำมันถังสุดท้ายใช้สตาร์ทเครื่องยนต์ประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติไวรัสโควิด-19 ย้ำหากใช้ไม่ระวังชาติพังแน่ พร้อมชงรัฐ3ข้อป้องกันความเสี่ยง

(30 พฤษภาคม 2563) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับความจำเป็นในการใช้เงินเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อช่วยประชาชนจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ซึ่งสภาพเศรษฐกิจของไทยแย่มาก่อนจะเกิดโควิด-19 แต่เมื่อเจอเข้ากับวิกฤติโควิด-19 ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจึงสาหัสหนัก เหมือนตัวปิดฉากเศรษฐกิจไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า สิ่งจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงต้องใช้เงินจำนวน 1.9 ล้านล้านบาท อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และไร้ทุจริต โดยพรรคมีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องประสิทธิภาพการใช้เงิน เพราะเล็งเห็นว่า แม้แต่การเยียวยา ก็เกิดปัญหามากมาย ทั้งไม่ทั่วถึง ล่าช้า หรือส่อทุจริตหรือไม่ และเงินกู้จำนวน 1 ล้านล้านบาท ไม่เห็นแผนชัดเจน โดยเฉพาะแผนฟื้นฟูที่ใช้เม็ดเงินจำนวน 4 แสนล้านบาท ซึ่งถูกจัดสรรไปใช้ในแผนฝึกอบรม ใช้ขุดลอกแหล่งน้ำ ซึ่งล้วนแต่เคยเกิดปัญหาการทุจริตมาแล้วทั้งสิ้น


"กังวลว่างบในส่วนดังกล่าวจะตรวจสอบยาก มีช่องทางทุจริตได้ง่าย และเงิน 1.9 ล้านล้านบาท เป็นเสมือนน้ำมันถังสุดท้าย ในการสตาร์ทเครื่องยนต์ประเทศไทย จึงต้องใช้น้ำมันถังสุดท้ายนี้ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยและต้องไร้ทุจริต เครื่องยนต์ประเทศไทยจึงจะสตาร์ทติด เพราะขณะนี้เพดานเงินกู้ใกล้ชน 60% ของ GDP น้ำมันถังนี้จึงเป็นน้ำมันถังใหญ่ ถังสุดท้าย ที่จะใส่รถสำหรับรีสตาร์ทประเทศไทย ถ้าใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่มีประสิทธิภาพ ใช้อย่างรั่วไหล จะฟื้นเศรษฐกิจไทยไม่ได้ และถ้าหมดน้ำมันถังนี้หมด เงินกู้ก้อนนี้แล้ว เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น จะเอาเงินกู้ก้อนไหนมาใช้อีก เงินกู้ก้อนนี้ จึงต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยจึงมีข้อเสนอ เพื่อให้กำกับควบคุมการใช้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ตรวจสอบได้ 3 ข้อ 1.ให้ตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อพิจารณาเงินกู้ดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 2.พรรคเพื่อไทยจะยื่นพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ก. กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้ตรวจสอบการใช้เงิน และป้องกันการทุจริต และ 3.ขอให้รัฐบาลรายงานการใช้เงินต่อสภาผู้แทนราษฎร ทุก 3 เดือน หากเกิดปัญหาจะได้แก้ไขทัน ดังนั้น หากนายกรัฐมนตรีมีความจริงใจ ไม่เห็นประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง และอยากเห็นประเทศฟื้นเดินหน้าได้จริง ขอให้รับเงื่อนไขดังกล่าว ของพรรคฝ่ายค้านซึ่งไม่ได้เสียหาย แต่จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลและประชาชนคนไทย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend