ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"สมศักดิ์"แจงคืบหน้าปลดล็อกกระท่อมชี้ต้องศึกษาก่อนปลูก

871 29
สมศักดิ์แจงคืบหน้าปลดล็อกกระท่อมชี้ต้องศึกษาก่อนปลูก

"รมว.ยุติธรรม"แจงคืบหน้าปลดล็อกกระท่อม รอ"กฤษฎีกา"ปรับแก้ ยันปิดทางใช้ผิดวัตถุประสงค์ ห้าม 4 คูณ 100 ชี้ต้องศึกษาก่อนปลูก หวั่นซ้ำรอยยางพาราล้นตลาด หลังเห็นช่องประเทศมหาอำนาจผลิตมอร์ฟีนขายได้ปีละ 5 แสนล้านบาท

(30 พฤษภาคม 2563) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปลดล็อกพืชกระท่อม ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังปรับแก้ แต่ติดช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้กฤษฎีกาทำงานได้ไม่เต็มที่ ทั้งนี้ การปลดล็อกพืชกระท่อม แม้จะผ่านค.ร.ม.แต่ยังมีข้อคิดเห็น 3 ประเด็นคือ 1.การป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพืชกระท่อม ซึ่งเรื่องนี้ขอย้ำว่า จะใช้พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กปี 2546 มาควบคุม 2.การป้องกันไม่ให้มีการนำพืชกระท่อมไปเป็นส่วนผสมของสารเสพติด หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น 4 คูณ 100 ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ โดยหากใครจะนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ต้องมีการขออนุญาตอาหารและยา (อย.) ก่อน และ 3.พืชกระท่อมส่งผลต่อการขับขี่ยานพาหนะหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ ขอให้สบายใจได้ เพราะในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สถิติบ่งชี้ว่า ยังไม่มีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการขับขี่ยานพาหนะจากพืชกระท่อมเลยแม้แต่คดีเดียว


ส่วนการควบคุมพืชกระท่อมหากถูกปลดพ้นบัญชียาเสพติดแล้ว เพื่อไม่ให้นำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านเรียกไข่แล้วทิ้ง หมายความว่า ออกกฎหมายแล้วทิ้งไว้เลย โดยไม่หาทางออก หรือหาทางแก้ไข แต่ใน พ.ร.บ.ยาเสพติด ปี 2522 มาตรา 58/2 ในขั้นตอนของการมีและใช้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ทำการสำรวจข้อมูลส่งเรื่องไปยัง อย. เพื่อกำหนดวิธีการใช้ เพื่อไม่ให้ผิดวัตถุประสงค์ โดยสรุปง่ายๆ คือ ให้นำมาเคี้ยวอย่างเดียว ห้ามทำ 3 คูณ 100 หรือ 4 คูณ100 ซึ่งถ้าเคี้ยวอย่างเดียวจะเป็นยาขยัน แก้ปวดท้อง แก้ปวดเมื่อย เป็นการเสพแบบวิถีไทยอย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า หากปลดล็อกพืชกระท่อมแล้ว จะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตชุมชนอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พืชกระท่อมมีสาร 2 ชนิด ประกอบด้วย ไมทราไจนีน มีสรรพคุณช่วยระงับความเจ็บปวดได้ดีกว่ามอร์ฟีน ซึ่งประเทศมหาอำนาจผลิตมอร์ฟีนขายสร้างรายได้ปีละเกือบ 5 แสนล้านบาท ส่วนสารอีกชนิด คือ เซเว่นไฮดรอกซี เป็นยาชูกำลัง ถ้าทุกคนหันมาผลิตต้องใช้อีกเท่าไร ดังนั้น ต้องศึกษาเพิ่มเติม โดยจะเปิดให้มหาวิทยาลัยที่มีความรู้และสนใจศึกษาวิจัยพืชกระท่อมเตรียมความพร้อม ไม่อย่างนั้นจะเหมือนยางพารา และปาล์มที่ล้นตลาด เพราะไม่ได้กำหนดพื้นที่ปลูก และสำรวจกลไกตลาด

เรื่องโดย Nationtv​ | ภาพโดย Nationtv​
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend