ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ที่ประชุมสภา เริ่มถก พ.ร.ก.ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs

123 6
ที่ประชุมสภา เริ่มถก พ.ร.ก.ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เริ่มถก พ.ร.ก.ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ขณะที่ ส.ส. เพื่อไทย ซัดผู้ประกอบการกว่า 80% เข้าไม่ถึงแหล่งทุนธนาคาร พร้อมไล่ "บิ๊กตู่" ให้ลาออก

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน วันที่ 4 ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากประธานการประชุมสั่งพักการประชุมไปเมื่อวานนี้ในเวลา 19.20 น. เพื่อเผื่อเวลาให้สมาชิกและเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางกลับบ้านให้ทันช่วงการประกาศเคอร์ฟิว 23.00 น. ทั้งนี้ ตลอดการพิจารณา 3 วันที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีใช้เวลาไปแล้ว 4 ชั่วโมง 45 นาที ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลใช้เวลาไปแล้ว 8 ชั่วโมง 35 นาที ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลเหลือเวลาอภิปรายอีก 10 ชั่วโมง 38 นาที ขณะที่ฝ่ายค้าน ใช้เวลาไป 14 ชั่วโมง 23 นาที เหลือเวลาการอภิปราย 9 ชั่วโมง 36 นาที

โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า ขอบคุณฝ่ายค้านที่ตลอด 3 วัน ไม่มีการประท้วง และการอภิปรายเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด คาดว่าวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.) เวลา 14.00 น. จะสามารถลงมติพระราชกำหนดทั้ง 3 ฉบับได้

นายศุภชัย กล่าวว่า การอภิปราย 2 วัน ที่ผ่านมา (28-29 พ.ค.) สมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นก่อนเวลาที่กำหนดคือ 20.00 น. ดังนั้น จึงเสนอให้วิปทั้งสองฝ่ายไปหารือกันเรื่องกรอบเวลาการอภิปราย เนื่องจากว่า หากสามารถลงมติได้ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.) ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เนื้อหาสาระจะต้องสมบูรณ์ และส่วนตัวเห็นว่า ไม่จำเป็นจะต้องลากยาวไปถึง 14.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.).


ขณะที่ นายชินวรณ์ บุญเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า วิปทั้งสองฝ่ายได้หารือและตกลงกันเองไปแล้วว่า จะใช้เวลา 5 วัน ดังนั้นขอให้กรอบเวลาเป็นไปตามกำหนดตามเดิม แต่ให้แต่ละฝ่ายส่งรายชื่อมาว่า ใครจะอภิปรายบ้าง และเปิดให้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ จนนายศุภชัย ต้องชี้แจงว่าว่า เป็นเพียงข้อเสนอแนะเท่านั้น ตนเคารพในข้อตกลงของวิปทั้งสองฝ่าย

จากนั้น นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เริ่มอภิปรายเป็นคนแรกว่า ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่า 80% เข้าไม่ถึงแหล่งทุนในระบบธนาคาร จึงเกรงว่า ผู้ประกอบการรายย่อยจะเข้าไม่ถึงมาตรการซอฟท์โลน ตาม พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท 

ดังนั้น สภา SMEs จึงเสนอให้มีการพักชำระหนี้ 1 ปี งดดำเนินคดีกับลูกหนี้ ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการ และแบ่งโควต้าซอฟท์โลนจำนวน 2.5 แสนล้านบาท ให้ SMEs รายย่อยกู้ รวมถึงสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินดังกล่าว หากนายกรัฐมนตรี อยากจะคืนความสุข ก็ขอให้ #ลอถลมตรคล ซึ่งแปลว่า "ลาออกเถอะลุง ไม่ต้องรอคนไล่".

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์