ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

พรรคก้าวไกลเสนอปรับเงินสาธารณสุขเป็น100,000ล้านบาท

975 8
พรรคก้าวไกลเสนอปรับเงินสาธารณสุขเป็น100,000ล้านบาท

"หมอเอก" พรรคก้าวไกล เสนอปรับวงเงินสาธารณสุขจาก 45,000 ล้านบาท เป็น 100,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาวัคซีน พร้อมสนับสนุนให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้เงิน

(28 พฤษภาคม 2563) นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า การดำเนินการต่อสู้กับโควิด-19 นั้น จะตั้งการ์ดอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าจะรอให้โดนถลุงไปจนถึงยกที่ 12 แล้วหวังจะชนะด้วยวัคซีน อาจแพ้วันสุดท้ายได้ ซึ่งวันนี้ (28พ.ค.) งบประมาณจำนวน 45,000 ล้านบาท ที่จะนำมาใช้ในส่วนของสาธารณสุข เทียบเท่ากับงบลงทุนของกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 4 ปี แต่เมื่อเทียบกับเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.5% เท่านั้น และเมื่อไปดูรายละเอียดในพ.ร.ก. ปรากฎว่ามีเพียง 5 บรรทัด เขียนไว้ว่าจะนำไปใช้ใน 5 ส่วน คือ ค่าตอบแทน,ค่าเสี่ยงภัย,ค่าวัคซีน ซึ่งวัคซีนถือว่าเป็นเพียงส่วนน้อยของงบประมาณที่เตรียมไว้ 

นอกจากนี้ ที่สำคัญ คือ คณะกรรมการกลั่นกรองไม่มีคนที่มีความรู้ทางด้านสาธารณสุขอยู่ในนั้น และคณะกรรมการกลั่นกรองไม่มีตัวแทนที่มาจากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเป็นเงินกู้ก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งในประวัติศาสต์ของประเทศ แต่ไม่ให้ประชาชนและผู้แทนของประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งนี้ประเทศไทยต้องอยู่กับมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้มีประชาชนจำนวนมากกำลังลำบาก 

"เราจะเห็นจากภาพคนเข้าแถวรับแจกอาหาร เห็นภาพแม่ที่มีลูกเล็กๆ ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน คำถามที่ทุกคนถาม คือ เราจะอยู่กับเหตุการณ์แบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ซึ่งคำตอบของโรคระบาดโควิด-19 จะสิ้นสุดเมื่อมีภูมิต้านทาน สำหรับไวรัสโควิด-19 ต้องมีภูมิต้านทาน 60-80 % ของประชากร ดังนั้น เส้นชัยจึงมี 2 อย่าง คือ วัคซีน และการมีภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งการทำให้มีภูมิคุ้มกันหมู่ เราไม่สามารถทำให้คนติดเชื้อพร้อมกันทีละจำนวนมากๆได้ เพราะโรงพยาบาลจะรับมือไม่ไหว วิธีการที่จะทำได้คือ ค่อยๆทำให้มีผู้ติดเชื้อซึมไปเรื่อยๆ และหากต้องการใช้วิธีนี้คาดว่าจะต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ส่วนวัคซีนนั้น ระยะเวลาเร็วที่สุดในอีก 1 ปีข้างหน้า"นายเอกภพ กล่าว


ขณะเดียวกัน การรับมือกับการล็อคดาวน์หรือการปิดเมือง วัตถุประสงค์ของการล็อคดาวน์คือให้คนไข้ไม่เพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขจะรับมือได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการให้คนที่อยู่ในภาวะการล็อคดาวน์ต้องอดตายไปด้วย ดังนั้น การปิดเมืองนานๆเพื่อรอวัคซีนที่เร็วที่สุดในอีก 1 ปี อาจจะทำให้คนอดตายกันหมด จึงขอเสนอว่าการปิดเมืองควรจะต้องมาพร้อมกับการเพิ่มศักยภาพของสาธารณสุข เพื่อรับมือกับจำนวนคนไข้ที่อาจจะเพิ่มขึ้น และต้องวางแผนว่ากิจกรรมทางธุรกิจต้องเปิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และเมื่อมีการระบาดเพิ่มขึ้นก็มีความสามารถที่จะปิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง นี่คือการวางแผนอย่างมีกลยุทธ์

นายเอกภพ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเสนอว่าควรมีคนมาช่วยรัฐบาลคิด ควรมีกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามารนำเงินก้อนนี้ไปใช้ เมื่อความหวังว่าการสิ้นสุดของโควิด-19 คือ วัคซีน คาดการณ์ราคาวัคซีน 300-1,000 บาทต่อเข็ม แสดงว่าหากต้องการให้มีภูมิต้านทาน 60-80% อาจจะต้องใช้งบประมาณขั้นต่ำ 12,000-67,000 ล้านบาท เพื่อวัคซีนในการหยุดการระบาด ปัจจุบันหน่วยงานรัฐที่สามารถผลิตวัคซีนได้มี 2 หน่วยงาน คือ สถานเสาวภา และองค์การเภสัชกรรม แต่มีข้อสังเกตว่าหน่วยงานทั้งสอง ไม่เคยมีการผลิตวัคซีนชนิดใหม่ๆได้เลย และไม่เคยมีศักยภาพในการผลิตวัคซีนได้ครั้งละมากๆ มาก่อน ดังนั้น หากไม่ต้องการรอคิวนานๆจากต่างประเทศ หากต้องการเป็นผู้นำ สิ่งที่ต้องทำ คือ การปรับปรุงเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนและความสามารถในการผลิตของไทยด้วย การผลิตวัคซีนโดยหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวยืนยันอีกครั้งว่าวัคซีนที่ผลิตออกมาจะได้รับถ้วนหน้า

"ในฐานะที่ผมเป็นหมอคนหนึ่ง เชื่อว่าทุกคนที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ยินดีที่จะรับรักษาคนไข้ทุกราย จะยินยอมให้มีการเปิดเศรษฐกิจให้คนไม่อดตาย แต่สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำ คือ สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ด้วย อย่าปล่อยให้เขาต้องใช้หน้ากากอนามัยอย่างจำกัดคนละ 1 ชิ้น ต่อคนต่อวันอีกต่อไป อย่าปล่อยให้เขาต้องใส่ชุด PPE 1 คนต่อวัน โดยไม่สามารถถอดไปเข้าห้องน้ำได้โดยกลัวจะเปลืองชุด อย่าปล่อยให้ต้องวิ่งหาคนมาบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์เอง อย่าปล่อยให้ อสม.หาหน้ากากผ้าและเจลแอลกอฮอล์มาใช้เอง รัฐบาลไม่ควรฉลองชัยชนะบนหยาดเหงื่อของบุคลากรทางการแพทย์และน้ำตาของประชาชน อย่าปล่อยให้เขาต้องสู้อย่างเดียวดาย และด้วยเหตุผลเหล่านี้ พรรคก้าวไกลขอเสนอให้มีการปรับวงเงินกู้ที่ใช้ในระบบสาธารณสุขจาก 45,000 ล้านบาท ให้เป็น 100,000 ล้านบาท" นายเอกภพ กล่าว

ทั้งนี้ โดยเตรียมไว้ใช้กับวัคซีน 60,000 ล้านบาท และ 40,000 ล้านบาท เอาไว้ใช้พัฒนาศักยภาพและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ข้อเสนอทั้งหมดนี้ต้องการให้การต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 เป็นการต่อสู้ที่ทุกคนมาร่วมมือกัน เป็นการต่อสู้ที่เมื่อประเทศประกาศชัยชนะแล้ว เป็นชัยชนะของทุกคน ไม่ใช่ชัยชนะบนความยากลำบากของประชาชน ไม่ใช่ชัยชนะบนซากปรักหักพังของเศรษฐกิจและประชาชน ไม่อยากให้อยู่บนพื้นฐานของหนี้ก้อนใหญ่ ที่คนรุ่นต่อๆไปต้องมาชดใช้แทน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์