ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"สมพงษ์" หวั่น พ.ร.ก.กู้เงิน แบ่งเค้กใช้หาเสียงทางการเมือง

288 44
สมพงษ์ หวั่น พ.ร.ก.กู้เงิน แบ่งเค้กใช้หาเสียงทางการเมือง

"สมพงษ์" ผู้นำฝ่ายค้าน เปิดอภิปราย หวั่น พ.ร.ก.กู้เงิน แบ่งเค้กใช้หาเสียงทางการเมือง ห่วงงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท นำไปทำโครงการแบบเดิม เอื้อประโยชน์ของพวกพ้อง

นายสมพงศ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เปิดการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน โดยชื่นชม ความสำเร็จการป้องกันโควิด -19 ในประเทศไทย ซึ่งประชาชนถือเป็น ผู้เสียสละ ที่ปฏิบัติตนตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข แต่ในความสำเร็จยังมีความผิดพลาด จากการบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ เกิดปัญหาประสิทธิภาพ ในการจัดหาหน้ากากอนามัย และชุดป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งมีความสับสนในมาตรการการกักตัวและสั่งปิดสถานที่ต่างๆ เกิดความล่าช้าในการเยียวยา รวมถึงการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความล่าช้าในการคลายล็อค ทำให้ ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ซึ่งหากดูตัวเลขผู้เสียชีวิต กับคนที่ฆ่าตัวตายไม่แตกต่างกัน นายสมพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่มีความเสียหาย ทำให้ต้องกู้เงินจำนวนมากเพื่อมากอบกู้เศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลต้องระลึกว่า เงินกู้จำนวนมหาศาลนี้ ประชาชนต้องรับภาระในการใช้หนี้ ดังนั้นรัฐบาลต้องใช้เงินอย่างรับผิดชอบและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งที่ผ่านมามีการแบ่งชิ้นเค้ก ชิงผลประโยชน์ทางการเมือง ฝ่ายบริหารที่มีอำนาจสูงสุดในการตรวจสอบ กลับตั้งแค่คณะกรรมการกลั่นกรองมาตรวจสอบเงินจำนวนมหาศาล โดยไม่พูดถึงการแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ส.ส.ร่วมกันตรวจสอบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


นายสมพงษ์ กล่าวว่า การให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยา 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลต้องชี้แจงต่อสังคมให้ได้ว่า มีรายละเอียดการใช้จ่ายอย่างไร ใครได้รับประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลต้องเอารายละเอียดในการใช้จ่ายมาแจ้งให้ สภาผู้แทนราษฎรรับทราบ ส่วนแผนงานหลักในการเยียยา 5.5 แสนล้านบาท ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อประชาชนเป็นผู้เสียภาษี แต่มีการเลือกปฏิบัติ เหตุใดไม่ใช้ระบบ "ถ้วนหน้า" เพื่อให้ได้รับการเยียวยาทั้งหมด ขณะที่งบประมาณ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ถือว่าน่าห่วงที่สุด เพราะมีการเปิดช่องใช้เงินเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มีข้อสังเกตว่าแบ่งตามกระทรวงต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ได้เข้าสภา และตามที่รัฐบาลกล่าวถึงทิศทางการใช้เงินก้อนนี้ ไม่ตอบโจทย์ และไม่ได้คิดถึงภาพใหญ่ และโอกาสของประเทศ เพราะจะสนับสนุนการจ้างงานภาคการเกษตร ใช้ฝึกอบรม รวมถึงใช้เป็นงบชุมชน เปิดช่องการใช้เป็นเงินเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แจกจ่ายให้กับ ส.ส. เสมือนเป็นการตีเช็คเปล่า หรือนำไปทำโครงการแบบเดิมๆ เพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง และการตอบแทนทางการเมือง โดยที่ถูกต้องโครงการต้องเป็นไปเพื่อตอบสนองและตอบโจทย์เรื่องโควิด ไม่ใช่ใช้จ่ายไปทั่ว ทั้งนี้ ฝ่ายค้านไม่ขัดข้องเรื่องการกู้เงิน เพราะเห็นถึงความจำเป็น แต่ในด้านการใช้จ่ายเงินต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายสมพงษ์ ยังกล่าวถึง พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบ (เอสเอ็มอี ) ว่า เรื่องนี้มีความจำเป็น รัฐบาลตั้งวงเงินไว้ 5 แสนล้านบาท แต่แนวปฏิบัติ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ ธนาคารพาณิชย์ กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเรื่องดี แต่ห่วงว่า การพิจารณาให้กู้แต่ละบริษัท ขึ้นอยู่ธนาคารพาณิชย์ จะพิจารณาตามเครดิต หลักทรัพย์ ซึ่งจะทำให้บริษัทที่ผ่านการอนุมัติมีน้อย และ จำนวนมากจะเข้าไม่ถึงเงินกู้ จึงอยากให้ ยึดหลักการ"ความทั่วถึง" นายสมพงษ์ ยืนยันว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน จะร่วมอภิปรายรายละเอียด พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อให้ประโยชน์ลงไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง ด้วยการบริหารอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะเม็ดเงินทุกบาทคือเงินในอนาคตของลูกหลาน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend