ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"กนก"ชู3แนวทางแก้ภัยแล้งเต็มระบบช่วยเกษตรสู้โควิด-19

168 10
กนกชู3แนวทางแก้ภัยแล้งเต็มระบบช่วยเกษตรสู้โควิด-19

"รองหัวหน้าประชาธิปัตย์"รับปัญหาโควิด-19 ส่งผลต่อคนว่างงานคิดปรับตัวหันไปทำการเกษตร แนะรัฐเร่งจัดการภัยแล้งโดยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำอย่างเท่าเทียม

(25 พฤษภาคม 2563) ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อเกษตรกรในชนบท และเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผันตัวเองกลับภูมิลำเนา และหวังจะสร้างชีวิตใหม่กับงานด้านการเกษตร

"ปี 2563 จะเป็นปีที่ฝนแล้งอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อประสานกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิ การตกงาน เนื่องจากโรงงานปิดตัว หรือบริษัทลดจำนวนพนักงานลง ก็เปรียบเสมือนเป็นฝันร้ายของคนว่างงาน ที่หวังจะกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่กับงานด้านการเกษตร ดังนั้น ฝนไม่ตก น้ำไม่พอ รายได้ไม่มี จึงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการดูแลปากท้องของพี่น้องประชาชนในชนบท ทั้งที่ผันตัวกลับไปด้วยผลกระทบจากไวรัสโควิด-19และที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถผ่านความยากลำบากเช่นนี้ไปได้"รองหัวหน้าพรรค กล่าว

นอกจากนี้ เขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศสามารถเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาประมาณ 755,000 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี ได้เพียง 43,000 ล้าน ลบ.ม. เท่ากับ 5.7% ของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาเท่านั้น น้ำที่เหลือส่วนใหญ่ไหลลงสู่ทะเล และอีกเล็กน้อยซึมลงใต้ดินไปสะสมเป็นน้ำบาดาล ซึ่งอาจสรุปได้ว่า แท้จริงแล้วประเทศไทยไม่ขาดน้ำ แต่กักเก็บน้ำได้น้อยต่างหาก จึงกลายเป็นปัญหา โดยส่วนตัวขอเสนอแนวทางที่เกษตรกรในทุกพื้นที่สามารถมีน้ำใช้ได้เพียงพอต่อระยะเวลาในการเพาะปลูก ไม่ต้องสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้น ดังนี้


ศ.ดร.กนกระบุว่า1.การเพิ่มความจุแหล่งกักเก็บน้ำ คือ ในทุกพื้นที่ของประเทศจะมีแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น สระ บ่อ ห้วย หนอง ลำคลอง บึง กระจายอยู่ทั่วไป พื้นที่เก็บน้ำเหล่านี้ไม่ได้รับการขุดรอกมาอย่างยาวนาน จนหลายพื้นที่ตื้นเขิน และหมดสภาพเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไปแล้ว ตัวอย่าง บึงบอระเพ็ด และบึงสีไฟ ที่บริเวณรอบบึงตื้นเขิน ถูกคนบุกรุกปลูกบ้านกันเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่กักเก็บน้ำลดลงไปมหาศาลเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับพื้นที่บึงเหล่านี้เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็นต้น

2.การกระจายน้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูก คือ แหล่งน้ำที่กักเก็บน้ำไว้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อสามารถกระจายน้ำไปยังไร่นา หรือแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรได้ ดังนั้น ระบบส่งน้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำไปยังพื้นที่การเพาะปลูกของเกษตรกรที่อยู่โดยรอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการประหยัดต้นทุนของการกระจายน้ำ และเพื่อให้มีน้ำเพียงพอ ดังนั้น การจัดระเบียบและผังการเพาะปลูกต่อการใช้น้ำที่ต้องสัมพันธ์กัน

รองหัวหน้าพรรค กล่าวต่อว่า และ 3.การทำน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรน้ำน้อย คือ ปัญหาที่ใหญ่มากๆ ของเกษตรกรเกี่ยวกับเรื่องแหล่งน้ำ เพราะพื้นที่เพาะปลูกอยู่ห่างไกลเกินกว่าการกระจายน้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำจะไปถึง ดังนั้น กระบวนการหาน้ำใต้ดิน หรือการขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ เนื่องด้วยประเทศไทยมีน้ำใต้ดินกระจายอยู่ทั่วประเทศ และเพียงพอกับการทำเกษตร แต่การขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ก็ต้องมีเงื่อนไขในการส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัด ซึ่งก็มีแนวทางของการเกษตรน้ำน้อยออกมา ซึ่งการันตีว่าสามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกข้าวที่ต้องใช้น้ำอย่างมหาศาลสำหรับโครงการเงินกู้ 400,000 ล้านบาท เพื่อการฟื้นเศรษฐกิจและสังคม ควรต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ เพราะนอกจากการแก้ปัญหาภัยแล้ง และการบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนแล้ว สิ่งที่สำคัญ คือ สามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบเศรษฐกิจให้กับประชาชนฐานรากได้ ซึ่งน่าจะเป็นของขวัญที่ประชาชนต้องการจากรัฐบาล มากกว่านโยบายการแจกเงินใดๆ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend