ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563.

เปิดแผน"คนแดนไกล"ตั้งพรรคใหม่ - แตกแบงก์พันรอบ2?

3.0K 14
เปิดแผนคนแดนไกลตั้งพรรคใหม่ - แตกแบงก์พันรอบ2?

หลังจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ "กลุ่มสี่กุมาร" เพิ่งออกมาปฏิเสธข่าวการตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่ชื่อ "พรรคสร้างไทย" เรียกว่าฝุ่นควันยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดก็ปรากฏข่าวการเตรียมตั้งพรรคการเมืองใหม่อีกพรรคหนึ่ง แต่คราวนี้เป็นในซีกของฝ่ายค้านบ้าง ในกลุ่มของพรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยยุคก่อตั้ง สะท้อนถึงความไม่มีเสถียรภาพของการเมืองในภาพรวม ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมและความเคลื่อนไหวรวมกลุ่มการเมืองเพื่อเป็นทางเลือกของประชาชน

ข่าวนี้เริ่มมาจากข้อมูลที่อ้างว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เตรียมรวบรวมสมัครพรรคพวกในกลุ่มของ "อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ" ที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเพราะถูกยุบพรรค เตรียมตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยแกนหลักประกอบด้วยตัวนายจาตุรนต์เอง และ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน


โดยในกลุ่มแกนนำพรรคไทยรักษาชาติที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์ ยังมี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ "เสี่ยเต้น" แกนนำ นปช. และอดีต รมช.พาณิชย์อีกคนหนึ่งด้วย แต่ยังไม่มีข่าวชัดเจนว่าจะมาร่วมวงด้วยหรือไม่

ต่อมามีข้อมูลเพิ่มเติมจากภายในพรรคเพื่อไทยว่า กลุ่มที่มีแนวคิดตั้งพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้มีเฉพาะกลุ่มอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มที่ไม่มีบทบาทชัดเจนในพรรคเพื่อไทยร่วมด้วย เช่น กลุ่มของ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยยุคก่อตั้ง ซึ่งเป็นมือทำงานให้คนแดนไกล อย่าง "หมอมิ้ง" นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในยุคที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ รวมถึง หมอเลี้ยบ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกฯและอดีตรัฐมนตรีไอซีที โดยกลุ่มนี้เป็นอดีตคนเดือนตุลาฯ เช่นเดียวกับนายจาตุรนต์ด้วย จึงมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน

ตามข่าวยังมีอีกกลุ่มหนึ่งในพรรคเพื่อไทยที่ถูกลดบทบาทในยุคที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กุมบังเหียนพรรค ก็คือ กลุ่มของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน ที่เคยจัดงานเลี้ยงประกาศล้างมือในอ่างทองคำไปเมื่อปีที่แล้ว แต่จริงๆ ยังพิสมัยการเมืองอยู่
เป้าหมายของการตั้งพรรคการเมืองใหม่ จากคำให้สัมภาษณ์ยอมรับของ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ก็คือ เพื่อเป็นความหวังของประชาชนในด้านเศรษฐกิจ ขณะที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคการเมืองอื่นๆ ในปัจจุบันมีความนิยมลดต่ำลงมาก หลายพรรคมีความขัดแย้งภายในสูง ไม่ว่าจะพลังประชารัฐ หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์เอง จึงไม่สามารถเป็นความหวังให้กับประชาชนได้อีกแล้ว

จุดขายของพรรคการเมืองใหม่ จะเน้นเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยอาศัยสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำในยุคโควิดภายใต้การบริหารของรัฐบาลนายกฯลุงตู่ เป็นตัวจุดกระแสสร้างคะแนนนิยม รวมทั้งชูจุดยืนการสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย เป็นพันธมิตรกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในปัจจุบัน

ยิ่งช่วงนี้มีกระแสประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ของรัฐบาล จึงถือเป็นฤกษ์ดีให้อดีตแกนนำเหล่านี้เริ่มเปิดตัวออกมาเคลื่อนไหว สังเกตจาก "บิ๊กอ๋อย" จาตุรนต์ ฉายแสง ที่โพสต์ทวิตเตอร์ถี่ยิบผิดสังเกต ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและเรียน-สอนออนไลน์

จากข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมได้เพิ่มเติม พบว่าการตั้งพรรคการเมืองใหม่สอดคล้องกับแนวคิดของ "คนแดนไกล" ที่คาดการณ์ทิศทางการเมืองไว้ตั้งแต่ปี 62 ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยมีปัญหาขัดแย้งกันภายในอย่างหนัก โดยมองว่าการเมืองกำลังจะเปลี่ยนเป็นเวทีของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีพรรคอนาคตใหม่ (ในขณะนั้น) ครองใจคนกลุ่มนี้อยู่ ส่วนพรรคเพื่อไทยจะลดความนิยมลงเรื่อยๆ มีสภาพเหมือนพรรคภูธร และพรรคท้องถิ่น แต่ก็ยังจะมี ส.ส.เป็นกอบเป็นกำระดับหนึ่งจากความนิยมเดิมๆ ที่มีอยู่

คู่ต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยจึงเป็นกลุ่มนักการเมืองรุ่นเก่าด้วยกัน ซึ่งนับวันจะมีแต่ "สาละวันเตี้ยลง" ทั้งพรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย เหตุนี้เอง "คนแดนไกล" จึงสั่งบรรดาแกนนำสายตรงที่เป็น "มือทำงาน" และ "นักวางยุทธศาสตร์" เช่น นายภูมิธรรม ถอยออกจากทีมบริหารพรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมแผนตั้งพรรคใหม่ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มากขึ้นด้วย หากการเลือกตั้งใหม่เกิดก่อนที่รัฐธรรมนูญจะถูกแก้ (จากเดิมที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เลย ทำให้แกนนำพรรคต้องอยู่นอกสภาทั้งหมด รวมถึงคุณหญิงสุดารัตน์) ซึ่งก็เป็นไปตามยุทธการ "แตกแบงก์พัน" ในการเลือกตั้งปี 62 แต่พลาดที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบไปเสียก่อน ส่วนพรรคเพื่อไทยก็มอบให้คุณหญิงสุดารัตน์ขับเคลื่อนและกุมอำนาจเบ็ดเสร็จต่อไป เพื่อลดปัญหาความแตกแยก

นอกจากนั้น "คนแดนไกล" ยังประเมินว่า พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบแน่นอน และน่าจะแพแตก ซึ่งสถานการณ์ก็เป็นไปตามคาด จึงมีแผนเตรียมตั้งพรรคใหม่ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยมอบหมายให้ นายจาตุรนต์ และนายภูมิธรรม ไปฟอร์มทีม โดยภาพลักษณ์ของพรรคจะเป็นส่วนผสมของนักการเมืองที่มีความเป็นมืออาชีพด้านการแก้ไขเศรษฐกิจ กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานการเมือง เป้าหมายก็เพื่อดึงกระแสและฐานเสียงที่เคยเลือกพรรคอนาคตใหม่ ให้หันมาเลือกพรรคการเมืองใหม่นี้ โดยพรรคใหม่จะไม่แตะเรื่องสถาบันเบื้องสูง ไม่พาตัวเข้าไปอยู่ในจุดความขัดแย้งเหมือนอดีตพรรคอนาคตใหม่ คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล แต่จะเน้นภาพความเป็นมืออาชีพ และเป็นความหวังในการฟื้นเศรษฐกิจ ส่วนจังหวะก้าวทางการเมืองของคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะปะทะกับกองทัพและกลุ่มอนุรักษ์นิยมนั้น พรรคใหม่จะไม่ร่วมด้วย แต่จะแสดงจุดยืนสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการต่อสู้ของคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ในลักษณะ "ดันหลังให้ออกหน้า" แทน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend