ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563.

23 พฤษภาคม "วันเต่าโลก" ร่วมอนุรักษ์เต่าทะเลให้คงอยู่

117 18
23 พฤษภาคม วันเต่าโลก ร่วมอนุรักษ์เต่าทะเลให้คงอยู่

23 พฤษภาคม "วันเต่าโลก" เผยสถิติเต่าทะเลวางไข่สูงสุดรอบหลายสิบปี ขณะที่ รมว. ทส. เดินหน้าอนุรักษ์เต่าทะเลให้คงอยู่และยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อไป ที่นับวันจะมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจาก ภัยคุกคามต่าง ๆ ทั้งจากภัยธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์

23 พฤษภาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันเต่าโลก หรือ World Turtle Day โดยองค์กรอนุรักษ์และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเล American Tortoise Rescue ในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญและกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์เต่า ที่นับวันจะมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจาก ภัยคุกคามต่าง ๆ ทั้งจากภัยธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพิ่มมาตรการดูแลเต่าทะเลให้เข้มข้นขึ้น พร้อมวอนสังคมช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ปล่อยเต่าทะเลตามวิถีธรรมชาติ หวังให้จำนวนเต่าทะเลเพิ่มขึ้นทุกปีเพื่อลูกหลานรุ่นต่อไปนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ตนตั้งใจและพยายามหาแนวทางดำเนินการมาโดยตลอด คือ ทำอย่างไรที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่งต่อให้ถึงมือเยาวชนรุ่นต่อไปได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืนที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรที่นับวันจะมีแนวโน้มลดจำนวนลง โดยเฉพาะสัตว์ทะเลหายากต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พะยูน โลมา วาฬ โดยเฉพาะเต่าทะเล ซึ่งนับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่หายากและนับวันจะถูกคุกคามจากภัยต่าง ๆ รอบด้าน ทั้งจากภัยธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์ จึงเป็นที่น่ากังวลและต้องเฝ้าดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งทางองค์กรอนุรักษ์และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเล ในสหรัฐอเมริกา ได้เสนอให้ทุกวันที่ 23 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันเต่าโลก (World Turtle Day) เพื่อกระตุ้นเตือนสังคมให้ตระหนักรู้และร่วมกันอนุรักษ์เต่าทั้งเต่าบกและเต่าทะเล สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มที่ในการอนุรักษ์และดูแลเต่าทะเลของประเทศไทยให้เพิ่มจำนวนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีที่ช่วงปีที่ผ่านมาที่มีการพบการวางไข่ของเต่าทะเลในประเทศไทยมากเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในหลายพื้นที่ที่ไม่เคยพบการวางไข่มาก่อน หรือเคยพบเมื่อหลายสิบปีก่อน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี และที่สำคัญความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพิ่มมาตรการในการในการคุ้มครองและดูแลเต่าทะเลให้เข้มขึ้น ลดปัญหาการตายและเกยตื้น และที่สำคัญให้เร่งแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกตกค้างในทะเลที่เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียสัตว์ทะเลหายากหลายชนิด การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมถึง การสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

สุดท้ายตนขอฝากไว้ว่า "เต่าทะเลก็เหมือนคนเรา หากเห็นที่ไหนปลอดภัย สวยงาม น่าอยู่ ก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น การป้องกันตัวของเต่าทะเลจากมนุษย์ ไม่ใช่การทำร้ายให้เราบาดเจ็บ แต่เป็นการหนีจากไปและไม่กลับมาให้มนุษย์เราได้เห็นหรือชื่นชมอีกเลย ดังนั้น การปล่อยให้เต่าทะเลได้อยู่ตามธรรมชาติถือเป็นวิถีที่ดีที่สุด เราทุกคนแค่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ลดการใช้และทิ้งขยะพลาสติกลงสู่สิ่งแวดล้อมก็ถือเป็นการช่วยอนุรักษ์เต่าทะเลได้เป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งตนก็หวังจะได้พบเต่าทะเลขึ้นวางไข่ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี รวมถึงสัตว์ทะเลหายากอื่น ๆ ด้วย" นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า เต่าทะเลทั่วโลกพบจำนวน 8 ชนิดแต่ท่ี่พบในประเทศไทยมีเพียง 5 ชนิด (Species) ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหัวค้อน และเต่ามะเฟือง สำหรับเต่าหัวค้อนจะพบได้ค่อนข้างน้อยและไม่พบวางไข่ในประเทศไทย ในช่วงปีที่ผ่านมาพบวางไข่ของเต่าทะเลในหลายพื้นที่ ได้แก่ เต่ามะเฟืองและเต่าหญ้า ขึ้นวางไข่บริเวณชายหาดทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย สำหรับเต่าตนุและเต่ากระ พบวางไข่บนชายหาดของเกาะต่าง ๆ ทั้งบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แหล่งวางไข่เต่าทะเลที่สำคัญมีเหลือเพียง 10 แห่ง ได้แก่ หมู่เกาะคราม เกาะทะลุ เกาะกระ หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะพระทอง หมู่เกาะสิมิลัน หาดท้ายเหมือง ชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาอาดังราวี โดยมีแหล่งวางไข่ใหญ่ที่สุดที่บริเวณหมู่เกาะคราม รองลงมาเป็นหมู่เกาะสิมิลัน สำหรับในปี 2563 นับเป็นปีทองซึ่งมีการพบเต่ามะเฟืองวางไข่สูงสุดเท่าที่มีการบันทึกมาถึง 11 รัง โดยพบในพื้นที่จังหวัดพังงา 8 รัง และจังหวัดภูเก็ต 3 รัง ซึ่งทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับผิดชอบดูแลจำนวน 5 รัง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลจำนวน 6 รัง สามารถปล่อยลูกเต่ามะเฟืองลงทะเลได้ 351 ตัว อัตราการฟักเฉลี่ย 46% ซึ่งการกลับมาวางไข่เต่ามะเฟืองของเต่ามะเฟืองในช่วงปี 2562 - 2563 เป็นปรากฎการณ์สำคัญที่บ่งบอกถึงความสำเร็จในการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม หลังจากที่พบการวางไข่ครั้งสุดท้ายในช่วงปี 2557 หรือหายไปประมาณ 5 ปี และจากสถิติการวางไข่เต่ามะเฟืองลดลงอย่างรวดเร็วเหลือน้อยกว่า 1% ในช่วงเวลาประมาณ 60 ปี ซึ่งนโยบายการอนุรักษ์และดูแลเต่าทะเลอย่างเข้มข้นและจริงจัง ได้ริเริ่มตั้งแต่ครั้งนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งตนได้สานต่อและต่อยอดการดำเนินงาน จนเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ สำหรับวันเต่าโลก หรือ World Turtle Day ในช่วงวันที่ 23 พฤษภาคม ของทุกปี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และรณรงค์ด้านการอนุรักษ์เต่าทะเลให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตนขอฝากให้พี่น้องประชาชนที่พบเห็นการวางไข่ของเต่าทะเลให้รีบแจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัั่งหรือสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทันที เพื่อจะได้ดูแลและดำเนินการตามหลักวิชาการอย่างถูกต้อง ต่อไป นายโสภณ ทองดี กล่าวในที่สุด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์