ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563.

ยอดติดเชื้อโควิด ทั่วโลก 5.1 ล้านราย ทูตคูเวตฯ ชมไทยรับมือโควิดได้เยี่ยม

247 69
ยอดติดเชื้อโควิด ทั่วโลก 5.1 ล้านราย ทูตคูเวตฯ ชมไทยรับมือโควิดได้เยี่ยม

โดยมีรายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ณ เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย พบยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 5,188,714 ราย เสียชีวิตแล้ว 334,058 ราย

เรียงตามลำดับดังนี้........


1. สหรัฐฯ ติดเชื้อ 1,619,994 ราย เสียชีวิต 96,281 ราย

2. รัสเซีย ติดเชื้อ 317,554 ราย เสียชีวิต 3,099 ราย

3. บราซิล ติดเชื้อ 310,087 ราย เสียชีวิต 20,047 ราย

4. สเปน ติดเชื้อ 280,117 ราย เสียชีวิต 27,940 ราย

5. อังกฤษ ติดเชื้อ 250,908 ราย เสียชีวิต 36,042 ราย

6. อิตาลี ติดเชื้อ 228,006 ราย เสียชีวิต 32,486 ราย

7. ฝรั่งเศส ติดเชื้อ 181,826 ราย เสียชีวิต 28,215 ราย

8. เยอรมัน ติดเชื้อ 179,021 ราย เสียชีวิต 8,309 ราย

9. ตุรกี ติดเชื้อ 153,548 ราย เสียชีวิต 4,249 ราย

10. อิหร่าน ติดเชื้อ 129,341 ราย เสียชีวิต 7,249 ราย

ไทย ติดเชื้อ 3,037 ราย เสียชีวิต 56 ราย

วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมุฮัมมัด ฮุซัยน์ เอ็ม เอ อัลฟัยลากาวี (H.E. Mr. Mohammad Husain M A Alfailakawi) เอกอัครราชทูตรัฐคูเวตประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งไทยและคูเวตมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมายาวนานกว่า 57 ปี และในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากของโลก ทุกประเทศมีความท้าทายในการจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ฝากความปรารถนาดี และให้กำลังใจพร้อมชื่นชมรัฐบาลคูเวตที่สามารถดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างเข้มแข็งและเป็นระบบ รวมทั้งได้ขอบคุณรัฐบาลคูเวตในการช่วยอำนวยความสะดวกจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำพิเศษให้แก่นักศึกษาไทยและแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทย

เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีเป็นเกียรติให้เข้าพบในวันนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งในประเทศไทย ชื่นชมการเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สามารถใช้มาตรการควบคุม และป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อและจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงจำนวนมาก รวมถึงชื่นชมความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีมาตรฐานคุณภาพสูงในการรักษาดูแลผู้ป่วยได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งทางเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ในไทย และได้รายงานไปยังรัฐบาลคูเวตเป็นประจำทุกวันเพื่อเรียนรู้ความสำเร็จของไทยไปปรับใช้กับคูเวตต่อไป

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน เกษตรกรรม และแรงงาน ซึ่งไทยพร้อมส่งออกสินค้าประเภทอาหารทะเล รวมไปถึงอาหารสดและอาหารแปรรูปที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนคูเวตในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนดำเนินการตามวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนา "Kuwait 2035" โดยเห็นพ้องจะเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการลงทุนร่วมกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้นักลงทุนคูเวตเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งถือเป็นโครงการรวมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของไทย สอดคล้องกับความต้องการของคูเวตที่ต้องการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร รวมทั้งยินดีที่คูเวตแสดงความประสงค์ที่จะมีความร่วมมือกับไทยในด้านแรงงาน เพราะชื่นชมในความสามารถ และศักยภาพแรงงานไทย

ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีได้ฝากคำชื่นชมและระลึกถึงเชค เศาะบาฮ์ อัลอะห์มัด อัลญา บิร อัศเศาะบาฮ์ (His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmed Al-Jaber Al-Sabah) เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ที่ทรงสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่าง ๆ ผ่านนโยบายและบทบาทด้านมนุษยธรรม สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลไทย และขอบคุณรัฐบาลคูเวตที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาในประเทศไทยผ่านกองทุนคูเวตเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (Kuwait Fund for Arab Economic Development) ซึ่งได้ก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา โรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าปัตตานี ที่ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาด้านพลังงานและคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเอกอัครราชทูตยินดีที่จะทำงานเป็นผู้ประสานเพื่อกระชับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกัน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend