ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"สามารถ" ซัด คณะก้าวหน้าอย่าทำตัวขี้แพ้ชวนตี

327 9
สามารถ ซัด คณะก้าวหน้าอย่าทำตัวขี้แพ้ชวนตี

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาฝากข้อมูลไว้เตือนสติคณะก้าวหน้า ให้พูดความจริงกับประชาชน คณะก้าวหน้า หลงคิดไปเองว่า พรรคพลังประชารัฐ เหมือนพรรคสามัคคีธรรม ในเหตุการณ์ปี 2535

โดยครั้งนั้น พรรคสามัคคีธรรมได้ ส.ส. 79 คน จาก 360 มี 4 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลผสม พรรคชาติไทย 74 ที่นั่ง พรรคกิจสังคม 31 ที่นั่ง พรรคประชากรไทย 7 ที่นั่ง และพรรคราษฎร 4 ที่นั่ง รวม 195 เสียง โดยมีนายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค แต่มีเหตุส่วนตัวทำให้ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงตั้ง พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกฯ แทน ซึ่งได้รับการต่อต้านจากประชาชน เหตุการณ์ดังกล่าวไม่สามารถเทียบเคียงกับปัจจุบันได้เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ มาจากการเสนอชื่อตามรัฐธรรมนูญ โดยมาในโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้หาเสียงกับประชาชนอย่างเปิดเผย โปร่งใส จนทำให้กระแสลุงตู่ฟีเวอร์ ทำให้พรรคพลังประชารัฐได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง 8,441,274 คะแนน ได้อันดับหนึ่งของประเทศ และมีการโหวตเลือกนายกผ่านรัฐสภา มาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกประการ เหตุการณ์จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ทราบว่าคณะก้าวหน้าไปนอนละเมออยู่ที่ไหนมา หรือแค้นที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แพ้อย่างราบคาบ ทำให้นึกถึงสุภาษิต ขี้แพ้ชวนตี แพ้ตามกติกาแต่ไม่ยอมรับว่าแพ้ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะเอาชนะ แม้กระทั่งการใช้กำลัง คณะก้าวหน้าไม่มีกำลัง มีแต่ข้อมูลเท็จปลุกระดมให้เข้าใจข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน จึงอยากเอาความจริงมาบอกให้คณะก้าวหน้าตื่นจากภวังค์ เลิกอคติ ทำเพื่อประชาชนแทน

"คณะก้าวหน้า เคยคิดตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันการรัฐประหาร และแพ้โหวตในสภาผู้แทน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2563 ซึ่งเป็นเรื่องค้างพิจารณา เสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล มี ส.ส.อภิปรายอย่างต่อเนื่อง จนมีการโหวต 459 เสียงเห็นด้วยให้ตั้งกรรมาธิการเพียง 215 เสียง ไม่เห็นด้วย ให้ตั้งกรรมาธิการ242 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ผมเคยออกมาบอกว่า ควรให้ นาย ปิยบุตร ตั้งกรรมาธิการศึกษานิสัยนักการเมืองมากกว่าเพราะทุกครั้งของการรัฐประหารเกิดจากนักการเมืองทุจริตคอรัปชั่น ทำให้กองทัพออกมาแก้ไขปัญหา โดยได้รับการตอบรับจากประชาชน ผมขอเตือนสติเพราะหวังดีกับคณะก้าวหน้า เป็นกำลังใจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน คำว่าก้าวหน้า ควรก้าวหาประชาชน ไม่ใช่ปล่อยเฟคนิวส์ชักนำ ปลุกม็อบ ทำให้กลับไปวังวนเดิม ถอยหลังเข้าคลอง ถอยรถตกคลอง"


นายสามารถ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนต่างชื่นชมและเห็นด้วยอย่างมาก ไม่ว่าจะเลือกตั้งซ่อมกี่ครั้งพรรคพลังประชารัฐ ก็ชนะทุกครั้ง ผลโพลช่วงโควิด พบคนสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้น จากร้อยละ 36.2 มาเป็นร้อยละ 46.9 กลุ่มคนไม่สนับสนุนลดลงร้อยละ 26.6 เหลือร้อยละ 22.0 จะเห็นจากผลสำรวจชี้ว่า ประชาชนให้คะแนนนิยม พล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไมมีกลุ่มคนที่ล่าสุดได้ถูกตัดสินยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมือง จะออกมาโวยวาย โกหก พูดเท็จ เล่านิทาน ให้คนหลงเชื่อเพื่อปลุกม็อบขึ้นมาใหม่ ท้ายสุดขอฝากถึงคณะก้าวหน้า ว่าขอให้หมั่นเข้าวัด นั่งสมาธิ ปล่อยวาง ลดทิฐิ แล้วตั้งใจทำงานการเมืองเพื่อประชาชน เพราะเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า คณะก้าวหน้าจะได้ก้าวหน้าสมชื่อ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend