ศบค.แถลงไทยพบผู้ป่วยใหม่ 7 ราย ไม่พบดับเพิ่ม
15 พ.ค. 2563
ศบค.แถลงประเทศไทยพบผู้ติดโควิด-19 เพิ่ม 7 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,025 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 56 ราย ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเเล้วรวม 2,854 ราย
ข่าว
15 พ.ค. 2563
ศบค.แถลงประเทศไทยพบผู้ติดโควิด-19 เพิ่ม 7 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,025 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 56 ราย ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเเล้วรวม 2,854 ราย
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยยอดจำนวนผู้ติดเชื้อประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 มีผู้ป่วยรายใหม่ยืนยัน 7 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,025 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 56 ราย กำลังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 115 ราย ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 4 ราย กลับบ้านเเล้วรวม 2,854 ราย
โดยผู้ป่วยใหม่ 7 ราย พบจากสถานที่กักกันทั้งหมด แบ่งเป็น ผู้ชาย 6 ราย และผู้หญิง 1 ราย ซึ่งทั้งหมดเดินทางกลับจากปากีสถาน เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนสถานการณ์ติดเชื้อทั่วโลก พบว่า ขณะนี้ มียอดผู้ติดเชื้อรวม 4,525,383 ราย แบ่งเป็นอาการรุนแรง 45,560 ราย รักษาหายแล้ว 1,703,214 ราย และเสียชีวิต 303,371 ราย ส่วนอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา จำนวน 1,457,593 ราย
นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ ยังเปิดเผยว่า กรมอนามัย สำรวจสถานประกอบการ 77 จังหวัด ทั้งเชิงปริมาณ และคุณภาพ โดยพบว่า ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผม ผ่านเกณฑ์มาตรฐานดีเยี่ยม ร้อยละ 27.18 และไม่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 63.08 ส่วนร้านสปา อาบน้ำตัดขน รับเลี้ยงสัตว์ ผ่านเกณฑ์ดีเยี่ยม ร้อยละ 40 และไม่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 53 ดังนั้น ขอความร่วมมือให้ช่วยกันปรับปรุง ให้ตัวเลขผ่านเกณฑ์ 70-90% ให้ได้ เพราะกำลังจะเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 2
นพ.ทวีศิลป์ ยังเปิดเผยถึงการผ่อนปรนมาตรการในระยะที่ 2 ว่า พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ได้นำเสนอมาตรการผ่อนปรนในระยะที่2 ต่อที่ประชุม ซึ่งเพิ่มกิจการในกลุ่มสีเขียว ได้แก่ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปในหลายพื้นที่และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์สูง
แบ่งกิจการหรือกิจการ ออกเป็น 3 ด้าน - ด้านเศรษฐกิจและการดูแลชีวิตก. ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ในอาคารสำนักงาน โรงอาหาร หรือศูนย์อาหาร ภายในหน่วยงาน (ให้เปิดได้โดยอาจให้นำกลับไปบริโภคที่อื่น หากเปิดให้ใช้บริการในสถานที่นั้นก็สามารถ ทำได้โดยต้องจัดระเบียบการเข้าใช้บริการ ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคและ คำแนะนำของทางราชการ ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน)
ข. ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ดีพาร์ทเม้นสโตร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต
***ส่วนโรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง สเก็ต คาราโอเกะ สวนสนุก สวนน้ำ สวนสัตว์ พื้นที่จัดกิจกรรม กิจกรรมส่งเสริมการขาย แข่งขันกีฬา ตู้เกมส์ เครื่องเล่นหยอดเหรียญ สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ศูนย์ประชุม ห้องประชุม ฮอลล์ สถานที่จัดนิทรรศการ โรงเรียน สถาบันกวดวิชา สนามพระเครื่อง พระบูชา ยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ
ค. ร้านค้าปลีก ค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ซูเปอร์มารเก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ตลาดค้าส่งขนาดใหญ่
กลุ่มออกกำลังกายดูแลสุขภาพ
ก.คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม เฉพาะเรือนร่าง ผิวพรรณและเลเซอร์ ไม่รวมการเสริมความงามบริเวณใบหน้า (ยกเว้น สถานเสริมความงาม ควบคุมน้ำหนัก สถานที่สักหรือเจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย)
ข. โรงยิม สถานที่ออกกำลังกายในร่ม สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส เฉพาะกีฬาตามกติกาสากล ที่ไม่มีลักษณะการปะทะกัน โดยอาจเล่นเป็นทีมไม่เกินทีมละ 3 คน และไม่มีผู้ชมการแข่งขัน ได้แก่ แบดมินตัน เซปัคตะกร้อ เทเบิลเทนนิส สควอช ฟันดาบ ยิมนาสติก ปีนผา สถานออกกำลังกาย (ฟิตเนส) เปิดเฉพาะส่วนฟรีเวท ใช้บริการเป็นรายบุคคล โดยสวมหน้ากากอนามัย/ผ้า และไม่มีการออกกำลังกายแบบรวมกลุ่ม รวมทั้งงดให้บริการ สายพานวิ่ง จักรยานปั่น เครื่อง Elliptical หรือเครื่องออกกำลังกายแบบ Cardio (ยกเว้นสนามมวย โรงเรียนสอน ศิลปะการต่อสู้ (ยิม) )
ค. สระว่ายน้ำสาธารณะ (กลางแจ้ง และในร่ม)โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการโดยคิดเกณฑ์ ตามขนาดพื้นที่ของสระว่ายน้ำ 150 ตารางเมตร ต่อ ผู้ใช้บริการ 1 คน เน้นการควบคุมกำกับ และให้คำแนะนำ ผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการโดยเคร่งครัด (แต่ยกเว้น สวนน้ำ สวนน้ำบึงธรรมชาติ กีฬาทางน้ำ เช่น เซิร์ฟบอร์ดเจ็ตสกี บานาโบ๊ต และเครื่อง เล่นกีฬาทางน้ำอื่นๆ)
กลุ่มกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่
ก. ห้องประชุม ศูนย์ประชุม เปิดเฉพาะให้บริการจัดประชุมขององค์กรหรือหน่วยงาน (Meeting) ลักษณะนั่งประชุมแบบจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม การกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมในแต่ละสถานที่ตั้งแต่ 50 ขึ้นไป ให้เป็นไปตามผลการพิจารณาของ คกก.โรคติดต่อจังหวัดหรือ กทม. ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมไม่เกิน 200 คน (ยกเว้น การจัดอบรม สัมมนา จัดแสดงสินค้า นิทรรศการ จัดงานเลี้ยง อีเว้นท์ในโรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า สถานที่จัดนิทรรศการ )
ข. ห้องสมุดสาธารณะ แกลอรี่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ ศิลปะร่วมสมัย ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ธรรมชาติวิทยา มานุษยวิทยาและชาติพันธุ์วิทยา วิทยาศาสตร์เครื่องจักรกล การแพทย์และสาธารณสุข พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา (ไม่รวมพื้นที่ชมวิดีทัศน์ที่มีการรวมกลุ่มคน และไม่รวมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา)
ค. กิจการถ่ายภาพยนตร์และวีดีทัศน์ โดยรวมทุกแผนกแล้วไม่เกิน 50 คน
นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ ยังบอกอีกว่า ที่ประชุมยังระบุให้คงไว้ซึ่งข้อกฎหมาย ที่เป็นประโยชน์ในการควบคุมโรคระบาด อาทิมาตรการการเข้าออกประเทศ การงดหรือชะลอการ เดินทางเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด แต่มีการปรับเปลี่ยนเคอร์ฟิว การเข้าออกเคหสถาน ให้เป็น 23:00 - 04:00 น โดยมาตรการเหล่าจะเริ่มผ่อนปรนวันที่ 17 พ.ค.นี้ ทั้งนี้รายละเอียดที่ครบถ้วนจะประกาศลง ราชกิจจานุเบกษาอีกครั้ง
ส่วนความกังวลในมาตรการเว้นระยะห่าง ต่อการใช้บริการรถสาธารณะ เช่น รถประจำทาง รถไฟฟ้า ที่ประชาชนเริ่มกลับมาใช้บริการจำนวนมากเหมือนเดิมแล้ว นพ.ทวีศิลป์ บอกว่า สิ่งที่ต้องฝากถึงประชาชน ก็คือยังอยากขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติกันเหมือนเดิม มีการใส่หน้ากากทุกครั้ง รวมถึงตระหนักเรื่องของการเว้นระยะห่าง
เมื่อถามถึงกรณีในที่ประชุม ศบค. ได้มีการหารือถึงเรื่องของการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น รวมถึงการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ลำปาง นายแพทย์ทวีศิลป์ บอกว่า ในที่ประชุมมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการจัดไว้ โดยจะมีการผ่อนปรนให้จัดในสถานศึกษาเป็นหน่วยงานได้ ส่วนเวลาอาจจะมีการเกินช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้ รวมถึงการเดินทางข้ามจังหวัด ในส่วนนี้ก็ได้รับการผ่อนปรนด้วย
ส่วนกรณีหลังจากมีการประกาศเปิดธุรกิจบางประเภท เช่น ห้างสรรพสินค้า มีความกังวลว่า จะมีประชาชนแห่ไปใช้บริการกันเยอะ โดยจะมีมาตรการอะไรออกมาควบคุมบ้าง นายแพทย์ทวีศิลป์ บอกว่า อาจจะต้องมีการใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อเช็คอิน เช็คเอ้าท์ ที่ประชาชนจะได้ทราบถึงความหนาแน่นของผู้มาใช้บริการ พร้อมย้ำว่า แต่ละห้าง ต้องเป็นผู้กำหนดเองว่า จะมีข้อจำกัดในการเข้าใช้บริการอย่างไรบ้าง โดยจะมีหน่วยงานลงไปตรวจสอบ
