เปิด 4 ข้อหา ส่อเข้าข่ายเอาผิด "ก๊วนเลเซอร์"

ประเด็นที่เกี่ยวกับการยิงเลเซอร์หรือยิงแสงจากเครื่องโปรเจคเตอร์ เป็นข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเดือน พ.ค.ปี 53 ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังพิจารณาแจ้งดำเนินคดีกับผู้กระทำดังกล่าว

สำหรับข้อหาที่ตำรวจกำลังพิจารณาและอาจจะแจ้งดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำ มีอยู่ 4 ข้อหาด้วยกัน ได้แก่
1. ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ
จนกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเป็นความผิดต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 "ยุยงปลุกปั่น" เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่
ประชาชน หรือทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
3. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งอยู่ในหมวดความผิด
ลหุโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
4. ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เพราะคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 และคดีเผาเมือง หลายสำนวนยัง
อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล การสร้างกระแสเพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงอาจเข้าข่ายชี้นำหรือ
ละเมิดอำนาจศาล ซึ่งศาลสามารถเรียกผู้กระทำการไปตักเตือนหรือดำเนินคดีก็ได้ หรือหากศาลไม่
ดำเนินการ ฝายโจทก์หรือจำเลยในคดีที่เห็นว่าการกระทำที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่ายชี้นำศาล หรือกระทบต่อ
เนื้อหาของคดีที่พิจารณาอยู่ ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลให้ดำเนินการกับผู้กระทำได้
นี่คือข้อหาที่ "อาจจะ" เข้าข่ายสามารถแจ้งดำเนินคดีได้เท่านั้น แต่นักกฎหมายหลายคนก็ยอมรับว่าไม่ใช่
เรื่องง่าย โดยเฉพาะความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญาฐานยุยงปลุกปั่น เนื่อง
จากต้องมี "เจตนาพิเศษ" ในการกระทำ ซึ่งฝ่ายผู้กล่าวหาจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้น
อยู่กับการพิจารณาของตำรวจว่าจะพิจารณาแจ้งข้อหาใดหรือไม่