ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"แรมโบ้ อีสาน" เตือนสติเกลอเก่า "ตู่ จตุพร" หยุดสร้างความแตกแยก

965 63
แรมโบ้ อีสาน เตือนสติเกลอเก่า ตู่ จตุพร หยุดสร้างความแตกแยก

"แรมโบ้ อีสาน" หรือนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนสติเกลอเก่า "ตู่ จตุพร" หยุดความคิดสร้างความแตกแยก ชวนมาช่วยกันสร้างความสามัคคีให้บ้านเมืองตอบแทนคุณแผ่นดิน

วันนี้ (13 พฤษภาคม 2563 )นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พูดในรายการ PEACE TALKE ผ่านเฟชบุ๊คกรณี การยิงเลเซอร์ตามหาความจริงเป็นตัวหนังสือตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตอกย้ำเหตุการณ์สลายการชุมนุมในอดีตนั้นว่า ผมเองในฐานะที่เคยเป็นอดีตแกนนำที่อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ในยุคนั้นคนหนึ่ง อยากจะเตือนสตินายจตุพร ในฐานะเพื่อนรักกันว่า บทเรียนในอดีตพวกเราเคยตกเป็นเครื่องมือของใครบางคนบางกลุ่ม

พวกเราต้องยอมรับความจริงกันว่า พวกเรามีจุดยืนที่เรียกว่าทฤษฎี 2 ขา ขาที่ 1.เรามีจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ขาที่ 2.เรามีจุดยืนเพื่อผลประโยชน์ตนเอง ในการรับใช้พรรคการเมืองเพราะพวกเราเป็นสมาชิกพรรคการเมืองกันเกือบทุกคน และเรายังมีผู้บังคับบัญชาคอยสั่งการอยู่เบื้องหลังในการชุมนุม คงไม่ต้องให้เราบอกว่าเป็นใคร พอเลือกตั้งเสร็จทุกคนก็ได้รับรางวัลสมนาคุณความดีความชอบ แกนนำทุกคนมีตำแหน่งทางการเมืองกันถ้วนหน้า บางคนให้มีตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ บางคนได้ลูกหรือภรรยามาเป็น ส.ส.ในสภา แกนนำบางคนได้เป็นถึงรัฐมนตรีในกระทรวงใหญ่ๆ สองสามกระทรวงด้วยซ้ำไป ที่ผมต้องพูดเพราะต้องทบทวนบทบาทความคิดตนเองว่าเราสู้เพื่อประชาชน สู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือสู้เพื่อพรรคการเมือง หรือสู้เพื่อใครบางคน หรือสู้เพื่ออยากมีอยากได้ตำแหน่งของตัวเราเอง เราต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดกันแบบไม่มีอคติกล่าวหาใส่ร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือพูดเพื่อทำลายบรรยากาศให้บ้านเมืองมันมีปัญหาความขัดแย้งกลับขึ้นมาอีก เหมือนในอดีตมันได้ประโยชน์อะไร อยากให้เพื่อนลองไตร่ตรองตั้งสติดูว่าผมพูดผิดหรือพูดถูก


ยิ่งจตุพรพูด ยิ่งไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่จะสร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา พวกเราน่าจะนำบทเรียนความขัดแย้งในอดีตที่ถูกกล่าวหาต่างๆ นานานำมาเป็นบทเรียนเตือนสติเตือนใจที่จะร่วมมือกันนำพาประเทศชาติไปสู่ความสามัคคีให้ได้ไม่ดีกว่าหรือเพื่อพิสูจน์ตนเองไม่เป็นอย่างที่คนอื่นกล่าวหา หรือไม่ก็กล้ายอมรับการความจริงแบบลูกผู้ชายไปเลยว่าเราเดินทางผิดคิดผิดไปแล้วเราผิดพลาดจริงๆ ไม่เห็นต้องไปกลัวอะไร ผมกลับมีมุมมองว่า ถ้าคนเราเดินผิดคิดผิด เรากลับตัวกลับใจคิดใหม่ทำใหม่ สังคมยังให้โอกาสให้อภัยเราได้เสมอ

จตุพรต้องพึงระวังอย่าเดินหลงทางซ้ำสอง ต้องพึงระมัดระวังอย่าตกเป็นเครื่องมือการเมืองของใครอีก ต้องหยุดการเดินหลงทางให้คนบางกลุ่มที่กำลังพยายามคิดจะสร้างความวุ่นวายสร้างความแตกแยกให้บ้านเมืองในขณะนี้ เราจะต้องไม่เป็นเครื่องมือให้ใครอีกต่อไป เหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นเมื่อปี 52 และ 53 ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับพวกเราว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นเช่นไร ยิ่งให้ผมพูดยิ่งจะเป็นการเผาพวกเดียวกัน อย่าให้ผมพูดเลย สุดท้ายประชาชนจะกล่าวหาว่า พวกเราเองต่างหากหลอกเอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือเป็นเกาะกำบังเรียกร้องคร่ำครวญหาประชาธิปไตย จนกระทั่งถูกยัดเยียดข้อหาพาประชาชนไปตาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ใครบางคน

ผมอายเขายิ่งผมพูดจะยิ่งเห็นธาตุแท้ของใครบางคนที่ทำกับพวกเราและยิ่งบาปกันไปใหญ่ ผมเองก็สุมแน่นเต็มหน้าอกไม่เคยคิดอยากระบายกับใคร ขณะนี้เวลานี้สมองคิดอย่างเดียว อยากไถ่บาปอยากกลับเนื้อกลับใจ อยากใช้ชีวิตและลมหายใจที่เหลืออยู่ตอบคุณแผ่นดิน หมั่นเข้าวัดทำบุญสร้างกุศลให้วีรชนทุกคนที่ล่วงลับได้อโหสิกรรมให้พวกเราทุกคน ขอชีวิตและลมหายใจที่เหลืออยู่ ทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติและประขาชน เพื่อสร้างความปรองดองให้สันติสุขกับคืนมาสู่แผ่นดินไทย ซึ่งเป็นสิ่งพี่น้องประชาชนคนไทยต้องการ ผมจึงฝากถึงเพื่อนรักตู่จตุพร ขอเป็นคำพูดที่เพื่อนเตือนสติเพื่อน ขอให้ใช้สติทบทวนให้หนักแน่นค่อยๆ คิดทบทวนตัวเอง เพราะชีวิตจริงไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเอง บทเรียนสอนใจความเจ็บปวดในชีวิตคงเตือนสติเพื่อนให้หยุดพอได้แล้ว มีอะไรคุยกันปรึกษากัน เพื่อนคนนี้ยินดีพาเพื่อนไปสู่หนทางที่พบความสงบในชีวิต เรามาสร้างบุญกุศลให้ประเทศชาติ ประชาชนร่วมกันก่อนสิ้นลมหายใจ เพราะชีวิตนี้ไม่มีใครรู้ว่าเราจะจากโลกใบนี้ไปวันไหน ชีวิตนี้ไม่มีใครรู้วันตายของตัวเราเอง อาจจะช้าหรือเร็วแล้วแต่ชะตากรรม แต่ชีวิตที่ยังดำรงเหลืออยู่ในปัจจุบันเรามาทำความดีเพื่อตอบแทนพระคุณแผ่นดินที่ให้เราเกิดมา ไม่ดีกว่าหรือ

ที่ผมพูดถึงเพื่อนรักจตุพรไม่ได้มีอคติส่วนตัวแต่อย่างใด ก็เพียงเตือนกันในฐานะเพื่อนรักอีกสักครั้ง ส่วนจตุพรจะเห็นด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่เพื่อน จะเกลียดจะโกรธผมก็คงไม่ว่ากันแต่ผมพูดด้วยความหวังดีจะขอเตือนครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และจะไม่ก้าวล่วงเพื่อนอีกถือว่าเราได้คุยกับเพื่อนเป็นที่สุดแล้ว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend