svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

จี้"บิ๊กตู่"เลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข่มขู่ประชาชน

10 พฤษภาคม 2563
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

"พิชัย นริพทะพันธุ์" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จี้ "บิ๊กตู่" ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ผ่อนคลายให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ห่วงใช้ 4 แสนล้าน เอาใจส.ส.รัฐบาล

(10 พฤษภาคม 2563)นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีพลังงาน กล่าวว่า ตามที่มีสื่อหลักของญี่ปุ่นนิเคอิ เอเชียน รีวิว วิจารณ์รัฐบาลในประเทศอาเซียน โดยเฉพาะรัฐบาลไทยโดยระบุไปที่พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่ามีการใช้ข้ออ้างการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการควบรวมอำนาจของตนเองและใช้กีดกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนและฝ่ายค้านดังนั้นในสถานการณ์ที่การระบาดของไวรัสดีขึ้นตามลำดับ จึงควรที่รัฐบาลจะต้องยกเลิกพรก. ฉุกเฉิน ได้แล้ว และ ควรจะต้องเริ่มผ่อนคลายให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ทั้งนี้ที่ผ่านมาต้องขอชื่นชมความสามารถของบุคคลากรทางการแพทย์ของประเทศไทยที่ทำให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เพราะ พ.ร.ก. ฉุกเฉินแต่อย่างไร ความจริงคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินกลับเป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนในการทำมาหากินและปัญหาในการเดินทางกลับบ้านของประชาชนจำนวนมากและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินยังใช้ข่มขู่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาไม่ให้แสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะเรื่องความไม่พอใจในการบริหารประเทศที่ล้มเหลวของรัฐบาลมาตลอด 5 ปีกว่านี้

นอกจากนี้ สื่อหลักญี่ปุ่นยังวิจารณ์รัฐบาลไทยในการใช้เงินจำนวนมากกว่า58,000เหรียญ (1.9ล้านล้านบาท) ว่าจะเป็นการแจกเพื่อหาเสียงให้กับตัวเอง

อย่างไรก็ดี เงินที่ใช้เยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนถือเป็นความจำเป็นที่ต้องดำเนินการ แม้กระนั้น การเยียวยาของรัฐบาลยังมีปัญหาความไม่ทั่วถึง คนลำบากจำนวนมากไม่ได้รับการเยียวยา แต่เงินกู้อีก400,000ล้านบาทที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะไปใช้ฟื้นเกษตรกรและฐานราก เกรงว่าจะเป็นเบี้ยหัวแตก และจะไปซ้ำซ้อนกับโครงการเดิมที่แต่ละกระทรวงมีแผนงานอยู่แล้ว

สุดท้ายห่วงว่าจะกลายเป็นการนำเงินกู้ก้อนมหาศาลดังกล่าวไปใช้เพื่อเอาใจ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะ สส. ของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรักษาตำแหน่งของตนและพวกพ้อง ที่กำลังมีปัญหาความไม่พอใจของ สส. จำนวนมากใน พปชร. ที่ต้องการเปลี่ยน นายอุตตม สาวนายน และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจากหัวหน้าพรรค และ เลขาธิการพรรค เพื่อให้เปลี่ยนออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งจะรวมไปถึงการจะปลด นายสมคิดออกจากตำแหน่งด้วยจากผลงานการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว

ดังนั้น จึงอยากให้ มีการใช้เงินเพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการใช้เพื่อรักษาตำแหน่งเพราะจะเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ และ ประชาชนทั้งประเทศจะต้องมาใช้หนี้ก้อนมหาศาลนี้แทน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องมาแบกภาระอย่างหนักในอนาคต

อย่างไรก็ดี หากมองย้อนหลัง5ปี รัฐบาลได้ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลโดยอ้างว่าเพื่อช่วยเกษตรกรและฐานราก แต่ความเป็นอยู่ของเกษตรกรและฐานรากกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยแถมยังแย่ลงอย่างมาก รายได้หดหายและคนจนกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น และที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกเศรษฐกิจไทยจะแย่ไปอีก9เดือน ทั้งที่ความจริงคือเศรษฐกิจไทยแย่มาตลอด5ปีกว่าแล้ว อีกทั้ง ไม่เคยปรากฏเลยว่าจะมีคนอดอยาก และ ฆ่าตัวตายกันอย่างมากเหมือนในปัจจุบัน และ อีก9เดือนก็ยังไม่เห็นว่าจะฟื้นได้อย่างไร

ดังนั้นการใช้เงินอีก4แสนล้าน เพื่อเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ได้ผลเหมือนที่รัฐบาลเคยทำมาแล้วตลอดหลายปี ซึ่งอาจจะกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเหมือนโครงการเงินกู้ไทยเข้มแข็ง4แสนล้านบาท สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ หรือ การเข้าช่วยการบินไทยทั้งที่โอกาสรอดทางธุรกิจมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย

สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ การต้องพัฒนาวิสัยทัศน์ให้เห็นว่าอนาคตของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังวิกฤตไวรัส แล้วพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับอนาคตโดยมุ่งเน้นการปรับระบบราชการ การสร้างธุรกิจในแนวทางใหม่ และ การเพิ่มการจ้างงาน โดยที่การว่างงานของคนจำนวนมากประมาณ7-10ล้านคน จะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต และรัฐบาลยังไม่มีแนวทางที่จะรับมือแต่อย่างไร

logoline