ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"เทพไท"จี้รัฐทำตามที่เสนอเยียวปชช.จากโควิด-19

202 9
เทพไทจี้รัฐทำตามที่เสนอเยียวปชช.จากโควิด-19

"เด็กประชาธิปัตย์"วอนรัฐออกประกาศเป็นทางการเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้เรื่องเยียวยาโควิด-19 อย่างทั่วถึง กันปชช.ทะลักทวงสิทธิ์ แนะรบ.ใช้แนวทางที่เสนอไปสามารถช่วยคนได้ทุกกลุ่มเท่าเทียม

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุถึงการเยียวยาผู้ได้รับกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ขณะนี้ว่า เห็นด้วยกับกระทรวงการคลังที่เปิดจุดรับเรื่องร้องทุกข์ และแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนออนไลน์ของประชาชน ที่ไม่สามารถรับการเยียวยาได้ แต่ส่วนตัวอยากชให้รัฐบาลได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อประชาชนในต่างจังหวัดได้ไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลากลางของทุกจังหวัด

ทั้งนี้ เพื่อประชาชนในต่างจังหวัดได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเท่าเทียมกันกับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร และเชื่อว่าต่อจากนี้ก็จะมีคนมาร้องทุกข์จำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น อยากให้ขยายเวลาออกไปอีก เพราะคนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ จนในที่สุดก็หนีไม่พ้นการเปิดจุดรับฟังปัญหาและแก้ไขให้กับประชาชนจนกว่าโครงการนี้จะเสร็จสิ้น ก็จะมีประชาชนอีกหลายสาขาอาชีพ หลายกลุ่ม ออกมาทวงสิทธิ์การเยียวยา ซึ่งรัฐบาลก็ควรจะให้ความสำคัญและช่วยเหลือเช่นกัน


ซึ่งกำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ คือ1.กลุ่มซาเล้ง ที่นำเสนอโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์2.กลุ่มคนชายขอบ กลุ่มคนไร้บ้าน ที่นำเสนอโดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์3.กลุ่มศิลปินพื้นบ้าน นักร้อง นักแสดง ที่นำเสนอโดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง4.กลุ่มผู้สูงอายุ ที่นำเสนอโดยนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ฯลฯ ซึ่งตอนนี้รัฐบาลตั้งเป้าหมายการเยียวยาผู้ได้รับการคัดกรองแล้วจำนวน 16 ล้านคน และการเยียวยาเกษตรกรอีก 10 ล้านครัวเรือน รวมทั้งหมด 26 ล้านคน และอาจยังมียอดตกค้างเพิ่มเติมในภายหลังอีกจำนวนหนึ่ง

"คาดว่าน่าจะตกอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิธีการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ จำนวนเงินงบประมาณเกินเป้าหมายที่วางไว้ ถ้ารัฐเลือกใช้วิธีการเยียวยาที่ผมเคยเสนอ และยืนยันมาโดยตลอดว่าเป็นวิธีการที่ดีกว่า คือ จ่ายเป็นรายครัวเรือน หรือจ่ายเป็นรายบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปมีเงินฝากธนาคารไม่เกิน 100,000 บาท จะใช้เงินงบประมาณน้อย รวดเร็วกว่า และทั่วถึงเป็นธรรมกว่า อีกทั้ง ไม่ซ้ำซ้อน"นายเทพไท กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"ได้เดินหน้ามาถึงตอนนี้แล้ว คงจะไม่เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงอะไรอีก มีแต่จะสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปให้เร็วที่สุด ยึดถือตามคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า "หุงข้าวเสร็จแล้ว จะสุกหรือดิบ ก็ต้องคดกินกันเท่านั้น" แต่จะขอตั้งข้อสังเกตฝากไว้กับรัฐบาล เพื่อใช้เป็นบทเรียนของการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend