ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

นิพนธ์ ติดตามสถานการณ์โควิดฯร่วมประชุม Video Conference ที่จ.สงขลา

183 3
นิพนธ์ ติดตามสถานการณ์โควิดฯร่วมประชุม Video Conference ที่จ.สงขลา

นิพนธ์ ติดตามสถานการณ์โควิดฯร่วมประชุม Video Conference ที่จ.สงขลา มอบจังหวัดเตรียมลุยเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจชุมชน ขณะที่ ศบค.เตรียมผ่อนปรน 6 กิจการทั่วประเทศ 3 พ.ค.2563 นี้

เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ 30 เม.ย.63 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ร่วมประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล กับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ณ  ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน ซึ่งนายกฯรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้มีประกาศในเรื่องของการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่1) เรื่ิองการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลบังคับตามประกาศเรื่อง การให้ข้อกำหนดประกาศ และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลบังคับ ลงวันที่ 28 เมษายน 2563 โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์  ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงปรากฏอยู่ แม้จะควบคุมไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขไทย ความเข้าใจสถานการณ์ และที่สำคัญคือ ความร่วมมือจากภาคประชาชน แต่เนื่องจากโรคนี้ยังคงระบาดรุนแรงอยู่ในหลายประเทศ และยังมีการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตลอดจนการไปมาหาสู่ข้ามจังหวัด และการไม่นำพาต่อมาตราการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด อันแสดงให้เห็นถึงโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ อีกทั้ง องค์การอนามัยโลกได้เตือนให้การผ่อนคลาย หรือการยกเลิกมาตราการป้องกันโรคพึงทำด้วยความระมัดระวัง และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะเป็นที่ปรากฏแล้วว่าภายหลังการยกเลิกการควบคุม สถานการณ์ในบางประเทศกลับรุนแรงขึ้นใหม่ 

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลจะได้ประเมินสถานการณ์โดยอาจเพิ่มความเข้มงวด หรือผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตราการตามข้อมูลของฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และฝ่ายเศรษฐกิจ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยังมีผลบังคับใช้ต่อไปควบคู่กัน โดยมุ่งจะให้การควงคุมและการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินยุติลงโดยเร็วและไม่ย้อนกลับมาอีก ขณะเดียวกันประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ภายใต้มาตราการป้องกันโรคและคำแนะนำของทางราชการ โดยมีการพิจารณาผ่อนคลายเป็นลำดับขั้นตอนตามหลักเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด และคำนึงถึงประเภทของกิจการที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งขณะนี้ทางศบค. เตรียมออกมาตราการผ่อนปรน 6 กิจการทั่วประเทศซึ่งจะประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 ได้แก่ 1. กิจการตลาดทุกประเภท 2. กิจการร้านจำหน่ายอาหาร 3. กิจการค้าปลีก -ส่ง  4. กิจการกีฬา - สันทนาการ 5. กิจการช่างตัดผม ช่างเสริมสวย และ 6. กิจการร้านตัดขนสัตว์

ทัังนี้ได้มอบหมายให้ผวจ. จพง.ควบคุมโรคติดต่อที่ออกกฏหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ผู้มีอำนาจตามกฏหมายว่าด้วยการเดินอากาศและกฏหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนวันที่ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับ ไม่ว่าจะเป็นการห้าม การให้กระทำการ หรือการผ่อนคลายใดๆ ถือเป็นประกาศหรือสั่งตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราขกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม

นอกจาก นิพนธ์ รมช.มท. ยังมีการมอบหมายภารกิจเพิ่มเติมอีกว่า ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคราชการและท้องถิ่น ได้เตรียมเดินหน้าเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งการสร้างและต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน เช่น เรื่องเกษตรครัวเรือน ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในชุมชน นำไปสู่เศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนในชุมชนมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น พึ่งพาตัวเอง สังคม และประเทศชาติเกิดความเข้มแข็ง สร้างไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ต่างๆได้อย่างมั่นคงต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์