ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เชียงใหม่ถอดบทเรียนญี่ปุ่น-สิงคโปร์ หาแนวทางคลายล็อค

3.16K 23
เชียงใหม่ถอดบทเรียนญี่ปุ่น-สิงคโปร์ หาแนวทางคลายล็อค

นายแพทย์ธนชล วงศ์หิรัญเดชา นายแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน ด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 28 เม.ย.2563 เพื่อรายงานความคืบหน้าด้านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์โดยทั่วกัน

โดยสำหรับสถานการณ์วันนี้ ในจังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 40 ราย และไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม ขณะเดียวกันมีผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวนทั้งสิ้น 8 ราย กลับบ้านไปแล้ว 31 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนสถานการณ์ในประเทศมีผู้ป่วยติดเชื้อรวมทั้งหมด 2,938 ราย และวันนี้เป็นวันที่พบผู้ป่วยเพิ่มน้อยที่สุดในรอบ 1 เดือน คือเพิ่มขึ้นเพียง 7 ราย และส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็น กลับบ้านได้แล้ว จำนวน 2,652 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล 232 ราย และเสียชีวิต 54 ราย

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังในจังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมทั้งหมดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมามีจำนวน 1,278 ราย โดยยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 48 ราย และกลับบ้านแล้ว 1,230 ราย ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯและปริมณฑล มีทั้งสิ้น 15,957 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีการติดตามครบแล้ว และมีผู้ที่เข้ามาเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้นโดยที่ยังติดตามไม่ครบมีเพียง 1,011 ราย ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศในเขตติดต่อโรคอันตรายมี 1,509 ราย และไม่มีจำนวนผู้เดินทางเข้ามาใหม่ ขณะที่ในส่วนของผู้ที่พักอยู่ใน local quarantine มีจำนวน 1 ราย

นายแพทย์ธนชล กล่าวถึงการถอดบทเรียนการระบาดโควิด-19 รอบที่ 2 ในประเทศญี่ปุ่น และสิงคโปร์ว่า ในประเทศญี่ปุ่นการเกิดการระบาดรอบ 2 นั้น จากรายงานทราบว่าน่าจะเกิดจากการที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินช้า ประกอบกับลักษณะการขนส่งสาธารณะ หรือการเดินทางของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นการเดินทางในรถไฟฟ้า ที่มีลักษณะค่อนข้างแออัดและควบคุมความหนาแน่นได้ลำบาก รวมถึงการทำงานในออฟฟิศที่มีคนหนาแน่น และอีกปัจจัยคือผู้คนเริ่มล้ากับการทำตามมาตรการในการเว้นระยะห่าง

ขณะที่ในส่วนของประเทศสิงคโปร์นั้น จากรายงานทราบว่า หอพักหรือที่พักของคนงานสิงคโปร์ที่เป็นชาวต่างด้าว ที่อาศัยอยู่กันหลายหมื่นคนมีความแออัด และคนสิงคโปร์ที่กลับมาจากต่างประเทศ ก็ไม่ได้เข้มงวดในเรื่องของการกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้คนในบ้าน รวมไปถึงคนจำนวนมากเริ่มล้ากับการทำมาตรการ social distancing จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อขึ้นอีกครั้ง 

นอกจากนี้ทางประเทศสิงคโปร์เองยังพบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในบ้านพักคนชราซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี อีกทั้งยังพบการระบาดในศูนย์เด็กเล็กที่มีเด็กที่ไม่แสดงอาการแต่สามารถแพร่เชื้อได้ เมื่ออยู่ที่บ้านก็ทำให้แพร่เชื้อกับผู้ปกครองและคนในครอบครัว และอีกสาเหตุคือร้อยละยี่สิบของพนักงานทำงานด้านการบริการยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการบริการที่จำเป็น รวมทั้งคนกลุ่มนี้ก็ไม่จริงจังกับการใส่แมสหรือหน้ากากอนามัย ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของไวรัส

อย่างไรก็ตามจากการศึกษาทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว ทำให้นำมาสู่ข้อเสนอแนะในการป้องกันควบคุมโรคของจังหวัดเชียงใหม่ โดยอันดับแรกสิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้คือการมี local quarantine ที่ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ มีอยู่ 4 ที่ด้วยกัน ประกอบด้วยที่กองร้อยรักษาดินแดน และอีก 3 ที่คือโรงแรมที่ได้มีการปรับพื้นที่ให้เป็น local quarantine ให้กับจังหวัดเพื่อรองรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรค รวมถึงมีการเฝ้าระวังในกลุ่มคนที่อาศัยหนาแน่น เพื่อประเมินความเสี่ยงและการวางมาตรการ ตลอดจนการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในศูนย์เด็กเล็กและบ้านพักผู้สูงอายุโดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตรวจสอบเพื่อประเมินสถานการณ์ความเสี่ยง อย่างไรก็ตามแม้ว่าในจังหวัดเชียงใหม่นั้น ขณะนี้สถานการณ์จะดีขึ้นมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ควรชะล่าใจ ดังนั้นในการดำเนินการในมาตรการต่างๆ ขอให้ประชาชนยังคงปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดการแพร่ระบาดในรอบที่ 2 ที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน


เรื่องโดย เกรียงไกร รัตนา | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์