ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

หนุน อสม.ล้านคนทัพหน้า เดินเคาะประตูเก็บข้อมูล ต้านโควิด-19

187 1
หนุน อสม.ล้านคนทัพหน้า เดินเคาะประตูเก็บข้อมูล ต้านโควิด-19

สสส. และ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สนับสนุนหนุน อสม. 1 ล้านคนทั่วประเทศ เคาะประตูบ้านต้านโควิด-19 ยึดต้นแบบจาก ต.บุญเรือง จ.เชียงราย เป็นชุมชนตัวอย่างกลไกชุมชนเข้มแข็ง

นายฤทธิ์ ช่างปัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบัน ต.บุญเรือง มีประชากรราว6,300 คน จาก 10 หมู่บ้าน ในช่วงเกิดโควิด-19 พบว่าชาวบ้านที่ไปทำงานต่างจังหวัดเริ่มทยอยกันเดินทางกลับภูมิลำเนา รพ.สต.บุญเรืองจึงแก้ปัญหาด้วยการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีอยู่ 124 คนกระจายกันรณรงค์สื่อสารคนในชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่โดยขอความร่วมมือผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับ พักผ่อนอยู่บ้านตามอัธยาศัยแทนการใช้คำว่ากักตัว พร้อมชี้แจงวิธีการดูแลตัวเองตามหลักสาธารณสุข หลังจากนั้นอสม. จะต้องเข้าไปเก็บข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านทุกวันซึ่งเป็นข้อมูลการเดินทางเข้าออกของคนในชุมชนและข้อมูลสุขภาพที่ได้จากการตรวจวัดไข้เพื่อนำส่งรายงานให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายโดยพบว่าตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ยังไม่พบผู้ป่วยติดโควิด-19แม้แต่รายเดียว แต่ในอนาคตหากพบผู้ติดเชื้อและผู้ได้รับผลกระทบจากชุมชนก็ได้เตรียมสถานที่ไว้รองรับแล้ว


"ล่าสุดในตำบลไม่มีการจัดงานมหรสพทุกประเภท ยกเว้นงานศพ แต่มีมาตรการจำกัดคนมาร่วมงานอย่างเคร่งครัด มีการวัดไข้  นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มทำหน้ากากผ้ามัสลินโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสวัสดิการหมู่บ้าน จากกองทุนต่างๆรวมถึงการรับบริจาคบางส่วนมาซื้อข้าวสารอาหารแห้งแจกจ่ายให้ผู้ที่ขาดแคลนและในส่วนของตลาดสด ได้ทำการฉีดล้างทำความสะอาดจัดระยะห่างคนซื้อคนขายตามหลักสาธารณสุขพร้อมกำชับให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เข้ามาภายในตลาด" นายฤทธิ์กล่าว

พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโกผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ต.บุญเรืองมีรูปแบบการสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพ มีการใช้ไลน์กลุ่มสื่อสารข้อมูลความคืบหน้าต่างๆเกี่ยวกับโควิด-19 เป็นไปตามหลักเว้นระยะห่างทางสังคมที่ สสส. กระทรวงสาธารณสุข  และพบว่าชาวบ้านจำนวนมากถึง 90%เข้าใจวิธีการดูแลตัวเอง จนเกิดเป็นสโลแกนชุมชนที่ว่า "กินร้อนช้อนเรา ล้างมือ ถือสันโดษ ไม่โทษใคร รีบไปรีบกลับ รับผิดชอบต่อสังคม"

และเมื่อทุกคนเกิดความเข้าใจแล้ว มาตรการทางสังคมก็จะตามมา ในภายหลังพบว่าคนในชุมชนต่างทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา คอยแนะนำเตือนกันและกันหากมีใครเผลอลืม ซึ่งถือเป็นความยั่งยืนในการแก้ปัญหาที่ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน

"ตำบลบุญเรืองคือแบบอย่างการทำงานให้กับ อสม.อีกกว่า 1 ล้านคน ใน 152 ตำบล จากโครงการตำบลจัดการสุขภาพเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่ง สสส.ได้สนับสนุนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพขับเคลื่อนให้เกิดชุมชนสร้างสุขโดยกลไกตำบลจัดการคุณภาพชีวิตแต่ล่าสุดได้ปรับรูปแบบโครงการตามสถานการณ์ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของ "อสม.เคาะประตูบ้าน ต้านโควิด-19" โดย สสส.ได้จุดประกายให้เกิดนวัตกรรมทางความคิดและเกิดระบบการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหารพราน ตำรวจภูธรตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ" พญ.ขจีรัตน์ กล่าว

เรื่องโดย ชิษณุชา ฤทธิรักษา | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend