ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563

โฆษก ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 เพิ่ม 53 ราย ดับเพิ่มอีก 1

21.04K 96
โฆษก ศบค. เเถลงไทยพบติดโควิด-19 เพิ่ม 53 ราย ดับเพิ่มอีก 1

ศบค. แถลงพบยอดผู้ป่วยรายใหม่ พุ่ง 53 คน พบเป็นการติดเชื้อในประเทศเพียง 11 คน แต่ระบาดหนักในสถานกักขังแรงงานต่างด้าว ด่านสะเดา 42 คน ขณะที่ทีมแพทย์เตรียมเครื่องเอกซเรย์ปอดเข้าตรวจทันที ชี้ ต้องรักษาตามหลักมนุษยธรรม แม้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ยืนยันสงขลาไม่เสี่ยงเพิ่ม

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2563 มีผู้ป่วยรายใหม่ยืนยัน 53 คนซึ่งเป็นผู้ป่วยทั่วทั้งประเทศ 11 คนและพบจากการค้นหาเชิงรุกในศูนย์กักกันแรงงานต่างด้าว อำเภอสะเดาจังหวัดสงขลาอีก 42 คน ตามนโยบายเชิงรุกที่ต้องเข้าตรวจในพื้นที่มากขึ้น เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ที่ด่านสะเดามีการติดเชื้อ ซึ่งเป็นการศึกษาการค้นหาในประเทศสิงคโปร์ โดยกลุ่ม 42 คนนี้มีร่างกายแข็งแรงดีอาการไม่มากแต่จะมีการนำเครื่องเอกซเรย์ปอดเข้าไปตรวจว่ามีอาการอย่างไรบ้าง แม้ว่าแรงงานเหล่านี้จะเข้ามาอย่างผิดกฎหมายแต่จะต้องดูแลตามหลักมนุษยธรรมให้คนเหล่านั้นปลอดจากโรค

ทั้งนี้นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังระบุถึง กรณีพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 42 คนในพื้นที่กักขัง จะไม่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดสงขลา เนื่องจากจะมีการจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างเข้มข้นในพื้นที่ขอบเขตจะอยู่เพียงแค่นั้นเช่นเดียวกับในพื้นที่โรงพยาบาล

ส่วนในวันนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายรวม 51 รายเป็นชายไทย อายุ 48 ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นคนในครอบครัวพบมีการติดเชื้อแล้ว 4 คนโดยเริ่มป่วย วันที่ 1 เมษายน ด้วยอาการไข้ไอ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ ซึ่งผลตรวจออกมาปกติได้รับยากลับบ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้นเริ่มเข้ารับการรักษาอีกครั้งในวันที่ 12 เมษายนมีอาการไข้สูง 40 องศา หายใจลำบาก ไอ และผลยืนยันว่าติดเชื้อ แต่ในวันที่ 16 เมษายน อาการแย่ลง จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตในวันที่ 24 เมษายน ด้วยอาการภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว

ส่วนปัจจัยเสี่ยงในผู้ป่วยยืนยัน รายใหม่ทั้ง 53 คนแบ่งเป็นจากการเฝ้าระวังของระบบบริการ 4 คน แบ่งเป็นสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 3 คน ไม่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันซึ่งไปในพื้นที่ชุมชน 1 คน เป็นการค้นหาเชิงรุกในชุมชนพื้นที่จังหวัดยะลา 7 คน และตรวจพบเชิงรุกในศูนย์กักขังคนเข้าเมืองอำเภอสะเดาจังหวัดสงขลา 42 คน

ส่วนการกระจายตัวของผู้ป่วยรายใหม่ 11 คนในประเทศ พบว่าอยู่ในจังหวัดยะลา 7 คนกรุงเทพฯ 2 คนชลบุรี 1 คนและภูเก็ต 1 คน ส่วน 42 คนที่อยู่ในสถานกักขังตรวจคนเข้าเมือง แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมาร์ 34 คน เวียดนาม 3 คนมาเลเซีย 2 คน เยเมน 1 คน กัมพูชา 1 คน และอินเดีย 1 คน

ส่วนพื้นที่จังหวัดที่มีการทำ PUI หรือผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สะสมโรคที่มีกลุ่มอาการไอไข้หรือมีน้ำมูกก่อนทำ PCR หรือตรวจสารคัดหลั่งหลังโพรงจมูก สะสมมากกว่า 1,000 คน ประกอบไปด้วยกรุงเทพมหานคร 12,071 คน ยะลา 4,557 คน นนทบุรี 3,652 คน ชลบุรี 2,207คน ภูเก็ต 2,182 คน และสมุทรปราการ 1,326 คน

ส่วนคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศและจะเดินทางกลับ วันที่ 25 เมษายนเป็นคนไทยเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านเที่ยวบิน w5051 เวลา 07:25 น.จำนวน 21 คน เป็นคนไทยเดินทางกลับจากประเทศอินเดียเที่ยวบิน FD 9123 เป็นแบบเช่าเหมาลำเวลา 15:10 น. จำนวน 171 คน ในวันที่ 26 เมษายน เป็นคนไทยเดินทางกลับจากประเทศออสเตรเลียเที่ยวบิน TG 476 จำนวน 212 คน ในเวลา 16:20 ฉันเป็นคนไทยนักเรียน แรงงาน ที่ยังตกค้างในภายในประเทศ

ส่วนมาตรการขนส่งสินค้าบริเวณด่านชายแดนต้องมีมาตรการกำหนดพื้นที่ควบคุมประกอบด้วยกำหนดพื้นที่ขนส่งสินค้าบริเวณด่าน ให้มีการตั้งจุดคัดกรองและพ่นยาฆ่าเชื้อ รวมไปถึงจัดพื้นที่กักกันหากมีความจำเป็น ด้านมาตรการควบคุมให้กำกับผู้ขนส่งให้ขนถ่ายสินค้าด้วยความรวดเร็ว แล้วเมื่อเสร็จแล้วให้ผู้ขับรถรีบกลับประเทศของตนทันที พร้อมกลับไม่ให้คนขับหรือผู้ประจำรถลงจากรถหากไม่จำเป็น คนขับรถหรือคนประจำรถที่เป็นคนสัญชาติไทยต้องกลับประเทศ ภายในเวลา 7 ชั่วโมง

ด้านการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิวในเวลา 22:00 นถึง 14:00 นพบผู้กระทำความผิดออกนอกเคหสถาน 595 คนแบ่งเป็นเดือน 78 คนและดำเนินคดีทั้งสิ้น 517 คดี ส่วนการมั่วสุมชุมนุมมีผู้กระทำความผิดทั้งสิ้น 40 คนโดยเป็นการดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบการกระทำความผิดมากที่สุดคือจังหวัดนครราชสีมามีการออกนอกเคหสถานทั้งสิ้น 12 คนจังหวัดปทุมธานีสถาน 52 กดมั่วสุม 8 คนกรุงเทพฯออกนอกเคหสถาน 57 คนมั่วสุม 3 คนสุราษฎร์ธานีออกนอกเคหสถาน 22 คนเชียงใหม่ออกนอกเคหสถาน 7 คนซึ่งจำนวนการกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 24 เมษายน พบผู้กระทำความผิด 4076 คนเป็นชายมากกว่าหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 19 ถึง 30 ปี

ส่วนที่องค์การอนามัยโลกเตือนผู้สูบบุหรี่เสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 และมีปัญหามากกว่าคนร่างกายปกตินั้น นายแพทย์ทวีศิลป์ ยอมรับว่า ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งบางคนใช้บุหรี่มวนเดียวกันอาจจะมีการปนเปื้อนทางน้ำลาย รวมไปถึงบางคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีการพ่นออกมาและควันปริมาณมากถือเป็นละอองฝอยและเป็นการนำเชื้อพ่นกระจายไปถูกผู้อื่น ส่วนตนเองนั้นการสูบบุหรี่ทำให้ปอดไม่ค่อยดี สารนิโคตินที่เคลือบปอดจะทำให้การทำงานของปอดไม่ดี พื้นที่ของปอดน้อยลง เชื้อโรคจะเข้าไปจับได้ง่าย

ส่วนการกำชับพื้นที่จังหวัดที่มีการคลายล็อคมาตรการไปแล้วนั้น นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหญ่เกินที่จะมีข้อกำหนดต่างๆระบุอยู่ ซึ่งพื้นที่จังหวัดถือเป็นหน่วยย่อย หากมีการปลดล็อกก็ห้ามมีมาตรการย่อหย่อนกว่าที่พ.ร.ก.ฉุกเฉินกำหนด แต่หากจะมีกฎเกณฑ์ที่เข้มและแข็งกว่าก็ไม่มีปัญหา


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend