ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

หมอ รพ.ตจว. ตัดพ้อรัฐบาลเพี้ยนตัดงบสาธารณสุข

154 1
หมอ รพ.ตจว. ตัดพ้อรัฐบาลเพี้ยนตัดงบสาธารณสุข

วันนี้เมื่อเวลา 12.00 น. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบลจะนะ ได้นำทีมข่าวสำรวจพื้นที่โรงพยาบาลจะนะ และได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า งบประมาณที่ต้องใช้ไปกับการเตรียมความพร้อมในช่วงโควิด-19 ทั้งทางด้านการปรับปรุงปรับเปลี่ยนสถานที่ให้รับกับสถานการณ์โควิด ตัวอย่างเช่นที่โรงพยาบาลจะนะ เราเพิ่มจุดคัดกรอง เราปรับปรุงหอพักแพทย์ให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดขนาด 20 เตียง เราต้องจัดอัตรากำลังมาสอบสวนโรคทุกวันซึ่งต้องจ่ายค่าตอบแทนเพิ่ม เราจัดยาโรคเรื้อรังส่งตรงไปที่บ้านผู้ป่วยกว่า 5,000 คน ซื้อครุภัณฑ์การแพทย์เพิ่ม ลงทุนกั้นห้องแบ่งส่วนเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย ต้องปรับปรุงห้องฉุกเฉิน ต้องสนับสนุนงบแก่ รพ.สต. เป็นต้น ทั้งหมดนี้ล้วนใช้เงินบำรุง เงินจัดสรรจาก สปสช.ตามปกติ หรือเงินบริจาคทั้งสิ้น ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบเพิ่มเติม

นพ.สุภัทร ยังกล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ได้มีหน่วยงานต่างๆ ทั้งมูลนิธิและผู้ใจบุญได้เข้ามาบริจาคสิ่งของและงบประมาณเพื่อใช้ในกิจการและการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจำนวนหนึ่งแต่ก็ยังไม่เพียงพอ รพ.ในต่างจังหวัดยังต้องการงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการปรับปรุงและสนับสนุนด้านอื่นๆ อีกมาก ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ขณะนี้ใช้จากงบบริจาคทั้งสิ้น

โดยก่อนหน้านี้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบลจะนะ ได้โพสต์เฟสบุ๊ค ส่วนตัว ตัดพ้อรัฐบาลที่ตัดงบประมาณด้านสาธารณสุขและบัตรทอง ในทำนองว่า "โควิด ตัดงบสาธารณสุขและบัตรทอง รัฐบาลเพี้ยนอีกแล้ว"

ช่วงโควิดผมไม่ได้เขียนวิจารณ์รัฐบาลมาหลายวันแล้ว ตั้งใจเขียนงานกึ่งวิชาการเผยแพร่แทน แต่วันนี้ไม่วิพากษ์รัฐบาลบ้างคงไม่ได้แล้ว เพราะรัฐบาลแอบหั่นงบสาธารณสุขและบัตรทอง

หลักการง่ายๆของรัฐบาลก็คือ ตัดงบกันถ้วนหน้า ทุกกระทรวงต้องหั่นงบมาลงขันตามเปอร์เซ็นต์ที่ไม่รู้ใครกำหนด ประมาณว่า รมต.เจ้ากระทรวงหรือปลัดกระทรวงก็จำใจต้องทำตาม ไม่อาจมีปากเสียงได้ ราวกับเรายังอยู่ในยุค คสช.

โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2563 ได้มีการพิจารณาเรื่อง การโอนงบประมาณ 2563 และได้มีมติตัดงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรืองบ "บัตรทอง" จำนวน 2,400 ล้านบาท รวมทั้งงบของกระทรวงสาธารณสุขเอง 1,200 ล้านบาท รวมเป็น 3,600 ล้านบาท นำไปตั้งเป็นงบสำรองฉุกเฉิน แก้ไขปัญหา ช่วยเหลือเยียวยา และบรรเทาผลกระทบ จากการแพร่ระบาดโควิด-19


คนไทยทั้งประเทศคงยังไม่ทราบว่า "ตลอดสามเดือนที่มีการระบาดของเชื้อโควิด โรงพยาบาลต่างๆแทบไม่เคยได้รับงบประมาณที่เป็นตัวเงินจากรัฐบาลเลย" นี่คือความจริงที่เราไม่อยากจะบ่นออกมา มีเพียงการส่งของมาให้เป็นหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล ชุด PPE เป็นต้น แต่งบสักแดงเดียวมาเติมในกระเป๋าเงินบำรุงของโรงพยาบาลนั้นยังไม่มี แต่ละโรงพยาบาลนั้นใช้เงินบำรุงที่เก็บสะสมไว้เองมาเป็นเงินใช้จ่ายมากมายในช่วงนี้ และเกือบทุกที่ต้องเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชน ซึ่งสามารถช่วยโรงพยาบาลได้อย่างมาก

ในช่วงโควิด รายจ่ายสำคัญของทุกโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นคือ รายจ่ายในการปรับปรุงปรับเปลี่ยนสถานที่ให้รับกับสถานการณ์โควิด ตัวอย่างเช่นที่โรงพยาบาลจะนะ เราเพิ่มจุดคัดกรอง เราปรับปรุงหอพักแพทย์ให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดขนาด 20 เตียง เราต้องจัดอัตรากำลังมาสอบสวนโรคทุกวันซึ่งต้องจ่ายค่าตอบแทนเพิ่ม เราจัดยาโรคเรื้อรังส่งตรงไปที่บ้านผู้ป่วยกว่า 5,000 คน ซื้อครุภัณฑ์การแพทย์เพิ่ม ลงทุนกั้นห้องแบ่งส่วนเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย ต้องปรับปรุงห้องฉุกเฉิน ต้องสนับสนุนงบแก่ รพ.สต. เป็นต้น ทั้งหมดนี้ล้วนใช้เงินบำรุง เงินจัดสรรจาก สปสช.ตามปกติ หรือเงินบริจาคทั้งสิ้น ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบเพิ่มเติมจากลุงเลย

ไม่สนับสนุนงบให่กระทรวงสาธารณสุขหรือ สปสช.เพิ่มนั้น เราก็พอจะเข้าใจได้ เพราะรัฐบาลมีรายจ่ายสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจและดูแลประชาชนที่ยากลำบาก โรงพยาบาลต่างๆจึงแทบไม่มีใครออกมาเรียกร้องว่า "เข้าเนื้อ ของบเพิ่ม" แต่การมาตัดงบของสายสุขภาพลงไป 3,600 ล้านบาทนั้น เข้าใจไม่ได้เลย และไม่เข้าใจเลยว่า "ทำไมรัฐบาลจึงเพี้ยนเช่นนี้"

กระทรวงสาธารณสุขมีโรงพยาบาลเกือบ 1,000 แห่ง รพ.สต.อีก 10,000 แห่ง ทุกแห่งทำงานเต็มที่สู้ศึกโควิด ทุกแห่งควรได้รับเงินสนับสนุนเพิ่ม แต่นี่ไม่เคยให้งบเราแล้วยังมาตัดงบเราอีก วิธีคิดแช่นนี้ "สอบตกโดยสิ้นเชิง" ครับ

เรื่องโดย วิกันดา ขันธ์แก้ว | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์